หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 18 กันยายน 2557
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ

เยาวชนนักประดิษฐ์ / เครื่องอบแห้งข้าวแต๋นใช้พลังงานร่วม ฝีมือ ราชมงคลล้านนา ลำปาง
นัย บำรุงเวช
เยาวชน-เทคโนโลยี
วันที่ 05 ธันวาคม 2556
อ่าน 2,569 ครั้ง
พิมพ์


ข้าวแต๋น ขนมพื้นบ้านของชาวเหนือ มีมาช้านาน จังหวัดลำปางเป็นแหล่งผลิตข้าวแต๋นที่สำคัญของภาคเหนือ มีผู้ประกอบอาชีพทำข้าวแต๋นกว่า 100 ราย มีแหล่งผลิตหลักอยู่ที่อำเภอเมืองและอำเภอเกาะคา เส้นทางระหว่างอำเภอเกาะคาไปอำเภอเสริมงาม ช่วงบ้านเกาะคากับบ้านนาแก้ว แทบจะได้ชื่อว่าเป็น ถนนข้าวแต๋น เพราะมีผู้ประกอบการทำข้าวแต๋นอยู่ตลอดเส้นทางหลายราย ตั้งแต่รายใหญ่มีชื่อเสียงดังระดับประเทศและต่างประเทศ ถึงเจ้าของชาวบ้านรายเล็ก


ข้าวแต๋นลำปางได้มีการพัฒนาให้มีหลากหลายรสชาติ จากข้าวแต๋นหน้าน้ำอ้อย รสชาติดั้งเดิม เป็นข้าวแต๋นหน้าธัญพืช หน้าหมูหย็อง รสสาหร่าย รสวาซาบิ รสต้มยำ เป็นต้น  

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงชื่นชอบข้าวแต๋นหน้าน้ำอ้อยรสชาติดั้งเดิมอยู่ ข้าวแต๋นลำปาง เป็น 1 ในสินค้าโอท็อป (OTOP) ของจังหวัดที่สร้างชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้กับจังหวัดลำปาง    

ข้าวแตน เป็นขนมพื้นบ้าน มีกำเนิดจากการที่ชาวบ้านภาคเหนือในสมัยก่อน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำนา มีรายได้น้อย นิยมกินข้าวเหนียวเป็นหลัก หากมีข้าวเหนียวเหลือก็มักนิยมนำมาตากแดดให้แห้ง เพื่อเก็บไว้กินโดยการนำไปทอด เรียกว่า “ข้าวเย็นทอด”  

ต่อมาภายหลังได้ดัดแปลงโดยการนำน้ำตาลมาโรยหน้า นำน้ำอ้อยมาราดลงบนข้าวเย็นทอด ที่ผสมน้ำแตงโม เกลือ งา เพื่อเพิ่มรสชาติ   

ข้าวที่ใช้ทำข้าวแต๋น ใช้ข้าวเหนียวขาว และข้าวเหนียวดำ

ข้าวแต๋น นิยมทำกันในเทศกาลต่างๆ เพื่อเลี้ยงแขกในงานมงคลต่างๆ เช่น งานปีใหม่เมือง หรือสงกรานต์ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานปอยลูกแก้ว (บวชเณร) และงานปอยหลวง (งานบุญใหญ่) 

ข้าวแต๋น ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากนำข้าวที่เหลือจากการบริโภคประจำวัน นำมาขึ้นรูปต่างๆ เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม แล้วตากแดด เก็บรักษาไว้ได้นาน เมื่อต้องการรับประทานก็นำมาทอดให้สุกแล้วราดด้วยน้ำอ้อยอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ส่วนผสมและรสชาติข้าวแต๋นก็ไม่ต่างไปจาก ข้าวพอง ของทางภาคกลาง ภาคใต้  

วิธีการทำข้าวแต๋น

1. เริ่มจากการนำข้าวเหนียว แช่น้ำค้างคืน 1 คืน หรือประมาณ 8-10 ชั่วโมง เพื่อให้ข้าวนิ่มและพองตัว จากนั้นนำมาซาวน้ำ และนึ่งข้าวให้สุก 

2. นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วผสมน้ำตาล น้ำแตงโม และเกลือ นำข้าวที่ผสมแล้วใส่ลงพิมพ์รูปทรงต่างๆ เช่น วงกลม วงรี สี่เหลี่ยม เป็นต้น ใช้มือกดให้เต็มพิมพ์ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง ใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน แล้วแต่ฤดู และสภาวะอากาศ หรืออบในอุณหภูมิ 50-70 องศาเซลเซียส ระยะเวลา 12-15 ชั่วโมง

3. การทอดข้าวแต๋น นำข้าวที่ตากแห้งสนิทแล้วไปทอด ในอุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ระยะเวลา ประมาณ 1 นาที หรือสังเกตจนกว่าข้าวจะพองตัวขึ้นมีสีเหลืองนวล

                                                                                                                                                          

4. การทำน้ำอ้อย ล้างหม้อให้สะอาด เติมน้ำสะอาด ประมาณ 200 ซีซี นำไปตั้งไฟอ่อน เมื่อน้ำเดือด เติมน้ำอ้อย แล้วเคี่ยวจนเหนียว และมีกลิ่นหอม และหยอดน้ำอ้อยบนแผ่นข้าวแต๋นที่ทอดแล้วให้เป็นรูปก้นหอย 1 ซึ่งจะหยอดเพียงด้านเดียว ทิ้งไว้จนน้ำตาลแห้ง เก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท เพื่อป้องกันความชื้นและข้าวแตนกรอบได้นาน

