หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 01 พฤศจิกายน 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

บันทึกไว้เป็นเกียรติ/ เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียน
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
คอลัมน์ประจำ
วันที่ 07 ตุลาคม 2556
อ่าน 7,696 ครั้ง
พิมพ์


การเพาะถั่วงอกนั้นมีวิธีการและขั้นตอนกระบวนการเพาะหลากหลายวิธี แต่ละวิธีสามารถผลิตถั่วงอกออกมาได้ตามความต้องการของตลาด


แต่ เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ จะลดขั้นตอนการรดน้ำในกระบวนการเพาะ อีกทั้งยังประหยัดน้ำได้อีก 50 เท่า

ประสิทธิภาพของเครื่อง

เครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รับการพัฒนาโดยใช้ข้อดีต่างๆ ของระบบการเพาะถั่วงอกที่มีการเผยแพร่ในท้องตลาด เช่น ถั่วงอกคอนโดฯ, ถั่วงอกรดน้ำอัตโนมัติ

โดยเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียนใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ควบคุมการรดน้ำ โดยใช้ควบคุมอุณหภูมิและเวลา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เครื่องนี้จะใช้ระบบน้ำหมุนเวียน โดยนำน้ำที่รดไปแล้วกลับมาใช้ใหม่โดยไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของถั่วงอก โดยมีการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ มาทดลองใส่ในน้ำจนได้ปริมาณที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของถั่วงอกและไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย

จึงสามารถตั้งเครื่องไว้ที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องมีที่ระบายน้ำ และไม่ต้องเสียเวลาในการเฝ้ารดน้ำ อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 50 เท่า ผลผลิตที่ได้ออกมาประสบความสำเร็จมากกว่า 95%

วิธีการเพาะถั่วงอก

ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เริ่มจากนำกระสอบและตะแกรงซ้อนกันจำนวน 5 ชุด ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเกล็ดปลา และกระสอบป่าน ต่อมาใส่เมล็ดถั่ว (ที่ผ่านการแช่น้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส 6 ชั่วโมง) 1 ขีด บนชั้นตะแกรง แล้วเกลี่ยให้ทั่วและนำชั้นตะแกรงลงตะกร้าแล้วปิดทับด้วยกระสอบป่าน

หลังจากนั้น ใส่น้ำสะอาดลงในถังเพาะประมาณ 10-12 ลิตร หรือเสมอขอบรูลอดสายยาง

ต่อจากนั้นใส่ปุ๋ยจุลินทรีย์ อีเอ็ม (EM) 2 ช้อนโต๊ะ (20 ซีซี) แล้วนำตะกร้าใส่ลงในถังเพาะ ประกอบสายยางเข้ากับก้านฝักบัว ยกถังเพาะไปตั้งในสถานที่ที่ต้องการ

ขั้นตอนสุดท้าย นำสายไฟจากตัวปั๊มเสียบเข้ากับเครื่องควบคุม (ไมโครคอนโทรลเลอร์) และนำสายไฟจากเครื่องควบคุมเสียบเข้าที่ปลั๊กไฟฟ้า เครื่องจะทำการรดน้ำครั้งแรก และจะควบคุมจังหวะเวลาในการรดน้ำจนถึงเวลาเก็บเกี่ยว (รวมเวลาแช่ถั่วและเวลาเพาะในถังประมาณ 60-64 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิภายนอก)

เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ให้ยกตะกร้าออกจากถังเพาะและล้างหัวถั่วให้หลุดออกก่อนโดยการแช่ลงในน้ำและเขย่า ยกขึ้นลง

ต่อจากนั้นก็นำมาตัดรากออก และล้างน้ำสะอาด 2 ครั้ง รอให้ถั่วสะเด็ดน้ำแล้วนำบรรจุถุงขาย หรือเก็บเข้าช่องแช่ผักในตู้เย็นไว้บริโภค ซึ่งจะสามารถเก็บได้นาน 5-7 วัน โดยที่ตัวถั่วงอกยังกรอบ ไม่เน่าเสียแต่จะมีใบขึ้นมาอีกเล็กน้อย

สำหรับการเพาะ 1 ถัง จะใช้เมล็ดถั่วเขียวครึ่งกิโลกรัม ได้ผลผลิต 2.5-3.5 กิโลกรัม จะเห็นได้ว่าความแตกต่างของการเพาะถั่วงอกแบบดั้งเดิม ต้องใช้น้ำประมาณ 500 ลิตร สิ้นเปลืองทั้งปริมาณน้ำและแรงงานคน แต่การเพาะแบบระบบน้ำหมุนเวียน ใช้น้ำเพียง 10-12 ลิตร คำนวณจากถังต้นแบบขนาด 66 ลิตร (20 แกลลอน)

