‘เลกาซี’ ทุ่ม 2 ล้าน จัด Legacy Inspirations 11 นักธุรกิจ Diamond ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ ผ่านระบบ Zoom ถึง 3,000 นักธุรกิจเครือข่าย

นับเป็นมิติใหม่ของธุรกิจเครือข่าย ในงาน Legacy Inspirations ที่จัดให้มีการพบปะสื่อสารของนักธุรกิจเลกาซีผ่านหน้าจอระบบ ZOOM ระหว่างนักธุรกิจระดับ Diamond Director ขึ้นไป รวม 11 รหัส กับนักธุรกิจเลกาซี กว่า 3,000 คน ทั่วประเทศ ผ่านรูปแบบ Virtual Event ที่บ้านริก สตูดิโอ ซอยนวมินทร์ 111 แยก 12 เมื่อบ่ายวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

จากซ้าย ปานรดา จารุกุลวนิช, ปริญ จารุกุลวนิช, ชีวาวัชญ์ จรัสนิรัติศัย

คุณวรรณ โชติกะวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทเลกาซี่ คอร์ป จำกัด เผยว่า ในการจัดงาน Legacy Inspirations ครั้งนี้ ลงทุนเกือบ 2,000,000 บาท ใช้เวลาเตรียมงานกว่า 1 เดือน  ใช้คนกว่า 100 คน ผมเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้คุ้มค่ามากๆ เฉพาะการสร้างแรงบันดาลใจในวันนี้ ก็คุ้มมากแล้ว มันตอบโจทย์ที่เราต้องการ

“งาน  Legacy Inspirations เป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจของเลกาซีหรือคนทั่วไป ให้เห็นแนวคิดของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของเรา ช่วงที่ผ่านมาเรามีผู้ประสบความสำเร็จระดับ Diamond คือ ผู้ประสบความสำเร็จระดับสูง ถึง 11 รหัส  ซึ่งไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เราเปิดบริษัทมา ถือว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษ และทุกรหัสได้มาเล่าถึงแรงบันดาลใจ การสร้างแรงบันดาลใจต่างๆ  ตรงนี้เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ เราอยากถ่ายทอดหรือส่งต่อแรงบันดาลใจที่ทุกท่านมีให้กับสังคม

“ในการจัดงานผ่านระบบ ZOOM 3,000 คน เป็นครั้งแรก ผมยังไม่เคยเห็นบริษัทอื่นจัดแบบ 3,000 คน อาจไม่ได้มาก แต่ผมว่าเป็นปรากฏการณ์ของโลกที่ไม่เคยมีธุรกิจเครือข่ายจัดแบบนี้ และ ZOOM เฉยๆ มันก็อาจธรรมดาไป มันจะมีการใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ในงานนี้ด้วย เป็น AR (Augmented Reality คือ เทคโนโลยีที่นำภาพเสมือน ที่เป็นรูปแบบ 3 มิติ จำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและการประมวลผลที่จะนำวัตถุมาทับซ้อนเข้าเป็นภาพเดียวกัน) ทุกคนจะได้เห็นว่าในขณะที่เราถ่าย มันจะไม่ได้เห็นเหมือนตาเราเห็น มันจะมีแอนนิเมชั่น มี AR เข้ามาประกอบด้วย เป็นอีกเลเยอร์หนึ่ง จะดูสนุกสนานและอลังการ”คุณวรรณ เผย

นอกจากนี้ คุณวรรณ เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจเลกาซีในยุค New Normal ด้วยว่า “ผมคิดว่าช่วงโควิดทำให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพมากขึ้นเป็นอย่างมาก และเลกาซีตั้งแต่เปิดบริษัทมา เราให้ความสำคัญกับคุณภาพการผลิตสินค้าตั้งแต่กระบวนการนำเข้าสารจากต่างประเทศ ไปจนถึงการเลือกโรงงาน และการคัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ การสกรีนโรงงานทุกขั้นตอน รวมทั้งการ reject สินค้าถ้าเผื่อไม่ได้มาตรฐานด้วย อันนี้เราซีเรียสมากๆ จึงทำให้เรามั่นใจในคุณภาพสินค้า ว่าเรามีสินค้าที่มีคุณภาพดีมากๆ ส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างดีที่สุด

