หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 25 เมษายน 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

ชุมชนบ้านบากันเคย ต้นแบบประมงพื้นบ้าน จังหวัดสตูล สร้างธนาคารกั้งชุมชน เลี้ยง ปลา-หอยแครง ตามธรรมชาติ
อภิวัฒน์ คำสิงห์
เทคโนฯ ประมง
วันที่ 15 กรกฏาคม 2556
อ่าน 1,938 ครั้ง
พิมพ์


สตูล เป็นจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทยด้านฝั่งอันดามัน มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับทะเล ซึ่งลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ ศาสนา ความเชื่อ และสภาพสังคมล้วนเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของบุคคลในท้องถิ่น โดยเห็นได้จากวิถีชีวิตของประชากรที่ส่วนใหญ่จะมีอาชีพประมง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ติดทะเล มีชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด มีการทำหัตถกรรมพื้นบ้านด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

บ้านบากันเคย ชุมชนประมงขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เป็นตำบลนำร่องพัฒนาด้านเศรษฐกิจ 1 ใน 2 ของจังหวัดสตูล มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดสตูล ชายแดนทางทะเลติดกับเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

พื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้านบากันเคย จะเป็นป่าชายเลน สภาพยังคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่งเรือศึกษาธรรมชาติชายฝั่งและป่าชายเลน ตั้งเต็นท์แค้มปิ้ง ตกปลาชายฝั่ง

ในอดีตการเดินทางมายังบ้านบากันเคยแห่งนี้ค่อนข้างลำบาก ไม่มีเส้นทางสัญจรทางบก การเดินทางไปมาหาสู่จะใช้ทางน้ำ โดยอาศัยเรือแจวและเรือใบเป็นหลัก แต่หลังจากมีการตัดถนนผ่านป่าชายเลน ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ทำให้การเดินทางจากเลสู่เมืองง่ายและสะดวกขึ้น

ระยะทาง 20 กิโลเมตร จากตัวเมืองไปยังตำบลตันหยงโป ที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นล้ำไปในทะเลอันดามัน มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างมาก ภายในมีหมู่บ้านที่ใช้วิถีชีวิตดั้งเดิม 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านตันหยงโป หมู่ที่ 2 บ้านหาดทรายยาว และหมู่ที่ 3 บ้านบากันเคย โดยดินแดนแห่งนี้ได้ผสมผสานวัฒนธรรม 2 แผ่นดิน ระหว่างไทยและมาเลเซีย ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่พูดได้ถึง 2 ภาษา คือ มาลายู (ยาวี) และไทย

ด้วยภูมิประเทศของชายฝั่งที่เป็นอ่าว ถึงแม้จะเป็นอ่าวเล็กๆ ที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า อ่าวตันหยงโปแต่ก็ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอันดามัน

บริเวณอ่าวตันหยงโป ถึงแม้จะเป็นเพียงอ่าวเล็กๆ ของชายฝั่งจังหวัดสตูล แต่ก็อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เกื้อกูลต่อระบบนิเวศทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น ป่าชายเลน แนวหญ้าทะเล แนวปะการัง และดอนหอย อีกทั้งยังมีเกาะเล็กๆ เรียงรายเป็นเกราะบังคลื่นลม ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงพื้นบ้าน โดยอาศัยเรือหัวโทงหางยาวขนาดเล็กเป็นพาหนะในการออกเรือ

จัดตั้งธนาคารกั้งชุมชน

สร้างความยั่งยืนในท้องถิ่น

กั้ง เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับกุ้ง แต่จะมีลักษณะโบราณกว่า มีกระดองแผ่คลุมเฉพาะส่วนหัวและ 3 ปล้องแรก ของส่วนทรวงอก รยางค์ของส่วนปากจะทำหน้าที่ในการเดินและขุดคุ้ยดิน ไม่มีก้ามหนีบ แต่มีรยางค์ส่วนอก คู่ที่ 2 มีลักษณะเป็นก้ามสับขนาดใหญ่พับได้คล้ายมีดโกน และมีซี่ฟันแหลมคมเรียงกันเป็นแถวคล้ายหวี ใช้สำหรับฆ่าเหยื่อ หรือป้องกันตัว

ธนาคารกั้งชุมชน เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวบ้าน หมู่ที่ 3 บ้านบากันเคย ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยมีแนวคิดร่วมกันว่าจะอนุรักษ์กั้งตัวเล็ก ซึ่งอยู่ตามป่าชายเลนเป็นจำนวนมาก นำมาอนุรักษ์และเลี้ยงไว้ยังบ่ออนุบาลจนกั้งตัวใหญ่ เพื่อนำไปขาย โดยมีตลาดตามห้องอาหารและภัตตาคารต่างๆ ซึ่งมีทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดที่เข้ามารับซื้อ ในราคากิโลกรัมละ 600-800 บาท สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในกลุ่มจนเป็นที่น่าพอใจ

