หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 21 กันยายน 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

ราฆพ นวลใย บัณฑิตหนุ่มจากเกษตรบางพระ เลี้ยงกวางรูซ่า ได้ผลดี เลี้ยงม้าขี่ช่วยบำบัดเด็กพิเศษ ได้ยอดเยี่ยม...ที่ อำเภอพุนพิน

เทคโนฯ ปศุสัตว์
วันที่ 12 กันยายน 2556
อ่าน 6,697 ครั้ง
พิมพ์


หนุ่มน้อย ราฆพ นวลใย ตั้งปณิธานว่า หลังเรียนจบมัธยม จะเรียนทางด้านการเกษตร แต่ต้องคิดอยู่นานว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี เช่น ที่เกษตรไสใหญ่ แม่โจ้ และบางพระ แต่สุดท้ายเขาเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตบางพระ เหตุผลนั้นได้รับคำอธิบายว่า หากเลือกเรียนที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตทุ่งใหญ่ หรือไสใหญ่ เขาบอกว่า ใกล้บ้านเกินไป โอกาสที่จะพบปะเพื่อนฝูงที่แปลกและแตกต่างออกไปมีน้อย ครั้นจะเรียนที่แม่โจ้ก็ต้องเดินทางไกล ทางเลือกสุดท้ายคือที่บางพระ


คุณราฆพ นวลใย หรือ คุณติน เรียนจบทางด้านสัตวบาล เมื่อ ปี 2549 ขณะที่เข้าเรียนใหม่ๆ เขาก็เหมือนนักศึกษาทั่วไป ที่ไม่อยากลำบาก ตากแดดกรำฝน เขาตั้งใจว่า หลังเรียนจบจะทำงานในบริษัทชื่อดัง หรือไม่ก็สอบเข้าทำงานราชการ จินตนาการเขามีตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน จนอยู่ชั้นปีที่ 2 ครั้นขึ้นสู่ปีที่ 3 แนวคิดเขาเปลี่ยนไป

พื้นฐานทางครอบครัวคุณติน พ่อเป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร มีที่ดินมากกว่า 50 ไร่ เขามีพี่น้อง 3 คน

ไม่มีใครใช้ประโยชน์จากที่ดิน

จึงต้องลงมือทำเอง

หลังเรียนจบ คุณตินทำกิจกรรมการเกษตรอยู่บ้านเกิด คือเลขที่ 10 หมู่ที่ 3 ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130

คนเริ่มรู้จักกิจกรรมที่เกษตรกรหนุ่มรายนี้ทำมากขึ้นเรื่อยๆ ในนาม “ชมทัศน์ฟาร์ม”

“ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องมาทำกิจการส่วนตัว ที่ไปเรียนหนังสือ เรียนจบจะหางานราชการ งานบริษัท ที่บ้านมีที่ดินกว่า 50 ไร่ นอกจากนี้ มีที่สวน ที่นาจำนวนหนึ่ง ไปเรียนตอนแรกไม่คิดทำ พอดีพ่ออายุมาก ไม่มีคนทำ ผมเลยบอกว่า ผมเรียนจบผมจะมาอยู่บ้าน ดูแลให้พ่อ พี่น้องมี 3 คน ตอนนั้นเขายังเรียนอยู่ครับ ที่บริเวณนี้ 50 ไร่ พ่อเป็นข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตร ตอนเรียนผมทฤษฎีไม่ค่อยชำนาญ ปฏิบัติใช้ได้ เรียน 4 ปี ผมอยู่ปี 3 มีความคิดกลับมาอยู่บ้าน ไม่ได้สมัครงาน เจอหนังสือการเลี้ยงกวาง คุยกับแม่ ลงไปหาข้อมูลเพิ่ม มาทำงานเลย ตอนแรกตั้งใจเลี้ยงวัวขุน แต่ช่วงปี 2550 ราคาวัวไม่ดี เจอกวาง แฟนเป็นคนราชบุรี ไปราชบุรีบ่อย เจอฟาร์มกวาง ได้ข้อมูลดี คนเลี้ยงน้อย ความต้องการมาก ตัดสินใจเลี้ยงกวาง ครั้งแรกลงทุน 5แสนบาท ทั้งรั้วและพันธุ์  เงินกู้ ธ.ก.ส. อีกส่วนหนึ่งพ่อแม่ให้” บัณฑิตหนุ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้น