อีกทั้งน้ำที่เหลือจากการเพาะถั่วงอกจะมีจุลินทรีย์ที่สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้ เป็นปุ๋ยอย่างดี ทดลองแล้วพืชโตเร็ว ออกใบ ดอก งดงาม ถั่วงอกที่เพาะด้วยระบบน้ำหมุนเวียน จะปลอดสารฟอกเร่งอ้วนและฟอกขาว ทำให้ได้รสชาติที่ครบถ้วน

สำหรับผู้ที่สนใจที่จะทดลองเพาะถั่วงอกอัตโนมัติระบบน้ำหมุนเวียน เพื่อนำมากินภายในครอบครัว หรือจะสร้างเป็นอาชีพ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ. ยงยุธ สุจิโต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โทร. (081) 277-9430 หรือ ทางhttp://www.facebook.com/beansproutmachine

วิธีการสร้างเครื่องเพาะ

1. ถังน้ำสีดำ ขนาด 20 แกลลอน หรือ 66 ลิตร เจาะรู ขนาด 3/4 นิ้ว สูงจากก้นถัง 15 เซนติเมตร ฝาถังเจาะรู เพื่อใช้ใส่หัวฝักบัวรดน้ำ (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร)

2. ตะกร้าพลาสติก ขนาด 47x47x43 เซนติเมตร เลือกที่ก้นตะกร้ามีรูระบายน้ำ ถ้าไม่มีต้องใช้สว่านเจาะรูเอง พร้อมสายยาง ขนาด 5/8 นิ้ว ยาว 1.1 เมตร

3. ปั๊มน้ำสำหรับออกซิเจนปลา ขนาดไม่ต่ำกว่า 1,000 L/h ประกอบเข้ากับสายยาง

4. ชุดเพาะประกอบด้วย กระสอบป่าน ตะแกรงพลาสติกที่มีรู ขนาด 2 มิลลิเมตร และ 5 มิลลิเมตร มาตัดเป็นวงกลม โดยให้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาด 30 เซนติเมตร โดยกระสอบป่านต้องเย็บขอบเพื่อป้องกันการหลุดของเส้นป่าน

 

ข้อแนะนำ และข้อควรระวัง

ในการเพาะถั่วงอกที่เพาะในระบบนี้ให้ผลออกมาดีแน่นอนใน 3-4 ครั้ง อย่างมากก็ 5 ครั้งแรก โดยการทำความสะอาดอุปกรณ์ธรรมดาโดยไม่คำนึงถึงความสะอาด (ทำแบบลวกๆ) พอครั้งที่ 6 ในอุปกรณ์เดิมๆ ปัญหาจะค่อยๆ เกิด

วิธีแก้ไข คือ ต้องล้างถังโดยการใช้สก๊อตช์-ไบรต์ขัดทุกครั้งที่เก็บเกี่ยวเสร็จ (ให้สังเกต ใช้มือลูบในถังจะเป็นเมือก), สายยางต้องเอาน้ำฉีดสวนเพื่อให้น้ำย้อนกลับไปล้างปั๊มน้ำ, หัวฝักบัวต้องเอาน้ำฉีดเข้าไปในท่อเพื่อล้าง

สิ่งตกค้าง, ตะกร้าต้องล้างและขัดด้วยใช้สก๊อตช์-ไบรต์จนสะอาด, กระสอบและตะแกรง เมื่อล้างแล้วตากแดดให้แห้ง และอย่านำมาใช้ต่อเนื่อง ให้ตากแดดข้ามวันก่อน หรือนำมาต้มเพื่อฆ่าเชื้อก่อนทำการเพาะ

ถ้าปฏิบัติตามนี้ถั่วก็จะไม่เกิดรากเน่า ซึ่งจากการทดลองก็ไม่เจอถั่วรากเน่าอีกเลย และผู้บริโภคก็ได้กินถั่วอนามัยที่แท้จริง เพราะถ้าท่านไม่อนามัยในอุปกรณ์ ผลผลิตก็จะไม่ออก ทำให้ระบบการเพาะแบบนี้ เป็นระบบที่ควบคุมการผลิตที่มีอนามัยไปในตัว

