หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 26 กรกฏาคม 2559
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ


“ดุกบิ๊กอุย” ปลาหนังลูกผสม สร้างรายได้ 7 หลัก ต่อปี ที่ปทุมธานี
อภิวัฒน์ คำสิงห์
เทคโนฯ ประมง
วันที่ 03 กรกฏาคม 2556
อ่าน 106,987 ครั้ง
พิมพ์


ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมียและปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์เป็นไปได้ดี ลูกที่ได้มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง มีลักษณะใกล้เคียงกับปลาดุกอุย จึงทำให้เกษตรกรนำวิธีการผสมข้ามพันธุ์ไปปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย โดยลูกปลาที่เกิดจากคู่ผสมนี้ระหว่างปลาดุกทั้งสองนี้ ทางกรมประมง ให้ชื่อว่า ปลาดุกอุย-เทศ แต่โดยทั่วๆ ไป ชาวบ้านจะติดเรียกกันว่า บิ๊กอุย หรือ อุยบ่อ


ในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ปลาดุกลูกผสมอุย-เทศ หรือ บิ๊กอุยนั้น เป็นที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกร เนื่องจากเลี้ยงง่าย มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว อีกทั้งทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งยังเป็นที่นิยมบริโภคของประชาชน เนื่องจากมีรสชาติดีและราคาถูก

คุณชนชัย ปั้นทองสุข เกษตรกรคนเก่ง ชาวจังหวัดปทุมธานี เป็นคนหนึ่งที่ได้หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเป็นหลัก อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ 

คุณชนชัย เล่าให้ฟังว่า เดิมตนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาสืบทอดมาจากพ่อและแม่ เหมือนกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ทำมาระยะหนึ่ง ในชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพเสริมเข้ามาทำควบคู่กับการทำนา เพราะกว่าต้นข้าวจะให้ผลผลิตได้ ต้องใช้ทั้งเวลาและต้นทุนการผลิตที่สูง ต้องหาอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เข้ามา และในขณะนั้นมีเพื่อนบ้านเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน แต่ละปีได้ผลผลิตดี ทำรายได้สูงในแต่ละรอบ จึงสนใจและทดลองเลี้ยงดู

เริ่มแรกผมเริ่มทดลองเลี้ยง 2 บ่อ แต่ละบ่อ กว้างประมาณ 2-3 ไร่ ศึกษาลองผิดลองถูกกับทุกกระบวนการเลี้ยงมาระยะหนึ่ง ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ปลามาปล่อย ปริมาณการปล่อยแต่ละบ่อ การเลือกอาหารให้กับปลาที่เลี้ยงในแต่ละช่วงอายุ สอบถามจากผู้ที่รู้ ศึกษาจากสื่อต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ได้ปลามีน้ำหนักดี ขายได้ราคา ตลาดมีรองรับ จากนั้นผมจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนท้องนากว่า 160 ไร่ ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกเพิ่มขึ้นทุกปี จนปัจจุบันมีบ่อเพาะเลี้ยงทั้งหมด 55 บ่อ 

เตรียมบ่อเลี้ยง

ก่อนปล่อยลูกปลา

การเลี้ยงปลาดุก ถึงแม้จะเป็นปลาหนังที่เลี้ยงง่าย แต่ต้นทุนค่อนข้างจะสูง 400,000-500,000 บาท ต่อบ่อ จะลงทุนหรือเพาะเลี้ยง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และกับความสามารถในการดูแลที่ครอบคลุม

เนื่องจากพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งพื้นที่ด้านหน้าค่อนข้างจะแคบ แต่มีความยาว การวางตำแหน่งบ่อจึงเป็นลักษณะต่อกันเป็นแนวยาวลึกเข้าไปด้านใน โดยแต่ละบ่อจะห่างกันประมาณ 1.5-2.0 เมตร สองฝั่งของพื้นที่ที่ใช้ขุดทำเป็นบ่อ จะขุดร่องน้ำขนาบสองข้าง ความกว้าง ประมาณ 1.0-1.5 เมตร ด้านหนึ่งใช้ดึงน้ำเข้าบ่อเลี้ยง อีกด้านหนึ่งใช้ระบายน้ำออกจากบ่อเพาะเลี้ยงไปยังแปลงนารอบๆ ของเกษตรกร

ความลึกของบ่อ จะประมาณ 2 เมตร ส่วนความกว้างขึ้นอยู่กับพื้นที่และความต้องการของผู้เลี้ยง แต่ส่วนใหญ่แล้วบ่อเพาะเลี้ยงจะกินเนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ และเพื่อป้องกันศัตรูที่จะเข้ามาทำร้ายปลาด้านบนบ่อเลี้ยง จะใช้ไม้ไผ่ปักสลับเป็นลักษณะฟันปลา และใช้ตาข่ายตาถี่กางขึงกับไม้ไผ่ที่ปักไว้ เพื่อป้องกันนกเข้ามาจิกและทำร้ายปลาที่เลี้ยง