“พอเกิดภาวะวิกฤต เราเหมือนกับนักธุรกิจที่เขามีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเรามากๆ เวลามันมีความต้องการของตลาดจึงมีความมั่นใจที่จะออกไปพูดกับตลาดได้อย่างเต็มที่ พอมีโควิดทำให้เราได้รับผลกระทบเชิงบวกมากๆ เราเติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ถือว่าเป็นโชคดีของเลกาซี

“รวมถึงอาจเป็นเพราะว่าการทำการตลาดของเราเปลี่ยนไป พอเกิดโควิดคนมาประชุมกันไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ทำออนไลน์ เราก็ได้กลุ่มคนใหม่ๆ มา ต้องบอกว่าเราได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 84 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเยอะมาก และเป็นสมาชิกที่อยากจะมาร่วมธุรกิจด้วย เพราะเนื่องจากช่วงโควิดคนเล็งเห็นว่าสินค้าสำคัญและการทำอะไรเพิ่มก็สำคัญ เขาอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น อันนี้เลกาซีจึงตอบโจทย์ได้”คุณวรรณ เผย

ถามถึงการสร้างความน่าเชื่อถือที่ปรับจากออฟไลน์มาเป็นออนไลน์แตกต่างกันอย่างไร คุณวรรณ บอกว่า จริงๆ แล้ว ออนไลน์กับออฟไลน์ตอบคนละโจทย์ ออฟไลน์มันมีความจำเป็นและสำคัญต่อการสร้างสายสัมพันธ์ ซึ่งถ้าพูดถึงสายสัมพันธ์ไม่มีอะไรดีกว่าออฟไลน์ที่เราเจอหน้ากัน จับมือกัน แต่ถ้าพูดถึงการสื่อสาร การสร้างแรงบันดาลใจ หรือการถ่ายทอดความรู้ อันนี้ออนไลน์จะดีกว่า มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้ 2 ช่องทาง ให้เหมาะสม โดยธุรกิจของเรายังเป็นออฟไลน์อยู่เยอะกว่า แต่เราใช้ออนไลน์ในการสื่อสาร

ส่วนแผนงานของธุรกิจเครือข่ายเลกาซีในอนาคต คุณวรรณ แง้มว่า ในปี 2564 ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 7 ของเลกาซี จะมีเซอร์ไพรส์อีกเยอะเลย ขณะที่ในปลายปี 2563 จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นในอุตสาหกรรมเครือข่ายโลกออกมาเรื่อยๆ พอโลกเปลี่ยน เราเชื่อว่าธุรกิจมันจะเปลี่ยนไปข้างหน้า เลกาซีวางแผนไว้ข้างหน้าอีกหลายปี อยากให้ติดตามกันมากกว่า ว่าเราจะมีอะไรที่น่าตื่นเต้น ผมเชื่อว่าถ้าโควิดยังมีต่อไป การจัดงานลักษณะนี้จะทำให้ดีขึ้นด้วย

 

 

นอกจากนี้ คุณวรรณ ยังเผยถึงเทรนด์ธุรกิจเครือข่ายในอนาคตด้วยว่า ธุรกิจสุขภาพจะมีความสำคัญมากขึ้น พอยิ่งเกิดโควิด ยิ่งตอบโจทย์ให้คนตระหนักและเห็นความสำคัญของธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ และคนตระหนักด้วยว่าต้องมีอะไรทำเพิ่มมากขึ้น คนจะมีอาชีพมากขึ้น และมีอะไรทำเสริมเป็นสิ่งที่สำคัญขึ้น คนจะมองเห็นตรงนี้มากขึ้น ผมเชื่อว่านี่คือ อนาคตต่อไป

ด้านมุมมองของนักธุรกิจเลกาซีระดับผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จจนขึ้นชั้น Black Diamond Director

คุณปริญ-คุณปานรดา จารุกุลวนิช นักธุรกิจระดับ Black Diamond Director ของเลกาซี โดย คุณปริญ เผยว่า มาทำธุรกิจกับเลกาซีเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง มองธุรกิจเลกาซี มีความมั่นคง สินค้าดี ทำให้การทำธุรกิจเป็นไปได้ จากเดิมเคยมองธุรกิจเครือข่ายเป็นลบ แต่พอลองศึกษา ผมอยากสุขภาพดี เพราะแต่ก่อนผมอ้วน ก็มาเห็นว่าธุรกิจเลกาซีมีความน่าเชื่อถือเพราะสินค้าดี ธุรกิจเป็นไปได้ มองว่าแต่ก่อนคนไม่ได้เกลียดธุรกิจเครือข่าย แต่เกลียดพฤติกรรมคนทำ แต่เลกาซีไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น มีความน่าเชื่อถือ จริงๆ มันอยู่ที่แบรนด์ดิ้งของคน ยุคปัจจุบันคือการให้ข้อมูล เพราะโลกแคบลง เสิร์ชกูเกิลได้ พอเขารู้สึกว่ามันเป็นไปได้ เขาก็อยากทำกับเรา