** ขอให้ข้อสังเกตในการเพาะอีกข้อหนึ่ง ในระบบการเพาะแบบนี้ เมื่อครบ 48 ชั่วโมง ถั่วจะต้องโตเกือบชนหัวฝักบัว ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ถั่วอาจจะมีปัญหา ถ้าถั่วโตเกือบชนหัวฝักบัวให้ปล่อยไว้อีก 4-5 ชั่วโมง ให้เก็บได้เลย ไม่เช่นนั้นถั่วจะยาว ใบออกมา ถ้าครบ 48 ชั่วโมง ถั่วโตจนชนหัวฝักบัวก็ให้ตัดแล้วนำไปแช่เย็นได้เลย ถ้าแช่เย็นข้ามคืน กินจะอร่อยกว่าเก็บสด

 

10 เหตุผล ที่สนับสนุนใช้วิธีการเพาะถั่วงอกระบบน้ำหมุนเวียน

1. ประหยัดน้ำ 50 เท่า ในการทดลองเพาะในระบบดั้งเดิมโดยการรดน้ำ 2 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง จนถึงเวลาเก็บเกี่ยว ต้องใช้น้ำประมาณ 500 ลิตร ในขณะที่การเพาะแบบระบบหมุนเวียนใช้น้ำเพียง 10-12 ลิตร (คำนวณจากถังต้นแบบ ขนาด 66 ลิตร หรือ 20 แกลลอน)

2. น้ำที่เหลือนำไปทำปุ๋ย น้ำที่เหลือจากการเพาะจะมีจุลินทรีย์ที่สามารถนำไปรดน้ำต้นไม้เป็นปุ๋ยอย่างดี ทดลองแล้วพืชออกใบ ดอก งดงาม

3. ปลอดสารเร่งอ้วนและฟอกขาว ถั่วที่เพาะได้จะขาวเพราะจุลินทรีย์จะไปกินพวกซากใยถั่วเป็นอาหารและการตัดรากก็ทำให้ถั่วดูขาว เนื่องจากรากถั่วจะดำ ส่วนถั่วที่ได้จะมีขนาดกำลังดี ไม่อวบน้ำ

4. เก็บได้นาน 5-7 วัน โดยแช่ไว้ในช่องแช่ผัก เมื่อนำมาทำอาหารให้แช่น้ำก่อน

5. เป็นผักที่ปลูกแล้วทำเงินได้เร็ว ใช้เวลา 64 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง ไม่ต้องถางหญ้า ไม่ต้องรดน้ำ ไม่สนใจน้ำท่วม ภัยแล้ง คุณค่าทางอาหารมาก

6. ได้รสชาติของอาหารดี ถั่วงอกอวบน้ำเมื่อนำไปปรุงอาหารจะมีน้ำออกมาจากตัวถั่วมากทำให้รสชาติของอาหารเจือจาง (จืดขึ้น) ถั่วงอกที่เพาะด้วยระบบน้ำหมุนเวียนจะไม่อมน้ำ ทำให้ได้รสชาติของตัวถั่ว

7. ถั่วงอกเหม็นเขียวน้อยมาก ให้คนที่ไม่ชอบกินถั่วงอกพิสูจน์แล้ว ปัจจุบันเขายอมกิน

8. ไม่เปลืองเนื้อที่ทำบ่อบำบัดน้ำ ในกรณีที่เป็นโรงงาน ต้องใช้เนื้อที่ในการกักเก็บน้ำที่ใช้รดถั่วงอกแล้วนำมาบำบัดเพื่อนำมาใช้ใหม่ เนื่องจากต้องใช้ปริมาณน้ำมาก

9. หาที่ต้องใช้อุปกรณ์เพาะได้ง่าย เนื่องจากไม่ต้องการพื้นที่ในการระบายน้ำที่รดถั่วงอกแล้ว

10. ดัดแปลงใช้กับโรงเพาะขนาดใหญ่ได้ ใช้มอเตอร์ปั๊มน้ำตัวเดียวแล้วกระจายท่อรดน้ำที่เก็บน้ำรดถั่วงอกใช้ที่เดียว โดยให้น้ำที่รดแล้วไหลมารวมกัน

เทคนิคและเคล็ดลับในการเพาะถั่วงอก

- ควรมีกระสอบสำหรับหมุนเวียนให้เพียงพอ โดยอย่าใช้กระสอบเพาะต่อเนื่อง เมื่อทำความสะอาดกระสอบแล้วให้ตากแดด 1 วัน แล้วทิ้งไว้อย่างน้อยอีก 1 วัน ถ้าให้แน่ใจควรต้มกระสอบและตะแกรงทุกครั้ง