สำหรับบ่อเลี้ยงที่ทำการจับปลาไปจำหน่ายแล้ว บ่อเลี้ยงไหนที่ยังคงสามารถเลี้ยงปลาต่อได้ ก็จะปล่อยลูกปลาลงไปเลี้ยงต่อทันที แต่หากบ่อเลี้ยงไหนที่ตื้นเขินหรือมีปลาตายเยอะจนเกินไป คุณชนชัยจะขุดลอกและทำความสะอาดเปลี่ยนน้ำใหม่ โดยสูบน้ำออกปล่อยลงร่องระบายน้ำที่ขุดไว้ด้านใดด้านหนึ่งของบ่อ ขุดลอกบ่อและตากแดดทิ้งไว้ระยะหนึ่ง พอบ่อเลี้ยงพร้อมก็จะดึงน้ำจากร่องน้ำที่ขุดไว้อีกด้านของบ่อเข้ามาและปล่อยลูกปลาลงไปเลี้ยงต่อได้ทันที

ปล่อยในอัตราที่เหมาะ

บริหารจัดการด้านอาหาร

เพื่อที่จะไม่ให้ปลาทำร้ายหรือแย่งอาหารกันเองในแต่ละบ่อ จึงกำหนดอัตราการปล่อยลูกปลาลงไป ซึ่งคุณชนชัยบอกว่าบ่อขนาด ประมาณ 2-3 ไร่ จะปล่อยลูกปลา ขนาด 1-2 นิ้ว ที่ได้จากการอนุบาล ประมาณ 70,000-80,000 ตัว ต่อบ่อ อัตราการรอด 80 เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตได้ประมาณ 20 ตัน ต่อบ่อ

ระยะเวลาในการเลี้ยง คุณชนชัย บอกว่า ตั้งแต่ปลาเล็กไปจนถึงจับจำหน่าย จะมีปลาหลากหลายขนาด ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปทำปลาเค็ม ปลาย่าง และซื้อไปปล่อย โดยเฉลี่ยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 เดือน ในการเลี้ยง 

ส่วนอาหารปลาเล็ก จะให้เป็นอาหารเม็ด ประมาณ 20 วัน แต่หลังจากปล่อยลงบ่อเลี้ยงจะเปลี่ยนเป็นเศษซี่โครงไก่ เป็ด ไส้ไก่ ไส้เป็ด โดยจะนำมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่อง ก่อนนำไปให้ โดยแต่ละวันจะให้เพียง 1 ครั้ง ปริมาณการให้อาหารแต่ละครั้งจะสังเกตจากการกินเหยื่อของปลาในแต่ละบ่อ ว่าจะกินมากน้อยเพียงใด ซึ่งการเลี้ยงด้วยซี่โครงไก่ เป็ด บด จะมีอัตราการแลกเนื้อและการเจริญเติบโตที่เร็วกว่า ที่สำคัญต้นทุนด้านอาหารก็ถูกกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด

สำหรับเรื่องการจำหน่าย คุณชนชัย บอกว่า จะมีลูกค้ามารับซื้อที่ปากบ่อ โดยทุกๆ วัน จะจับจำหน่ายได้วันละไม่ต่ำกว่า 10 ตัน ราคาจำหน่าย กิโลกรัมละ 40-45 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด) โดยเฉลี่ย ปลาประมาณ 4-5 ตัว จะมีน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม ทำรายได้ วันละ 400,000-500,000 บาท (ยังไม่หักรายจ่าย) ซึ่งเมื่อเทียบกับต้นทุนแล้วยังไม่เพียงพอ การบริหารจัดการเงินที่จะนำมาใช้จ่ายจึงเป็นเงินหมุนเวียน โดยการกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนต่างๆ เข้ามาช่วย

การเพาะเลี้ยงปลาดุก ต้องใช้ต้นทุนที่สูงอย่างที่บอก ผมต้องขอบคุณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเป็นธนาคารแห่งเดียวที่ครอบครัวได้ใช้บริการมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ถึงในยุคแรกๆ จะให้สินเชื่อน้อย การติดต่อและข้อจำกัดที่เกษตรกรบางคนไม่สามารถขอใช้บริการสินเชื่อได้ แต่ ณ ปัจจุบัน ธนาคารได้เปิดทางเลือกให้กับเกษตรกรทุกกลุ่ม ไม่มีข้อจำกัดที่ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน การอนุมัติวงเงินแต่ละครั้งให้เยอะ ซึ่งตัวผมมองว่าเป็นธนาคารเพื่อเกษตรกรหลายๆ คน รวมถึงตัวผมเอง คุณชนชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

อ่าน 106,987 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง










ข่าวยอดนิยม
ปลาสลิดบ่อปูนซีเมนต์ ต้นทุนต่ำ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี
ปลานิล เลี้ยงในบ่อดิน ปลาไม่มีกลิ่นโคลน แถมจำหน่ายได้ราคา เป็นที่ต้องการของตลาด
สาววัยเกษียณ เลี้ยงปลาบ่อรวมแบบผสมผสาน สร้างรายได้งาม
เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ต่อยอดด้วยการแปรรูป เป็นอาชีพสร้างเงิน
“ดุกบิ๊กอุย” ปลาหนังลูกผสม สร้างรายได้ 7 หลัก ต่อปี ที่ปทุมธานี