คุณอิดริส อุเส็น ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบากันเคย เล่าให้ทีมงานฟังว่า “อ่าวตันหยงโป เป็นแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกั้งอยู่ตามป่าชายเลน ทุกๆ วัน ชาวประมงจะออกเรือโดยอาศัยเครื่องมือประมงอย่างง่าย บ้างก็สืบสานจากภูมิปัญญาดั้งเดิม บ้างก็คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ ที่ไม่ทำลายล้าง ไม่เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติ ใช้จับกั้งที่อาศัยตามป่าชายเลนบริเวณอ่าวตันหยงโป

คุณสมภพ เหล่มเป่ง ชาวประมงที่ประกอบอาชีพออกเรือจับกั้ง เล่าให้ฟังว่า อุปกรณ์ที่ใช้จับกั้งจะคิดค้นขึ้นเองโดยภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่สืบทอดทำกันมา ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม นำมาผูกติดไว้กับเชือกให้มีระยะห่างที่พอเหมาะเป็นแนวยาว ด้านในใส่เศษปลาชิ้นเล็กๆ เป็นเหยื่อ ซึ่งชาวประมงจะนิยมนำอุปกรณ์ไปวางไว้เป็นแนวยาวในช่วงเวลากลางคืน โดยจะมีโฟมผูกติดกับเชือกเป็นแนวยาวตามจุดที่มีอุปกรณ์วางอยู่ เพื่อให้สังเกตเห็นแนวที่มีการวางอุปกรณ์ดักไว้ พอรุ่งเช้าก็จะมาเก็บอุปกรณ์ที่วางดักไว้ตามแนวเชือก ซึ่งแต่ละวันสามารถสร้างรายได้ถึง 2,000 บาท ต่อเรือ 1 ลำ ที่ออกไปหา

ความนิยมของผู้บริโภคมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจะอาศัยให้กั้งเพาะขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติและปล่อยให้เจริญเติบโตเองนั้น ต้องอาศัยเวลาและปัจจัยหลายๆ ด้าน หากจะปล่อยให้ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเอง เกรงว่ากั้งในธรรมชาติคงจะหมดไป ดังนั้น ทางชุมชนจึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์กั้งไว้ให้อยู่ในธรรมชาติ โดยการจัดตั้งธนาคารกั้งชุมชนขึ้น นำกั้งขนาดเล็กที่จับได้ตามธรรมชาติในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูวางไข่มาเพาะเลี้ยงจนเติบโต เพื่อนำไปขาย แทนการออกไปจับตามป่าชายเลน ซึ่งบางฤดูอยู่ในช่วงที่วางไข่

ธนาคารกั้งชุมชน เริ่มก่อตั้งมาโดยมีสมาชิกเริ่มต้นทั้งหมด 70 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 35 และพัฒนาการจังหวัดสตูลคอยเข้ามาแนะนำให้ความรู้ ตลอดจนเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มจนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาใช้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานและชมกิจการของธนาคารกั้งมาอย่างต่อเนื่อง

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทำให้อ่าวตันหยงโป ชุมชนบ้านบากันเคย ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมาจนถึงทุกวันนี้

ต่อยอดจากทรัพยากรที่มี

เพิ่มรายได้ตลอดปี

นอกจากการจัดตั้งธนาคารกั้งชุมชนของหมู่บ้านบากันเคยแล้ว บริเวณป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ ทางคณะกรรมการจึงได้นำมาปรับใช้ประโยชน์ ต่อยอดพัฒนาเป็นรีสอร์ตขนาดย่อย ตั้งอยู่บริเวณธนาคารกั้งชุมชน มีอาหารทะเลสดไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการเรียนรู้ธรรมชาติทางทะเล

จากการทำงานของกลุ่มที่ขับเคลื่อนจากคนในชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ดร. สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล เล็งเห็นความสำคัญ จึงให้การสนับสนุนงบประมาณบางส่วน ร่วมกับพัฒนาชุมชนและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำมาปรับปรุงธนาคารกั้งชุมชน ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนอย่างยั่งยืน และเป็นศูนย์เรียนรู้ธนาคารกั้งชุมชนบากันเคย

และไม่เพียงแต่การจัดตั้งธนาคารกุ้งชุมชนเพื่ออนุรักษ์ และการต่อยอดธุรกิจทำรีสอร์ต ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนยังมีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำพวก ปลา หอยแครง เป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้ปีละหลายแสนบาท

