หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 19 เมษายน 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

“ดุกบิ๊กอุย” ปลาหนังลูกผสม สร้างรายได้ 7 หลัก ต่อปี ที่ปทุมธานี
อภิวัฒน์ คำสิงห์
เทคโนฯ ประมง
วันที่ 03 กรกฏาคม 2556
อ่าน 21,398 ครั้ง
พิมพ์


ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมียและปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์เป็นไปได้ดี ลูกที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุย จึงทำให้เกษตรกรนำวิธีการผสมข้ามพันธุ์ไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยลูกปลาที่เกิดจากคู่ผสมนี้ระหว่างปลาดุกทั้งสองนี้ ทางกรมประมง ให้ชื่อว่า ปลาดุกอุย-เทศ แต่โดยทั่วๆ ไป ชาวบ้านจะติดเรียกกันว่า บิ๊กอุย หรือ อุยบ่อ


ในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ปลาดุกลูกผสมอุย-เทศ หรือ บิ๊กอุยนั้น เป็นที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกร เนื่องจากเลี้ยงง่าย มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว อีกทั้งทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งยังเป็นที่นิยมบริโภคของประชาชน เนื่องจากมีรสชาติดีและราคาถูก

คุณชนชัย ปั้นทองสุข เกษตรกรคนเก่ง ชาวจังหวัดปทุมธานี เป็นคนหนึ่งที่ได้หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเป็นหลัก อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ 

คุณชนชัย เล่าให้ฟังว่า เดิมตนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาสืบทอดมาจากพ่อและแม่ เหมือนกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ทำมาระยะหนึ่ง ในชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพเสริมเข้ามาทำควบคู่กับการทำนา เพราะกว่าต้นข้าวจะให้ผลผลิตได้ ต้องใช้ทั้งเวลาและต้นทุนการผลิตที่สูง ต้องหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เข้ามา และในขณะนั้นมีเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน แต่ละปีได้ผลผลิตดี ทำรายได้สูงในแต่ละรอบ จึงสนใจและทดลองเลี้ยงดู

เริ่มแรกผมเริ่มทดลองเลี้ยง 2 บ่อ แต่ละบ่อ กว้างประมาณ 2-3 ไร่ ศึกษาลองผิดลองถูกกับทุกกระบวนการเลี้ยงมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ปลามาปล่อย ปริมาณการปล่อยแต่ละบ่อ การเลือกอาหารให้กับปลาที่เลี้ยงในแต่ละช่วงอายุ สอบถามจากผู้ที่รู้ ศึกษาจากสื่อต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ได้ปลามีน้ำหนักดี ขายได้ราคา ตลาดมีรองรับ จากนั้นผมจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนท้องนากว่า 160 ไร่ ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกเพิ่มขึ้นทุกปี จนปัจจุบันมีบ่อเพาะเลี้ยงทั้งหมด 55 บ่อ 

เตรียมบ่อเลี้ยง

ก่อนปล่อยลูกปลา

การเลี้ยงปลาดุก ถึงแม้จะเป็นปลาหนังที่เลี้ยงง่าย แต่ต้นทุนค่อนข้างจะสูง 400,000-500,000 บาท ต่อบ่อ จะลงทุนหรือเพาะเลี้ยง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และกับความสามารถในการดูแลที่ครอบคลุม

เนื่องจากพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งพื้นที่ด้านหน้าค่อนข้างจะแคบ แต่มีความยาว การวางตำแหน่งบ่อจึงเป็นลักษณะต่อกันเป็นแนวยาวลึกเข้าไปด้านใน โดยแต่ละบ่อจะห่างกันประมาณ 1.5-2.0 เมตร สองฝั่งของพื้นที่ที่ใช้ขุดทำเป็นบ่อ จะขุดร่องน้ำขนาบสองข้าง ความกว้าง ประมาณ 1.0-1.5 เมตร ด้านหนึ่งใช้ดึงน้ำเข้าบ่อเลี้ยง อีกด้านหนึ่งใช้ระบายน้ำออกจากบ่อเพาะเลี้ยงไปยังแปลงนารอบๆ ของเกษตรกร

ความลึกของบ่อ จะประมาณ 2 เมตร ส่วนความกว้างขึ้นอยู่กับพื้นที่และความต้องการของผู้เลี้ยง แต่ส่วนใหญ่แล้วบ่อเพาะเลี้ยงจะกินเนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ และเพื่อป้องกันศัตรูที่จะเข้ามาทำร้ายปลาด้านบนบ่อเลี้ยง จะใช้ไม้ไผ่ปักสลับเป็นลักษณะฟันปลา และใช้ตาข่ายตาถี่กางขึงกับไม้ไผ่ที่ปักไว้ เพื่อป้องกันนกเข้ามาจิกและทำร้ายปลาที่เลี้ยง