- การเพาะโดยใช้วัสดุเพาะนั้นเป็นธรรมดาที่เกิดรากเน่า เราจึงแก้โดยการเปลี่ยนวัสดุเพาะทุกครั้ง เช่น ทราย ขี้เถ้าแกลบ แต่ดีตรงที่ไม่ต้องใช้สารเคมี การล้างอุปกรณ์ให้สะอาดหลังการเพาะ รากเน่าก็จะไม่มี

- ถ้าถั่วงอกล้มเหมือนมีลมพัด แสดงว่าท่านใส่น้ำมากไป น้ำมาติดก้นตะกร้า หรือติดปั๊มสูงไป ทำให้ตัวปั๊มชนกับก้นตะกร้า

- ถ้าท่านเพาะถั่วขายได้วันละ 30 กิโลกรัม (สิบถัง) จะมีรายได้เท่ากับทำสวนยาง 5 ไร่ (ถั่วงอกขายส่งกิโลกรัมละ 30 บาท ยางกิโลกรัมละ 90 บาท) คิดเอาเองว่าอะไรน่าทำกว่ากัน

- คุณภาพของถั่วงอก ท่านต้องรักษาไว้ ถ้าไม่ได้ขนาด ไม่มีคุณภาพ ไม่ควรส่งขาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับถั่วงอกอนามัย

- เมื่อครบ 24 ชั่วโมง ควรตรวจสอบคุณภาพของน้ำ ถ้ามีฟองผิดปกติ หรือมีกลิ่นไม่ดี น้ำไม่ใส ควรเปลี่ยนน้ำและใส่จุลินทรีย์ใหม่ เพื่อไม่ให้ถั่วงอกเสีย (จะพบในกรณีที่อุปกรณ์ไม่สะอาด)

- กระสอบใหม่ ก่อนใช้ครั้งแรกควรล้างหลายๆ ครั้ง ต้มได้ยิ่งดี เพราะอาจมีสารเคลือบกันมอด กันแมลงอยู่ซึ่งจะทำให้จุลินทรีย์ตาย

- การเพาะครั้งแรก (กระสอบใหม่) ผลผลิตจะไม่สวย ครั้งที่ 2-5 ผลผลิตจะสวย หลังจากนั้นผลผลิตจะด้อยลง ฉะนั้นควรจะเปลี่ยนกระสอบเมื่อผ่านการใช้ไปแล้ว 5 ครั้ง

- ควรตั้งชุดอุปกรณ์เพาะไว้ที่ไม่ถูกแดดยิ่งดี ถ้าถั่วงอกโตแต่ช่วงกลางๆ แสดงว่าปั๊มน้ำไม่มีความแรง ทำให้รดน้ำไม่ทั่วถึง ปั๊มน้ำขนาดเท่ากันแต่ต่างยี่ห้อกัน ให้ความแรงไม่เท่ากัน

- ถั่วงอกชั้นล่าง ต้นจะอ้วนสวยสุด ชั้นบนจะไม่ค่อยสวย ตัวควบคุมการรดน้ำรุ่นใหม่จะทำให้ถั่วโตเร็ว ควรเก็บเมื่อครบกำหนด 48-52 ชั่วโมง ถ้ามากกว่านี้ถั่วจะมีใบงอกออกมาก เวลาผัดกินใบจะดำ ไม่น่ากิน

- ถ้าใช้นาฬิกาตั้งเวลาเพาะประมาณ 64 ชั่วโมง, ถ้ารากเน่า (สังเกตรากจะเป็นสีออกดำและเน่าเละ) ไม่ควรนำไปขายหรือบริโภค เพราะถั่วงอกจะเน่าเร็วและเป็นน้ำ ถ้ารากเน่าน้อยก็ตัดถั่วงอกส่วนที่ดีได้ จากนั้นต้องรีบทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างดีและทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ จึงนำมาเพาะใหม่


 

อ่าน 7,696 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง












ข่าวยอดนิยม
บันทึกไว้เป็นเกียรติ / สวนภูผาลัม กับ การปลูกอินทผลัมสมัยใหม่
บันทึกไว้เป็นเกียรติ/พันธุ์มะละกอ ที่น่าปลูก ในปี 2556
บันทึกไว้เป็นเกียรติ / ประสบการณ์ที่เรียนรู้ “ปลูกฟักทอง”
บันทึกไว้เป็นเกียรติ/การปลูกและการจัดการสวนมะม่วง แบบประสบการณ์
บันทึกไว้เป็นเกียรติ/มะม่วงแปลก และหายาก ที่น่าปลูกในอนาคต