สวก. จัดเวทีร่วมลงนาม MOU และ LOI ผนึก 12 พันธมิตร ไทย-จีน ขับเคลื่อนโครงการ ‘Nan Sandbox’

การเกษตร ถือเป็นรากฐานของคนในสังคมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หลายครัวเรือนต่างดำรงชีวิตและหาเลี้ยงชีพด้วยการทำเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและความยั่งยืนของประเทศ การพัฒนาพื้นที่เกษตรจึงเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับและเพิ่มรายได้เกษตรกรให้มีการเติบโตยิ่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรม

เพื่อสร้างกลไกสำคัญในการพัฒนาและยกระดับการเกษตรของไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงจัดงานเสวนาการเกษตรนานาชาติ ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Neo-Regional Development on  Biodiversity and Agricultural Sustainability” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ณ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดน่าน โดยโอกาสนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงานฯ  

 

นับเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 12 องค์กรพันธมิตร เข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญาน่าน (Nan Declaration) แลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ การแก้ไขปัญหาความยากจน และการสร้างความร่วมมือด้านการส่งเสริมการเกษตร เพื่อพัฒนาชุมชนแก่พี่น้องเกษตรกร SME และผู้ประกอบการในจังหวัดน่าน ภายใต้ความร่วมมือ ไทย-จีน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการรักษ์ป่าน่าน 

นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และประธานกรรมการสถาบันพัฒนาและวิจัยพื้นที่สูง เผยว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ พระชยานันทมุนี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครน่านฯ เฉลิมพระเกียรติฯ ให้เกียรติเชิญทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามในปฏิญญาน่าน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือด้านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างผลงานวิจัย ภายใต้กรอบความร่วมมือการวิจัยและพัฒนายาจากพืช และการพัฒนาเกษตรสีเขียว  

“ภายในงานมีการลงนามความร่วมมือปฏิญญาน่าน ระหว่างหน่วยงานพันธมิตรจากประเทศไทยและจีน ร่วม 12 หน่วยงาน ต่อยอดโครงการ Nan Sandbox เพื่อปรับคืนพื้นที่มาเป็นสภาพป่า สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ต่อไป นอกจากนี้ สวก. ได้ลงนาม MOU ร่วมมือทางวิชาการด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร และความหลากหลายทางชีวภาพ กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยเกษตรยูนนาน จำนวน 1 ฉบับ หนังสือแสดงเจตจำนง LOI การวิจัยและพัฒนาผลไม้เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน และหนังสือแสดงเจตจำนง LOI การเพิ่มพูนและสร้างเสริมศักยภาพวิจัย กับมหาวิทยาลัยเกษตรยูนนาน เพิ่มเติมจำนวน 2 ฉบับ หลังจากที่ได้มีการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง LOI ด้านงานวิจัยกาแฟและสมุนไพร ณ เมืองผูเอ่อร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน”

สำหรับ 12 หน่วยงานที่เข้าร่วม ประกอบด้วย 1. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) 2. วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ 3. สำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน 4. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจีน 5. สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา 6. Yunnan Private Enterprise Association 7. Yunnan Association for International Science and Technology Cooperation  8. สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) 9. สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและความร่วมมือการค้าอาเซียน-จีน 10. มูลนิธิกสิกรไทย 11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ pg168. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวเสริมว่า สวก. พร้อมสนับสนุนทุนวิจัย 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ การปลูกสมุนไพรร่วมกับไม้ยืนต้น การแปรรูปสมุนไพร เพื่อใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย และการขยายผลการปลูกพืชทดแทน เพื่อให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ สวก. ยังได้นำนิทรรศการผลิตภัณฑ์จากการสนับสนุนทุนวิจัยด้านสมุนไพรไทย ข้าว และอาหาร มาร่วมจัดแสดงอีกด้วย

“สวก. เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยด้านการเกษตรของประเทศ ร่วมสนับสนุนและพัฒนางานวิจัยการเกษตร พร้อมทั้งนำผลงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม สร้างกลไกสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีการเกษตรของไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป” ผู้อำนวยการ สวก. ทิ้งท้าย