คุณตินเลี้ยงกวางพันธุ์รูซ่า ซึ่งเดิมเป็นของอินโดนีเซีย แต่ออสเตรเลียเขานำไปปรับปรุงพันธุ์ 

จุดเด่นของกวางพันธุ์รูซ่าคือ ปรับตัวได้ในสภาพอากาศอย่างไทย

“ผมเลี้ยงเอาเขา เนื้อก็ได้ จะได้ทั้งเขาและเนื้อ กวางรูซ่าโตเต็มที่ ตัวผู้น้ำหนัก 100 กิโลกรัม อายุ 4 ปี ตัวเมียน้ำหนัก 60-70 กิโลกรัม เขาตัดได้ทุกปี ตัดจากตัวผู้ ได้น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ต่อตัว ขายให้สหกรณ์ กิโลกรัมละ 6,000 บาท กวางออกลูกปีละตัว ท้อง 8 เดือน เนื้อได้ล้วนๆ 30 กิโลกรัม ไม่รวมกระดูกและอย่างอื่น ขายราคาไม่เท่ากัน แล้วแต่ชิ้นเนื้อ มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 300-1,500 บาท รวมมูลค่าต่อตัว เฉพาะเนื้อหมื่นบาทเศษ...ตอนนี้ของผมมี 50 ตัว ผมเคยมีมากถึง 100 ตัว น้้ำท่วมตายไปเกือบ 20 ตัว มาปีนี้ คนที่สนใจหันมาเลี้ยง เขามาซื้อแต่ก็หยุดขาย เมืองไทยคนเลี้ยงกวางโดยสังกัดสหกรณ์ 90-100 ราย จำนวนกว่า 2,000-3,000 ตัว ที่ตั้งสหกรณ์ อยู่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน” คุณตินเล่าถึงการเลี้ยงกวาง

มีโอกาสขยาย ท้องถิ่นสนใจ

ถามคุณตินว่า มีโอกาสขยายงานเลี้ยงกวางให้มากๆ ไหม

“มีครับ ท้องถิ่นสนใจ แต่มีข้อจำกัดเพราะทุนสูง พันธุ์ ตาข่ายม้วนละ 2 หมื่นบาท ต้องมีบริเวณให้ คนที่อยากเลี้ยงเพื่อสวยงาม 2 ตัว ไม่มีคอกจัดการตัดเขาไม่ได้...จริงๆ แล้วต้องเลี้ยง 5 แม่ขึ้นไป...โรงเรือนไม่ต้องยกพื้นสูง มีของผมยกพื้นสูง ที่ยกเพราะว่าน้ำท่วม จริงๆ มีเพิงหมาแหงนธรรมดาก็ได้ ค่าพันธุ์ตัวละ 8,000 บาท อายุ 1 ปี การผสมพันธุ์มีผสมเทียม แต่ผมไม่มีผสมเทียม ผมใส่พ่อพันธุ์ 2 ตัว แยก 2 ฝูง มีแม่อยู่ประมาณ 30 แม่ แบ่งเป็น 2 ฝูง ใช้พ่อพันธุ์สลับกันระหว่างฝูงที่ 1 และ 2 ป้องกันการผสมเลือดชิด จัดการดีๆ พ่อแม่พันธุ์อยู่ได้ 10 ปี” คุณตินบอก

เจ้าของฟาร์มกวางเล่าว่า กวางตัดเขาอยู่ได้ 10 ปี หากตัวไหนเขาเล็ก ไม่ได้ขนาดไม่คุ้มก็นำไปเป็นกวางเนื้อ

