หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 23 ธันวาคม 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

รายงานพิเศษ เรียนรู้แหล่งเกษตรทำเงิน ที่ ประจวบคีรีขันธ์/ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน รับมือ-แกนนำ เฝ้าระวัง แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ
สุจิต เมืองสุข
รายงานพิเศษ
วันที่ 19 มิถุนายน 2556
อ่าน 1,621 ครั้ง
พิมพ์


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว 468,541 ไร่ เกษตรกร 24,130 ราย ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย พื้นที่ปลูก จำนวน 1 ใน 3 อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มะพร้าวจัดเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ทำรายได้เข้าจังหวัดปีละ ประมาณ 4,500 ล้านบาท ตั้งแต่ ปี 2546 เป็นต้นมา ประสบปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญ จำนวน 2 ชนิด คือ แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ

 

“เมืองทองเนื้อเก้ามะพร้าว สับปะรด สวยสด หาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ”

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  มีเนื้อที่ ประมาณ 6,367.620 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,979,762.5 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรีทางทิศเหนือ ทางทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดชุมพร ทิศตะวันออกติดต่อกับอ่าวไทย ส่วนทิศตะวันตกติดต่อกับสหภาพพม่า

มีแหล่งน้ำสำคัญตามธรรมชาติ ดังนี้

1. แม่น้ำปราณบุรี  ต้นน้ำเกิดจากเขาพะเนินทุ่ง เขามะเร็วในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีแม่น้ำห้วยสัตว์ใหญ่ ห้วยสัตว์เล็ก ห้วยป่า ห้วยป่าเลา ห้วยสะตือ และห้วยโสก ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำปราณบุรี แม่น้ำสายนี้มีน้ำไหลตลอดปี มีความยาวประมาณ 135 กิโลเมตร

2. แม่น้ำกุยบุรี มีต้นน้ำเกิดจากภูเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งกั้นเขตแดนไทยกับพม่า และเขากระโลงฟาง โดยเกิดเป็นคลองกุยขนาดเล็ก 2 สาย ไหลขนานกันลงไปทางทิศใต้ แล้วรวมกันเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ขึ้น ไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านบ้านยางชุม บ้านไร่บน บ้านปลายน้ำ บ้านวังยาว แล้วไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านปากคลองเกลียว ซึ่งมีน้ำขังตลอดทั้งปี แม่น้ำสายนี้มีความยาวประมาณ 25 กิโลเมตร

3. แม่น้ำบางสะพาน ต้นกำเนิดจากคลองทอง คลองเตย ห้วยขนาน ห้วยยายขวาง ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำบางสะพาน ซึ่งห้วยและคลองเหล่านี้เกิดจากเขาหินดาด เขาวังตะแบก เขาแดนใหญ่ และเขากะทะครอบ ไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกผ่านบ้านวังยาว ออกสู่ทะเลอ่าวไทยบริเวณใต้อำเภอบางสะพาน มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร

4. คลองกรูด อยู่ในเขตบางสะพานช่วงเหนือที่ติดต่อกับช่วงตอนใต้ของอำเภอทับสะแก มีต้นกำเนิดมาจากห้วยกำยาน ซึ่งไหลมาจากเขาใหญ่ รวมกับลำห้วยเล็กๆ ที่ไหลมาจากเขาหินดาดแล้วมารวมกันเป็นคลองกรูด ไหลผ่านบ้านหนองหญ้าปล้อง ออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านทางสาย มีความยาวประมาณ 25 กิโลเมตร และ

5. คลองบางนางรม มีความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  

การเกษตรกรรมในจังหวัด พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกสับปะรด รองลงไปคือ มะพร้าวและอ้อย พืชเศรษฐกิจทั้ง 3 ชนิด ใช้พื้นที่ 3 ใน 5 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของจังหวัด

การประมง เป็นการทำประมงน้ำเค็ม ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของท้องถิ่น ด้วยภูมิประเทศด้านตะวันออกของทุกอำเภอติดกับชายฝั่งทะเล ปลาที่ทำรายได้สูง ได้แก่ ปลาทู และปลาลัง เขตประจวบคีรีขันธ์ ยังมีประมงน้ำกร่อย ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เช่น หอยนางรม หรือหอยตะโกรม ปลากะพง กุ้งกุลาดำ

สำหรับการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริม ควบคู่กับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอื่นๆ และมีแนวโน้มจะประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก โดยเฉพาะโคนมและโคขุน

การอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะสัมพันธ์กับการเกษตรกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์มะพร้าว

สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ชมภูมิทัศน์ของจังหวัด กำลังได้รับการส่งเสริม โดยเฉพาะในเขตประจวบคีรีขันธ์ตอนเหนือ ได้แก่ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี กิ่งอำเภอสามร้อยยอด และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมที่ภาคเอกชนจัดทำเพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัด เป็นเขตอุตสาหกรรม คืออุตสาหกรรมรีดเหล็ก เขตอำเภอบางสะพาน

อย่างไรก็ตาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว 468,541 ไร่ เกษตรกร 24,130 ราย ปลูกมะพร้าวมากที่สุดในประเทศไทย พื้นที่ปลูก จำนวน 1 ใน 3 อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มะพร้าวจัดเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ทำรายได้เข้าจังหวัดปีละ ประมาณ 4,500 ล้านบาท ตั้งแต่ ปี 2546 เป็นต้นมา ประสบปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญ จำนวน  2 ชนิด คือ แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ

คุณชัยยุทธ ขุนแก้ว หัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ข้อมูลถึงปัญหารุนแรงในภาคการเกษตรในพื้นที่ โดยระบุว่า ปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนและต่อเนื่องคือ ปัญหาแมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดปลูกมะพร้าว

โดย แมลงดำหนาม เริ่มระบาดครั้งแรก ปี 2546 ที่อำเภอบางสะพาน จนถึงปัจจุบันระบาดไปทุกอำเภอ ลักษณะการทำลาย ระยะตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดแทะผิวใบที่ยอดอ่อนยังไม่คลี่ พอใบคลี่แล้วจะแห้งโปร่งแสง มีสีน้ำตาล หรือที่เรียกว่า หัวหงอกปัจจุบัน สามารถควบคุมพื้นที่การระบาดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ หนอนหัวดำ เริ่มระบาดครั้งแรก ปี 2550 ที่อำเภอเมือง ปัจจุบัน มีการระบาดไปทุกอำเภอเช่นเดียวกัน

ลักษณะการทำลาย ระยะหนอนจะสร้างใยผสมกับมูลทำเป็นอุโมงค์และอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์ หนอนจะแทะกินผิวใบ ส่วนใหญ่จะพบบนใบแก่ ใบที่ถูกทำลายจะมีลักษณะแห้งเป็นสีน้ำตาล ใบย่อยแต่ละใบจะถูกดึงยึดเรียงกันเป็นแพ ปัจจุบัน ยังคงมีพื้นที่การระบาดอยู่เป็นจำนวนมาก ในการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้ความสำคัญ และถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน

 

พื้นที่การระบาด

และแนวทางการแก้ไข

1. แมลงดำหนาม มีพื้นที่การระบาด 92,957 ไร่ เกษตรกร 9,160 ราย

แนวทางการแก้ไข ทำได้โดย ใช้แตนเบียนอะซีโคเดส (Asecodes hispinarum) ปล่อย 5 มัมมี่ ต่อไร่ และใช้แตนเบียนดักแด้เตตระสติคัส (Tetrastichus brontispae) ปล่อย 5 มัมมี่ ต่อไร่

2. หนอนหัวดำ มีพื้นที่การระบาด 84,051 ไร่ เกษตรกร 6,808 ราย

แนวทางการแก้ไข ทำโดย

1. ตัดทางใบมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำทำลายเผาไฟ

2. ฉีดพ่นเชื้อ BT. 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 7-10 วัน