อชิรพงษ์ฟาร์ม เป็นหนึ่งฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาและหอยแครงขนาดกลาง ที่ตั้งอยู่ในเขตเวิ้งน้ำของอ่าวตันหยงโป ความลึกประมาณ 8-9 เมตร โดยเหนือผิวน้ำจะสร้างกระชังเลี้ยงปลา อาทิ ปลากะพงขาว ปลาเก๋า กว่า 100 กระชัง และด้านล่างกระชังซึ่งมีสภาพเป็นดินโคลน จะใช้เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่

คุณรชต อังโชติพันธุ์ บุตรชายเจ้าของอชิรพงษ์ฟาร์ม จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังเรียนจบการศึกษามา ก็ออกมาช่วยพ่อทำธุรกิจประมง เลี้ยงปลากระชัง และเพาะเลี้ยงกุ้งขาว

คุณรชต เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีอาชีพประมงมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ หลังจากที่ตนเรียนจบ ก็มาสร้างธุรกิจเกี่ยวกับประมง จำหน่ายพันธุ์หอยแครง และเพาะเลี้ยงกุ้งขาว

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวผมเพาะเลี้ยงปลาอื่นๆ อยู่ แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบๆ เสื่อมโทรม อีกทั้งได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งพายุ ลมทะเล จึงย้ายที่ทำกินมาอยู่ที่อ่าวตันหยงโป แหล่งธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

ธรรมชาติบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ผมและครอบครัวมาทำธุรกิจอยู่ที่นี่ ตลอดระยะเวลาการทำงาน ผมและครอบครัวจะคำนึงถึงธรรมชาติบริเวณรอบๆ เป็นอันดับแรก จะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม จะต้องไม่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ กลับกันเราได้พัฒนาพื้นดินด้านล่าง จัดสร้างปะการังเทียม บริเวณรอบๆ เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์

ในแต่ละกิจกรรม ผมเริ่มทำจากเล็กไปหาใหญ่ อย่างการเลี้ยงปลา แรกๆ ก็เลี้ยงไว้บริโภคในครอบครัว หาจับลูกปลาตามธรรมชาติมาปล่อยเลี้ยงไว้ในกระชัง กระชังละ 10-20 ตัว เหลือจึงจับไปจำหน่าย ได้เงินมาก็นำมาพัฒนาสร้างกระชังเพิ่ม ขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง

ด้านกระชังล่าง ซึ่งสภาพดินจะเป็นดินโคลน ผมก็ใช้เป็นสถานที่พักลูกหอยแครงที่นำเข้ามา เพื่อรอส่งไปจำหน่าย และปล่อยหอยแครงลงไปเลี้ยง โดยพื้นที่รอบกระชัง จะใช้ลูกหอยแครง ประมาณ 2,000-3,000 ตัว ใช้ระยะเวลาเลี้ยง ประมาณ 7-8 เดือน

ทุกกิจกรรมที่ทำ ผมจะมองถึงธรรมชาติว่าสามารถรับได้หรือไม่ 

ณ วันนี้ อชิรพงษ์ฟาร์ม มีกระชังปลา 100 กระชัง ประกอบด้วย ปลาเก๋า ปลากะพงขาว สร้างรายได้ จากการจับปลาและหอยแครงขายได้ปีละหลายแสนบาท

ชุมชนบ้านบากันเคย พร้อมที่จะตอบรับทุกท่านที่สนใจศึกษาธรรมชาติทางทะเล เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้าน ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำต่างๆ มากมาย

กั้งตัวใหญ่ หอยแครงสด ปลาเก๋า ปลากะพงขาว อาหารเลิศรสพร้อมเสิร์ฟทุกท่านในราคากันเอง

สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณอิดริส อุเส็น ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบากันเคย โทรศัพท์ (081) 748-9596 คุณรชต อังโชติพันธุ์ อชิรพงษ์ฟาร์ม โทรศัพท์ (081) 541-8811

ขอบคุณ ข้อมูลและการเดินทาง : สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์

           

อ่าน 1,938 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง


















ข่าวยอดนิยม
ปลาสลิดบ่อปูนซีเมนต์ ต้นทุนต่ำ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี
“ดุกบิ๊กอุย” ปลาหนังลูกผสม สร้างรายได้ 7 หลัก ต่อปี ที่ปทุมธานี
เกษตรกรชัยนาท ใช้ “กล้วยน้ำว้า” เลี้ยงปลาลดต้นทุน
ประเสริฐฟาร์ม ฟาร์มกุ้งขาวระบบปิด เลี้ยงกุ้งได้ดี เลี้ยงน้ำได้ตลอดปี
จำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิล แห่งบ้านป่ากว๋าว เพาะลูกปลานิลจำหน่าย รายได้ตลอดปี