อาหารหลักคือหญ้า มีอาหารเสริมคือกากปาล์ม หรือเนื้อในปาล์ม ซื้อมาจากโรงงาน กิโลกรัมละ 7 บาท อย่างอื่นไม่มี ช่วงแรกมีมันเส้น เมื่อมันเส้นไม่มีไม่ใช้ วัตถุดิบหาในท้องถิ่น หากเป็นอีสานก็อีกอย่างหนึ่ง

ตอนนี้คุณตินใช้กากปาล์มผสมกับอาหารสำเร็จรูปของวัวขุน ให้กินไม่เกินครึ่งกิโลกรัมต่อตัวต่อวัน หญ้าวันหนึ่ง กินประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อน้ำหนักตัว

งานป้องกันโรค...เจ้าของทำวัคซีน  2 ชนิด คือ โรคปากเท้าเปื่อย และโรคคอบวม ทำวัคซีนปีละ 2 ครั้ง

เจ้าของยืนยันว่า โดยรวมกวางมีกำไร ตั้งแต่เลี้ยงมา ขายไปร่วม 50 ตัว ตัวละ 8 พันบาทถึงหมื่นบาท หากกวางท้อง 1.8 หมื่นบาท ต่อตัว เขาปีที่แล้วขายได้ราว 20 กิโลกรัม จากตัวผู้ 10 ตัว...ตัวเมียไม่มีเขา

สนใจเลี้ยงต้องศึกษา

ถามว่า...คนสนใจเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม จำนวนไม่มากนัก ทำได้ไหม

คุณตินตอบว่า

“ได้...แต่ต้องจัดการเรื่องรั้ว ทำคอกก่อน คนมาซื้อ ผมแนะนำซื้ออุปกรณ์ให้ ความยาวรั้ว 100 เมตร ความสูง 1.90 เมตร ม้วนละ 1.8 หมื่นบาท รั้วใช้อย่างอื่นแทนไม่แนะนำ รั้วไฟฟ้าไม่แนะนำ รั้วลวดหนามมีปัญหา เขาตกใจจะพุ่งอย่างเดียวไม่กลัว...ปัญหาเรื่องขโมยที่บ้านไม่มี เป็นญาติพี่น้องกันหมด คนดูแลมีม้าและกวาง ดูแล 3 คน...จะเลี้ยงปล่อยทุ่งแบบโคนมไม่มี ไปเที่ยวต้อนแบบแพะไม่มี ที่สุราษฎร์มีฟาร์มกวางหลายฟาร์ม...เขตฝนชุกการรักษาสุขภาพสัตว์ เขาปรับสภาพได้เพราะว่าเป็นสัตว์ป่า ที่ยกพื้นโรงเรือนเพราะฝนมากจนน้ำท่วมกวางตาย เงินหายไป ขาดทุน...เลี้ยง 3-4 ตัว ตัดเขาได้แต่ต้องมีโรงเรือน แต่ไม่ค่อยเห็นทำเพราะว่าต้องสร้างโรงหนีบตัดเขา สร้างราคา 3-4 หมื่นบาท โรงหนีบเป็นช่างของสหกรณ์”

เจ้าของอธิบายว่า การตัดเขานั้น กวางผลัดเขาเดือนกรกฎาคม จากนั้นจึงงอกไปตัดได้ราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

เขากวางอ่อนนำไปเป็นอาหารเสริม แปรรูปเป็นแค็ปซูล ส่วนหนึ่งเอาไปดองสุรา

“...จะขยายเพิ่ม ผมสร้างเครือข่ายจะทยอยพันธุ์ออกไป ตอนนี้ต้องรีบเพิ่ม พื้นที่เลี้ยงไม่ต้องมาก 2-3 ไร่ ก็เลี้ยงได้” บัณฑิตหนุ่มจากเกษตรบางพระให้ข้อมูล

