หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 24 ตุลาคม 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

“FLOREX GARDEN” สวนไม้ประดับส่งออกคุณภาพ ตลาดไทย-ตลาดนอก ต้องการสูงและต่อเนื่อง
อภิวัฒน์ คำสิงห์
ไม้ดอกไม้ประดับ
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556
อ่าน 7,367 ครั้ง
พิมพ์


คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม้ดอกไม้ประดับที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามร้านขายต้นไม้ ได้กลายเป็นที่นิยมของคนในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียม อพาตเมนต์ และกลุ่มบ้านจัดสรร ที่มีความต้องการซื้อเพื่อนำไปปลูกประดับสวน ระเบียงบ้าน หรือตกแต่งอาคารสำนักงาน เพื่อเพิ่มสีสันและความเป็นธรรมชาติในพื้นที่ส่วนตัวที่มีอย่างจำกัด

จากกระแสตลาดไม้ดอกไม้ประดับที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตได้จากร้านจำหน่ายต้นไม้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในย่านบางบัวทอง สวนจตุจักร และสถานที่อื่นๆ จะเห็นได้ว่าแต่ละร้านขยายพื้นที่หน้าร้านออกอย่างรวดเร็ว มีการตกแต่งหน้าร้านเรียกลูกค้าโดยการนำต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิดมาจัดวาง สร้างเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กอย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าเห็น ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อไปปลูกประดับเพิ่มสีสันและความงามตามสไตล์ของแต่ละคน

แต่อย่างไรก็ตาม ต้นไม้เล็กใหญ่ที่ปลูกอยู่ในถุงดำและในกระถางที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามหน้าร้านเหล่านี้ จริงแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ผลิตจากร้านที่จำหน่ายโดยตรง พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะใช้วิธีการซื้อมาตั้งไว้หน้าร้าน เพื่อขายต่อให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ฐานการผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ ในด้านปริมาณ ความหลากหลายของพรรณไม้ คุณภาพของต้นไม้หาได้ยาก ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรที่หันมาประกอบอาชีพเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จึงเริ่มพัฒนาระบบการผลิตพร้อมกับมองหาไม้ที่มีจุดเด่นมาผลิตป้อนส่งตลาด พร้อมกับเปิดตลาดเพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อมั่นให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เหมือนดังเช่น “FLOREX GARDEN” ฟาร์มไม้ดอกไม้ประดับของ คุณอิทธิศักดิ์ ชัยญาติ ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 4 ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ได้รับความเชื่อมั่นมากว่า 20 ปี

คุณอิทธิศักดิ์ หันมาปลูกทำไม้ดอกไม้ประดับในปี36 เรียนรู้ระบบการผลิตด้วยตนเอง นำเอาความรู้ที่เรียนมาจากรั้วมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับดินมาประยุกต์ใช้ ลองผิดลองถูกทุกรูปแบบ กว่าจะประสบกับความสำเร็จ สามารถผลิตไม้ดอกไม้ประดับกว่า 20 ชนิด ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ พร้อมกับเปิดตลาดในประเทศได้อย่างยาวนาน

คุณอิทธิศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบ ก็ไปทำงานเป็นลูกจ้าง ซึ่งในสมัยนั้นหันมองดูเงินเดือนที่ได้แต่ละปี คิดว่าจะไปได้ถึงไหน จังหวะมีพื้นที่อยู่ที่ชลบุรี  พื้นที่ดังกล่าวดินค่อนข้างจะเปรี้ยว เหมาะที่จะปลูกของเปรี้ยว ซึ่งในขณะนั้นมะม่วงน้ำดอกไม้กำลังดัง ได้รับความนิยมมาก จึงเริ่มนำมาปลูก โดยใช้เวลาในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำมาระยะหนึ่ง เพื่อนพ่อจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาหาซื้อกล้วยไม้ ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อนค่อนข้างจะหายาก ยังไม่มีแหล่งผลิตมากนัก จากเหตุการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ และมาเห็นเราทำการเกษตร เห็นว่ามีความรู้ด้านการเกษตร จึงชวนให้มาลงทุนเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ส่งไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น

ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ตอนนั้นก็ไปได้ดี แต่ราคากล้วยไม้ที่ผลิตเพื่อส่งออกไปนั้นก็ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีตลาดรองรับที่แน่นอน ผมจึงตัดสินใจมาผลิตควบคู่กัน โดยแบ่งพื้นที่จากสวนมะม่วง สร้างโรงเรือน นำพันธุ์กล้วยไม้มาเพาะขยายพันธุ์  โดยยึดหลักการผลิตแบบอุตสาหกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้

จากพื้นที่ 1 งาน ก็เริ่มขยายเพิ่มขึ้นเป็น 2 ไร่ ทำมาประมาณ 3 ปี ก็ต้องประสบปัญหาน้ำในพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง พีเอชน้ำเปลี่ยน ส่งผลทำให้ต้นกล้วยไม้ที่นำมาเพาะขยายพันธุ์ ต้นแม่พันธุ์ที่นำเข้ามาหยุดการเจริญเติบโต ต้นเล็กที่ได้จากการเพาะขยายพันธุ์ขนาดต้นเท่าเดิมไม่มีการพัฒนาขึ้น ประกอบกับต้นพันธุ์เริ่มหายากขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะหาพื้นที่เพาะเลี้ยงแห่งใหม่แทน ซึ่งการออกตระเวนหาซื้อพ่อแม่พันธุ์กล้วยไม้ เดินทางไปในทุกๆ จังหวัด ทำให้เห็นว่าพื้นที่ใน ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้นั้น มีความพร้อมที่จะใช้เป็นแหล่งผลิตแห่งใหม่ เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดกับคลองชลประทาน อีกทั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ ผมจึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมาอยู่ที่พื้นที่แห่งนี้