การทำข้าวแตนอีกวิธีหนึ่ง จะเคี่ยวน้ำตาล หรือน้ำอ้อย ผสมลงไปในข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ คนให้เข้ากันดีแล้วนำมาทำพิมพ์เป็นแผ่น และตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาทอดเช่นเดียวกัน แต่จะไม่มีการหยอดน้ำอ้อยหรือน้ำตาล เพราะได้รับความหวานจากน้ำอ้อยหรือน้ำตาลที่ผสมลงไปแล้ว

การทำข้าวแต๋นช่วงที่ใช้เวลามาก อยู่ที่ขั้นตอนการตากแดด การตากแดด ใช้เวลา 1-2 วัน

ถ้าวันไหนไม่มีแดดก็ใช้เวลานาน ในฤดูฝนสร้างปัญหาในการตากข้าวแต๋นอย่างมาก เพราะไม่สามารถทำให้ข้าวแต๋นแห้งได้ทัน และเกิดความเสียหายได้ การแก้ปัญหา ผู้ประกอบการจึงสร้างโรงอบหลังคาโค้งมุงด้วยพลาสติกใส กันฝนกันแมลงได้ ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาได้ การใช้เตาอบเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้ประกอบการรายใหญ่นำมาใช้ แต่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูง สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยยังไม่มีทุนพอจะดำเนินการด้วยวิธีการดังกล่าวได้ จึงพึ่งแสงแดดจากธรรมชาติในการตากข้าวแต๋นให้แห้ง    

จากปัญหาที่ผู้ประกอบการต่างพบในการตากข้าวแต๋น จึงมีนักศึกษาพัฒนาเครื่องอบแห้งข้าวแต๋นพลังงานร่วมขึ้นมา มี นายเฉลิมพงษ์ กาตาสาย นายฐณวัฒน์ วงศ์ไชยรัตน์ และ นายประพจน์ ดีมาก นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง มี อาจารย์ชัชชัย วรพัฒน์ เป็นที่ปรึกษา 

เครื่องอบแห้งข้าวแต๋นพลังงานร่วม จะใช้พลังงานจากแสงแดดในวันที่มีแสงแดดดี แต่เมื่อวันใดฝนตกฟ้าปิดไม่มีแสงแดดก็เปลี่ยนไปใช้แก๊สแทน     

ดังนั้น เครื่องอบแห้งข้าวแต๋นพลังงานร่วมจึงเป็นทางออกอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการทำข้าวแต๋น     

เครื่องอบแห้งข้าวแต๋นพลังงานร่วม ใช้ต้นทุนในการสร้าง ประมาณ 30,000 บาท  

สัดส่วนของเครื่อง มีความกว้าง 120 เซนติเมตร ความยาว 220 เซนติเมตร และความสูง 110 เซนติเมตร  ภายนอกบุแผ่นสังกะสี ส่วนภายในบุด้วยแผ่นสเตนเลส ใช้กระจกหนา 6 มิลลิเมตร สามารถใช้อบข้าวแต๋นได้ครั้งละ 1,260 ชิ้น ใช้เวลาอบ 5 ชั่วโมง สิ้นเปลืองแก๊สหุ้งต้ม 1.9 กิโลกรัม ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส 

การตากข้าวแต๋นจากแสงแดดบนตะแกรง ใช้เวลาตาก 1-2 วัน โดยมีอุณหภูมิ ระหว่าง 40-43 องศาเซลเซียส ส่วนการตากในเครื่องอบ ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 63-64 องศาเซลเซียส และเมื่อใช้แก๊สในการอบ ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส    

การตากข้าวแต๋นจะกลับแผ่นข้าวแต๋นชั่วโมงละครั้ง ข้าวแต๋น 1 ชิ้น ที่ยังไม่ได้อบ หนัก 16 กรัม เมื่ออบแล้วน้ำหนักเหลือ 6.5 กรัม            

เครื่องอบแห้งข้าวแต๋นพลังงานร่วม เป็นเพียงแนวคิดเพื่อให้ผู้ประกอบการข้าวแต๋นที่สนใจนำไปพัฒนาในระดับอุตสาหกรรมทำข้าวแต๋นต่อไป... 

 

         

อ่าน 2,569 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง






ข่าวยอดนิยม
เยาวชนนักประดิษฐ์/กรงนกหัวจุก เมืองคอน กศน.ส่งเสริมทำจำหน่าย
รีไซเคิลฝายางน้ำดื่ม เป็น กระเช้า-นาฬิกา ฝีมือนักเรียน นักศึกษา ลพบุรี-สกลนคร
มะม่วงหาว มะนาวโห่ แยมสมุนไพร ผลงาน วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการวังไกลกังวล
เยาวชนนักประดิษฐ์/เครื่องหั่นต้นกล้วย ผลงาน นักศึกษาเทคนิคสิชล
เยาวชนักประดิษฐ์/หล่มเก่าพิทยาคม ทำขนมจีนแบบไม่เหนื่อย ด้วยเครื่องบีบแบบผ่อนแรง