ส่วนกฎที่ทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย คุณปริญ เผยว่า มี 2 ข้อ 1.Positive thinking การคิดบวก อันนี้สำคัญมากๆ เพราะจริงๆ แล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้นมองได้ 2 แง่ ว่า เราจะมองแง่ลบหรือแง่บวก ถ้าเรามองในแง่บวกเสมอๆ มันทำให้เราไปต่อง่าย 2.Can do Attitude เราสามารถทำเรื่องนั้นได้ ต่อให้มันยาก หรือว่าเป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีใครทำ ถ้าเราคิดว่ามันได้ เราก็พยายามจะหาทางไป สองสิ่งนี้มันจะทำให้เราไปได้เรื่อยๆ

เมื่อมาถึงช่วงวิกฤตโควิด คุณปริญ เผยถึงการปรับตัวของธุรกิจเครือข่ายเลกาซี ว่า แต่ก่อนเราทำเป็นแบบออฟไลน์ ตอนนี้ปรับตัวเป็นแบบออนไลน์ เรามีคลาสเพิ่มขึ้นเยอะมาก

“ผมมองว่า หลายๆ คนมองหาโอกาสอยู่ และตลาดสุขภาพก็บูม เลยทำให้การทำธุรกิจเป็นไปได้ง่าย และมีการเติบโตมากขึ้น แต่ก่อนเราเรียนแบบออฟไลน์ แต่พอมีโควิดเราก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นออนไลน์ 100เปอร์เซ็นต์ มันทำให้เข้าถึงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น จริงๆ แล้วผมมองว่าทุกคนต้องปรับตัวหมด คือสังคมทำให้ต้องเป็นแบบนี้ มันก็เลยปรับตัวไม่ยาก

“ในการจัดงาน Legacy Inspirations เป็นแบบ Virtual ZOOM ในครั้งนี้ ผมตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นกว่าขึ้นเวทีปกติ เพราะปกติเวลาเราพูดต่อหน้าคนไม่ได้พูดยาก แต่ครั้งนี้เราพูดกับกล้อง พูดกับการเห็นหน้าคนบน ZOOM เราก็ต้องปรับเทคนิคการพูด ผมว่าคนดูเขาก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะวิธีการพูดหรือการสื่อสารทำให้เขาได้เรียนรู้” คุณปริญ เผย

นอกจากนี้ คุณปริญ เผยถึงความแตกต่างในการสร้างความน่าเชื่อถือระหว่างระบบออนไลน์กับออฟไลน์ ว่า ออนไลน์ก็มีข้อดี และออฟไลน์ก็มีข้อดี ระบบออนไลน์อาจเข้าทางหลายคน บางทีติดเรื่องระยะทาง ไม่มีเวลาเรียนรู้ แต่พอเป็นเรื่องออนไลน์กลับมาเรียนรู้ซ้ำได้ มีข้อดีมากๆ เลย ในการปรับตัวเข้าสู่ระบบออนไลน์ แรกๆ เราอาจจะกังวลเพราะเราไม่ชิน แต่พอเราทำจริงๆ แล้วเขากลับชอบมากขึ้น เราต้องคิดว่าคนหนึ่งคนเขาต้องการข้อมูลที่เร็ว และพอมีเรื่องของออนไลน์ เรียนรู้หรือคุยกันตอนไหนก็ได้ มันตอบโจทย์คนที่เขาต้องการง่ายขึ้น เร็วขึ้น และตรงใจมากขึ้น

ด้าน คุณปานรดา รหัสคู่และคู่ชีวิตของคุณปริญ กล่าวเสริมว่า วิกฤตโควิดมีผลกระทบในแง่ดีกับเลกาซี จากที่ทุกคนตระหนักเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว ทำให้ตระหนักมากขึ้น ทุกอย่างทำให้เรา คนรอบตัว สิ่งแวดล้อม ทุกคนกลับมาดูแลตัวเอง กลายเป็นว่าได้รับผลเป็นบวก ยอดขายของเลกาซีถือว่าทำตลาดได้ดีทุก Category รวมทั้งทุกคนกลับมาตระหนักมากขึ้นว่าต้องมีรายได้มากกว่าทางเดียว เพราะรายได้ที่มีอยู่อาจไม่มั่นคง อาชีพที่คิดว่าดีอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