ทดลองเลี้ยงม้า

แต่สร้างประโยชน์ใหญ่หลวง

ในชมทัศน์ฟาร์ม มีม้าสวยๆ ล้วนแล้วแต่สุขภาพแข็งแรงอยู่กว่า 10 ตัว

เดิมทีเจ้าของเลี้ยงเพราะชอบเป็นการส่วนตัว ไม่นึกว่าจะทำประโยชน์ในวงกว้าง

เจ้าของชมทัศน์ฟาร์มพูดถึงงานเลี้ยงม้าว่า

"ผมเริ่มเลี้ยงด้วยใจรัก มีกว่า 10 ตัว ตอนแรกเลี้ยงไว้ขี่เล่น ซื้อมา 2-3 ตัว เริ่มชอบ ผมซื้อลูกผสมม้าไทยมา ไม่ได้คิดว่าจะให้ขี่ ผมไปออกบู๊ธที่อำเภอพุนพิน เขามีงานที่อำเภอเกี่ยวกับกวาง มีหมอมาถามว่า...มีอะไรบ้าง...ผมบอกมีสัตว์เกือบทุกชนิดยังขาดช้าง...ม้า วัว ควายมีครบ...เขาถามว่า ม้าขี่ได้ไหม...ผมบอกว่า ขี่ได้...เขาบอกว่า เป็นหมออยู่จิตเวชเด็ก มีเด็กออทิสติกหรือเด็กพิเศษที่ต้องการการดูแลจากพ่อแม่และแพทย์เป็นพิเศษ เพื่อช่วยกันส่งเสริมพัฒนาการให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง และสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ...หมอพยายามหาม้าให้ขี่ในภาคใต้ ปกติต้องรอปิดเทอมแล้วพาไปขี่ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี อยู่ไกลมาก ผมไม่หวง ให้ขี่ได้ เขามา ผมก็พาขี่ ผมยังไม่มีความรู้เรื่องเด็กออทิสติก แฟนผมโทร. ไปหาเพื่อน ดูในเน็ตว่าทำอย่างไรบ้าง จากนั้นผมให้ขี่ เขาให้เงินเป็นค่าตอบแทน ผมไม่รับ เพราะเห็นใจ แต่ปรากฏว่าเขาเกรงใจไม่กล้ามาขี่...เขาบอกให้เก็บเงิน ผมมาดูว่าเขาเก็บเท่าไหร่ ดูแล้วเขาเก็บครั้งละ 800-1,000 บาท ดูแล้วแพงไป ผมคิด 500 บาท ในจำนวน 500 บาท ให้ค่าคนจูงม้า คนประคองเด็ก ที่เหลือซื้ออาหารให้ม้า ให้เขาเลี้ยงตัวเองได้”

เจ้าของชมทัศน์ฟาร์มบอกว่า ตนเองไม่ตั้งใจทำอย่างนี้ แต่ก็มีคนมาขี่ เด็กออทิสติกมาขี่ไม่เกิน 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ที่นี่มาตามใบนัด ใครว่างวันจันทร์มาวันจันทร์ ที่มาประจำรวม 20 คน เด็กออทิสติกขี่ในพื้นที่จำกัดให้...ให้มีพัฒนาก่อน เพราะเด็กมาครั้งแรกไม่ยอมขึ้นม้า โวยวาย บางคนสมาธิสั้นมาก บางคนก้าวร้าวก็เอาลง ม้า 1 ตัว มีคนประคองเด็ก 1 คน มีคนจูงอีก 1 คน