3. ใช้แตนเบียนไข่ทริโคแกรมม่า อัตรา 10 แผ่น ต่อไร่ ทุก 15 วัน

4. ใช้แตนเบียนหนอนบราคอน ปล่อย อัตรา 200 ตัว ต่อไร่ ทุก 15 วัน

หัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวอีกว่า กิจกรรมการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว ใน ปี 2554 พบว่า สถานการณ์การระบาดของแมลงดำหนามอยู่ในสถานการณ์ที่ทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง ในส่วนของหนอนหัวดำมะพร้าวยังคงมีการระบาดที่รุนแรง จำเป็นต้องดำเนินการป้องกันและกำจัดอย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินงานการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว ใน ปี 2555 นั้น ได้จัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) จำนวน 8 ศูนย์ ดำเนินการใน 8 อำเภอ เพื่อผลิตและเพาะเลี้ยงแตนเบียนหนอนบราคอน โดยจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์พร้อมทั้งจ้างคนงาน ศูนย์ละ 2 คน เพื่อเพาะเลี้ยงแตนเบียนหนอนบราคอน จัดอบรมเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ทั้งจังหวัด จำนวน 65 ราย ระยะเวลา 2 วัน รณรงค์ตัดทางใบ และฉีดพ่นเชื้อ บีที จำนวน 8 ครั้ง อำเภอละ 1 ครั้ง รณรงค์ตัดทางใบและฉีดพ่นเชื้อ บีที 2 ครั้ง

“กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 11 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเพิ่มอีก จำนวน 45 ศูนย์ ในทุกอำเภอ จัดฝึกอบรมสมาชิกศูนย์ ศูนย์ละ 30 คน เป็นเงิน 270,000 บาท จัดทำแปลงต้นแบบเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าว จำนวน 45 แปลง แปลงละ 5 ไร่ เป็นเงิน  261,000 บาท และปัจจุบันศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนที่กระจายอยู่ในพื้นที่ จำนวน 45 ศูนย์ จะเป็นแกนนำในการเฝ้าระวัง”

คุณชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวในปีที่ผ่านมา ในส่วนของแมลงดำหนาม เหลือพื้นที่การระบาด 57,981 ไร่ ในปัจจุบัน (ข้อมูล วันที่ 12 กันยายน 2555) ลดลง 63.2 เปอร์เซ็นต์ สำหรับหนอนหัวดำมะพร้าว มีพื้นที่การระบาด 83,897 ไร่ (ข้อมูล วันที่ 12 กันยายน 2555) ได้ดำเนินการช่วยเหลือไปแล้ว รวม 69,981 ไร่ คงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ 13,916 ไร่ ผลการดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับการระบาดมีความรุนแรงลดลง และจังหวัดได้กำหนดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังในปัจจุบัน

 

การแก้ไขปัญหา

โดยใช้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขยายผลการดำเนินงานจัดการศัตรูมะพร้าวอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ซึ่งใน ปี 2556 จังหวัดได้มีโครงการประกวดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชนให้ร่วมมือกับทางราชการในการควบคุมและกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอารักขาพืชของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จากการประกวดคัดเลือกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน 8 ศูนย์ ปรากฏว่า ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนบ้านตลาดบน เป็นศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด และได้นำองค์ความรู้ด้านการจัดการศูนย์ศัตรูพืชชุมชน ขยายผลในงานวันเกษตรกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ วันที่ 10 พฤษภาคม 2556

           

อ่าน 1,621 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง








ข่าวยอดนิยม
สังคม เมืองแห่งกล้วยน้ำว้า สร้างเงินล้าน
เกษตรก้าวหน้า ยางพารารุ่งเรือง เมืองบึงกาฬรุ่งโรจน์/เจาะตลาดยางพารา บึงกาฬ
รายงานพิเศษ แหล่งเกษตรทำเงิน ประจวบคีรีขันธ์/ทุเรียนป่าละอู อร่อยจริง สมคำร่ำลือ
รายงานพิเศษ/แปลงกระท้อนปราจีน กลางสวนผสม ปลูกง่าย ขายได้ราคา ไร้ปัญหาโรคและแมลง
รายงานพิเศษ เรียนรู้แหล่งเกษตรทำเงิน ที่ ประจวบคีรีขันธ์/เลี้ยงสัตว์...สไตล์ ต้นไผ่ฟาร์ม เน้นสวย และ แปลก