สำหรับบ่อเลี้ยงที่ทำการจับปลาไปจำหน่ายแล้ว บ่อเลี้ยงไหนที่ยังคงสามารถเลี้ยงปลาต่อได้ ก็จะปล่อยลูกปลาลงไปเลี้ยงต่อทันที แต่หากบ่อเลี้ยงไหนที่ตื้นเขินหรือมีปลาตายเยอะจนเกินไป คุณชนชัยจะขุดลอกและทำความสะอาดเปลี่ยนน้ำใหม่ โดยสูบน้ำออกปล่อยลงร่องระบายน้ำที่ขุดไว้ด้านใดด้านหนึ่งของบ่อ ขุดลอกบ่อและตากแดดทิ้งไว้ระยะหนึ่ง พอบ่อเลี้ยงพร้อมก็จะดึงน้ำจากร่องน้ำที่ขุดไว้อีกด้านของบ่อเข้ามาและปล่อยลูกปลาลงไปเลี้ยงต่อได้ทันที

ปล่อยในอัตราที่เหมาะ

บริหารจัดการด้านอาหาร

เพื่อที่จะไม่ให้ปลาทำร้ายหรือแย่งอาหารกันเองในแต่ละบ่อ จึงกำหนดอัตราการปล่อยลูกปลาลงไป ซึ่งคุณชนชัยบอกว่าบ่อขนาด ประมาณ 2-3 ไร่ จะปล่อยลูกปลา ขนาด 1-2 นิ้ว ที่ได้จากการอนุบาล ประมาณ 70,000-80,000 ตัว ต่อบ่อ อัตราการรอด 80 เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตได้ประมาณ 20 ตัน ต่อบ่อ

ระยะเวลาในการเลี้ยง คุณชนชัย บอกว่า ตั้งแต่ปลาเล็กไปจนถึงจับจำหน่าย จะมีปลาหลากหลายขนาด ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปทำปลาเค็ม ปลาย่าง และซื้อไปปล่อย โดยเฉลี่ยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 เดือน ในการเลี้ยง 

ส่วนอาหารปลาเล็ก จะให้เป็นอาหารเม็ด ประมาณ 20 วัน แต่หลังจากปล่อยลงบ่อเลี้ยงจะเปลี่ยนเป็นเศษซี่โครงไก่ เป็ด ไส้ไก่ ไส้เป็ด โดยจะนำมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่อง ก่อนนำไปให้ โดยแต่ละวันจะให้เพียง 1 ครั้ง ปริมาณการให้อาหารแต่ละครั้งจะสังเกตจากการกินเหยื่อของปลาในแต่ละบ่อ ว่าจะกินมากน้อยเพียงใด ซึ่งการเลี้ยงด้วยซี่โครงไก่ เป็ด บด จะมีอัตราการแลกเนื้อและการเจริญเติบโตที่เร็วกว่า ที่สำคัญต้นทุนด้านอาหารก็ถูกกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด

สำหรับเรื่องการจำหน่าย คุณชนชัย บอกว่า จะมีลูกค้ามารับซื้อที่ปากบ่อ โดยทุกๆ วัน จะจับจำหน่ายได้วันละไม่ต่ำกว่า 10 ตัน ราคาจำหน่าย กิโลกรัมละ 40-45 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด) โดยเฉลี่ย ปลาประมาณ 4-5 ตัว จะมีน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม ทำรายได้ วันละ 400,000-500,000 บาท (ยังไม่หักรายจ่าย) ซึ่งเมื่อเทียบกับต้นทุนแล้วยังไม่เพียงพอ การบริหารจัดการเงินที่จะนำมาใช้จ่ายจึงเป็นเงินหมุนเวียน โดยการกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนต่างๆ เข้ามาช่วย

การเพาะเลี้ยงปลาดุก ต้องใช้ต้นทุนที่สูงอย่างที่บอก ผมต้องขอบคุณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเป็นธนาคารแห่งเดียวที่ครอบครัวได้ใช้บริการมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ถึงในยุคแรกๆ จะให้สินเชื่อน้อย การติดต่อและข้อจำกัดที่เกษตรกรบางคนไม่สามารถขอใช้บริการสินเชื่อได้ แต่ ณ ปัจจุบัน ธนาคารได้เปิดทางเลือกให้กับเกษตรกรทุกกลุ่ม ไม่มีข้อจำกัดที่ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน การอนุมัติวงเงินแต่ละครั้งให้เยอะ ซึ่งตัวผมมองว่าเป็นธนาคารเพื่อเกษตรกรหลายๆ คน รวมถึงตัวผมเอง คุณชนชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

อ่าน 21,398 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง










ข่าวยอดนิยม
ปลาสลิดบ่อปูนซีเมนต์ ต้นทุนต่ำ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี
“ดุกบิ๊กอุย” ปลาหนังลูกผสม สร้างรายได้ 7 หลัก ต่อปี ที่ปทุมธานี
เกษตรกรชัยนาท ใช้ “กล้วยน้ำว้า” เลี้ยงปลาลดต้นทุน
ประเสริฐฟาร์ม ฟาร์มกุ้งขาวระบบปิด เลี้ยงกุ้งได้ดี เลี้ยงน้ำได้ตลอดปี
จำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิล แห่งบ้านป่ากว๋าว เพาะลูกปลานิลจำหน่าย รายได้ตลอดปี