คุณอิทธิศักดิ์ บุกเบิกพื้นที่ ลงทุนสร้างโรงเรือนใหม่ขึ้น ในพื้นที่ 30 ไร่ ใช้สร้างโรงเรือน 7 ไร่ ย้ายกล้วยไม้ที่มีอยู่เข้ามาเพาะเลี้ยงส่งจำหน่ายให้กับตลาดญี่ปุ่น ซึ่งก็ทำได้ระยะหนึ่งตลาดกล้วยไม้ในญี่ปุ่นเริ่มนิ่ง แต่กลับมีความต้องการไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่นเพิ่มขึ้นแทน คุณอิทธิศักดิ์จึงปรับแผนการผลิตใหม่ เริ่มนำไม้ดอกไม้ประดับใหม่ๆ ที่นำเข้าและมีอยู่ในประเทศมาทำการศึกษา มองตลาดส่งออก พร้อมกับทดลองส่งจำหน่ายไปพร้อมกับกล้วยไม้

จาก กล้วยไม้ ที่เคยเพาะขายส่งเป็นกระถาง ก็เริ่มปรับมาเลี้ยงเพื่อตัดดอกจำหน่ายแทน และหันมาเน้นเพาะไม้ดอกไม้ประดับชนิดอื่น เช่น ไผ่ฟิลิปปินส์ เดรปหัวใจ เดรปกระเป๋า เคราฤๅษี ลิปสติก สับปะรดสี พูทอง หว่านน้ำทอง กล้วยไม้ดิน หัวใจล้านดวง ใจสะออน หน้าวัว ฯลฯ แทน เนื่องจากว่าความต้องการไม้ดอกไม้ประดับมีทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ไม้แต่ละชนิดที่ผลิต คุณอิทธิศักดิ์จะดูความเป็นไปได้ของแต่ละชนิด เน้นการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขยายพันธุ์จะเลือกการปักชำ ไม่เลือกการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เนื่องจากต้นทุนสูง อีกทั้งการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแต่ละครั้งต้องเน้นปริมาณถึงจะคุ้มทุน ไม่มีความคล่องตัว มีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียสูง เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนจะเพิ่มหรือขยายพื้นที่ออกไป เพราะเนื่องจากการลงทุนทำอะไรสักอย่างนั้น จะมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นในเรื่องของการดูแลในโรงเรือน

ไม้ดอกไม้ประดับที่ผลิตส่วนใหญ่ จะมีขนาดกระถาง ตั้งแต่ 2-6 นิ้ว เป็นไม้ที่สามารถนำไปประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคาร ราคาไม่สูง เน้นปริมาณ โดยแต่ละชนิดแต่ละต้นจะให้ความเอาใจใส่ ตั้งแต่ระบบการให้น้ำ ซึ่งจะใช้ระบบสปริงเกลอร์ควบคุมทั้งโรงเรือน เพื่อให้ต้นไม้ได้รับน้ำอย่างทั่วถึงทุกต้น อีกทั้งยังง่ายต่อการบริหารจัดการโรงเรือนใช้ประโยชน์ในทุกพื้นที่ การใส่ปุ๋ยให้เหมาะสมกับอายุพืช การเลือกวัสดุปลูกในแต่ละฤดูกาลให้เหมาะสม เน้นการป้องกันมากกว่ากำจัด ทำให้ไม่มีความเสียหาย

ฤดูกาลถือเป็นปัญหาหลักที่พบ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน อาการรากเน่าที่เกิดกับต้นไม้ ดังนั้น เราจึงต้องมาดูเรื่องของโรงเรือน ปุ๋ย และวัสดุปลูก ปรับสูตรให้เหมาะสมกับพืช ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องหมั่นเดินตรวจดูเป็นประจำ สังเกตอาการของต้นไม้ภายในโรงเรือนเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

ปัจจุบัน ฟาร์มไม้ดอกไม้ประดับของคุณอิทธิศักดิ์ขยายพื้นที่การผลิต แบ่งโซนผลิต และโซนจำหน่ายอย่างชัดเจน ซึ่งบนพื้นที่ 15 ไร่ มีพันธุ์ไม้กว่า 20 ชนิด ให้เลือกซื้อ แต่ละสัปดาห์มีพ่อค้าแม่ค้าในประเทศประจำกว่า 20 ราย ผลิตส่งให้สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 15,000-20,000 ต้น (คิดเป็น 80%) สร้างมูลค่าต่อเดือนหลายล้านบาท นอกจากนี้ ยังผลิตไม้ดอกไม้ประดับส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องทุกเดือน (คิดเป็น 20%) ซึ่งได้ราคาไม่น้อยไปกว่าขายในประเทศ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอิทธิศักดิ์ ชัยญาติ เลขที่ 114 หมู่ที่ 4 ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โทรศัพท์ (081) 857-8631

อ่าน 7,367 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง
ข่าวยอดนิยม
ปลูกมะลิ ที่ กำแพงเพชร ส่งปากคลองตลาด ได้เงินล้าน
สุดยอดแหล่งสับปะรดสี สวนเกษตรจอมพล ชะอำ
ศูนย์บอนไซ สวนชัยพร ราชบุรี ที่นี่ของเขาดีจริงๆ
ชวนชมไม้ประดับดอกดก ฟอร์มดี สวนป้านงค์ ปทุมธานี
ลิ้นมังกร ไม้ประดับเพื่อสุขภาพ