ถามว่า เด็กมาขี่ม้าดีขึ้นไหม

“พัฒนาการ...ผมฟังจากผู้ปกครอง บางคนมาครั้งแรกโวยวาย ไม่ยอม แต่ลองให้นั่งแล้วดีขึ้น บางคนก่อนขี่ม้า นั่งรถไม่นิ่ง พอมาขี่ม้า นั่งรถนิ่งขึ้น มีเด็กอยู่คนหนึ่ง กลัวขนเงาะ ขนตุ๊กตา เขาจะไม่จับเลย แม่พามาขี่ม้า...ม้ามีขน แรกๆ ไม่เอาเลย พยายามให้เขาลูบม้า นั่งบนหลังม้าแต่ยังไม่พาเดิน อีก 2 วัน มาใหม่ ทีนี้วันที่ 2 วิ่งเข้าหาม้าจะขึ้นให้ได้ แม่เขาบอกว่า เอาเงาะให้จับเริ่มกล้าขึ้น เมื่อก่อนหยิบ 2 นิ้ว ยังไม่กล้าเลย พอมาขี่ม้าเริ่มหยิบได้ ขี่ได้ 5-6 ครั้ง หยิบได้ ของที่มีขน เงาะจับได้หมดไม่กลัว เขาดีใจลูกมีพัฒนาการขึ้น”

กิจกรรมขี่ม้าของชมทัศน์ฟาร์ม เริ่มเมื่อเดือนตุลาคม 2555

นอกจากกิจกรรมขี่ม้าสำหรับเด็กพิเศษแล้ว ยังมีกิจกรรมขี่ม้าของเด็กปกติทั่วไป แต่ก็แยกกันเพื่อให้การฝึกมีสมาธิ

กิจกรรมที่เขาคนนี้ทำอยู่ นอกจากที่แนะนำมาแล้ว ยังมีสวนมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุกอย่างให้ผลผลิตหมดแล้ว

สัตว์เลี้ยงอย่างอื่นก็มี เป็ด ไก่ ไก่งวง ชะมด

 

พึงพอใจในกิจกรรมที่ทำ

คุณตินเรียนจบเมื่อ ปี 2549 เขาเริ่มทำกิจกรรมการเกษตรตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ทำมีความก้าวหน้ามาก ทั้งๆ ที่เวลายังไม่ถึง 10 ปี

บัณฑิตหนุ่มคนนี้ คงสร้างสิ่งที่มีคุณค่าแก่ตนเองและเป็นแบบอย่างให้กับผู้อื่นอีกนาน เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ถามว่า...พึงพอใจในงานที่ทำไหม

“อาชีพเกษตร ผมมองว่าผมอยู่ได้สบาย ทุกอย่างเลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีขาดทุน อย่างกวางได้ผลผลิตคือเขา ทุกปี ทางด้านพืชก็จำหน่ายได้ ตอนนี้พ่ออายุมากแล้ว พ่อเห็นกิจกรรมที่ทำได้ พ่อชอบ...แฟนผมเป็นคนราชบุรี เรียนจบจากที่เดียวกันก็ช่วยกันทำงานที่ฟาร์ม” คุณตินบอก

ผู้อ่านท่านใดสนใจกิจกรรมอย่างที่คุณตินทำ ควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน เหมือนอย่างที่คุณตินทำนั่นแหละ สิ่งหนึ่งที่รับประกันว่า เกษตรกรรายนี้มีที่ระบายผลผลิตคือ สหกรณ์กวาง ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

สนใจงานกิจกรรมอย่างนี้ ถามได้ที่ คุณราฆพ นวลใย ตามที่อยู่ หรือ โทร. (086) 682-4025, (084) 933-5925 หรือเข้าไปดูกิจกรรมได้ที่ www.chomtasfarm.com

อ่าน 6,697 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง
















ข่าวยอดนิยม
เลี้ยงไก่พื้นเมือง “คอล่อนพัทลุง” บูมหนัก ตลาดต้องการ
เนเปียร์ หญ้าสร้างอนาคต ใช้ทั้งเลี้ยงสัตว์ ได้ทั้งพลังงาน
ฟาร์มวัวเนื้อ...ตะวันออก สู่ตะวันตก สะสม “ชาร์โรเล่ส์” รับสถานการณ์ราคาร้อน
เทคโนฯ ปศุสัตว์ / ทำวัวขุน คิดให้ดี!! อาหารต้องมีพร้อม
เกษตรกรรายย่อยตื่นตัวทั่วไทย สะสมชาร์โรเล่ส์ หวังผลิตลูกขายราคาแพง