มาถึง คุณชีวาวัชญ์ จรัสนิรัติศัย อีก 1 นักธุรกิจเครือข่ายเลกาซี ระดับ Black Diamond Director ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นกับการ บอกเล่าแรงบันดาลใจ ผ่านระบบ ZOOM ให้กับนักธุรกิจเลกาซี 3,000 คนฟัง

“ในวันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นคนละแบบกับการประชุมออฟไลน์ เพราะในการประชุมออฟไลน์คนที่ฟังเราก็คือคนที่เราเห็นอยู่ในห้องตรงนั้น แต่พอเปลี่ยนเป็นออนไลน์ทำให้คนเข้าใจธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น จริงๆ ช่วงโควิด ทุกคนต้องปรับตัว ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจเลกาซี ทำให้เกิดการติดต่อสื่อสารทางออนไลน์มากขึ้น ถือว่าเป็นข้อดีของธุรกิจเลกาซีมาก ที่ทำให้เราสามารถสื่อสาร ให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนได้ทั่วประเทศ

“ในอนาคตถ้าโควิดหมดไป ผมคิดว่าเราน่าจะผสมผสาน ระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์ เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาเราเห็นข้อดีของการจัดแบบออนไลน์แล้วว่าได้ในเรื่องระยะทาง การใกล้ชิดมากขึ้นเราจัดได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตรงนี้เราจะคงรูปแบบของการประชุมที่ต้องการสื่อสารในภาพรวมไว้ แต่ถ้าเป็นเรื่องขององค์ความรู้ต่างๆ ที่เฉพาะเจาะจงลงไป เราอาจมีการจัดแบบออฟไลน์ในบางครั้ง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าหลังจากวิกฤตโควิด เลกาซีจะเป็นบริษัทที่เข้มแข็งมากๆ เพราะสามารถประยุกต์ระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว” คุณชีวาวัชญ์ เผย

นอกจากนี้ คุณชีวาวัชญ์ เผยถึงกฎที่เขายึดมาตลอดในการทำธุรกิจเครือข่าย จนประสบความสำเร็จในวันนี้ ว่า 1.ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร เราต้องเจอปัญหา เพราะฉะนั้นอยากให้เราอยู่กับปัญหาด้วยความเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจเราจะหาทางแก้ได้ 2.ห้ามหยุดเรียนรู้ เราไม่สามารถหยุดการเรียนรู้ได้เลย ต้องบอกว่าหลักสูตรการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จมันไม่มีสอนในระดับมหาวิทยาลัย ทุกคนเริ่มต้นนับ 1 ใหม่พร้อมกันหมด เพราะฉะนั้นการที่คน 1 คน จะไปได้ไกล บริษัทเป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือความกระวีกระวาดของคนในการที่จะรักการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง วันนี้การที่ใครจะไปได้ไกลกว่ากัน มันขึ้นอยู่กับว่าตัวเขาเป็นนักเรียนที่ดีมากน้อยขนาดไหน ถ้าเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด เขาสามารถประสบความสำเร็จ แสดงว่าเข้าใจปัญหากับการเรียนรู้

“หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจตรงนี้ สำหรับผมคือเรื่องของแรงบันดาลใจ ถ้าเรามีแรงบันดาลใจ เราต้องตอบให้ได้ว่าเราทำเพื่ออะไร ถ้าเราไม่มีเป้าหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะทำไปเรื่อยๆ ที่เสียไปคือเวลา ต้องบอกว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าเราทำโดยที่ไม่มีเป้าหมาย หรือแรงบันดาลใจ เราจะเสียเวลาฟรีๆ” คุณชีวาวัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้จังหวัดกระบี่ จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ บูรณาการร่วมกับโครงการจังหวัดกระบี่เคลื่อนที่ ให้บริการพี่น้องเกษตรกรอำเภออ่าวลึกและพื้นที่ใกล้เคียง
บทความถัดไปตู้รับพัสดุระบบฆ่าเชื้ออัตโนมัติ…สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู้ COVID-19