31 ปี สหกรณ์นักเรียน เสริมแกร่งต้นกล้า เสริมคุณค่าระบบสหกรณ์

ตลอดระยะเวลา 31 ปีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน

ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2534 เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ปลูกฝังให้เยาวชนมีทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ และสามารถนำระบบสหกรณ์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงปัจจุบัน มีสถานศึกษาที่ได้รับการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนรวม 30,341 โรงเรียนทั่วประเทศ

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนการสหกรณ์สู่สถานศึกษา เป็นกิจกรรมที่กรมส่งเสริมสหกรณ์บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง เริ่มต้นจากกิจกรรมพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ การขยายผลการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สู่โรงเรียนสังกัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ การจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ด้วยระบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การประกวดโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ และสูงสุดของการขับเคลื่อนด้วยการประกวดโรงเรียนจัดการเรียนรู้การสหกรณ์รางวัลพระราชทาน โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบหมายสำนักงานสหกรณ์จังหวัด เข้าไปส่งเสริมกิจกรรมในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของสหกรณ์ไทย ได้นำเรื่องการสหกรณ์ไปใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน จนถึงปัจจุบันได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมการเชื่อมโยงกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนสู่ผู้ปกครองและชุมชน” ให้นักเรียนและผู้ปกครองได้ร่วมกันจัดทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์นอกห้องเรียนซึ่งกันและกัน เช่น การเรียนรู้เรื่องการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย การฝึกทักษะอาชีพ การซื้อขายผลผลิต เป็นการสร้างความคุ้นเคยเรื่องระบบสหกรณ์ สร้างความสามัคคี ชุมชนได้รู้จักการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์ของขบวนการสหกรณ์

กิจกรรมสหกรณ์ที่กรมฯ ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้เป็นแค่การพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียน แต่ยังก่อให้เกิดความมั่นคงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้การเรียน

การสอนสหกรณ์นักเรียนเป็นกิจกรรมหลัก มีโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง เกิดการส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับผู้ปกครอง นอกจากนี้เด็ก ๆ ยังสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องการออม วินัยการเงิน การวางแผนค่าใช้จ่าย เมื่อเด็กออมเงินกับกิจกรรมสหกรณ์ ก็มีเงินเก็บ สามารถเอาไปช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระครอบครัว เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่กิจกรรมสหกรณ์นักเรียนได้สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ชุมชนที่อยู่เป็นอย่างยิ่ง

“กรมฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้นักเรียนและผู้ปกครองร่วมกันทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์นอกห้องเรียนซึ่งกันและกัน เป็นการขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน สร้างการเชื่อมโยงสหกรณ์นักเรียนกับชุมชน หรือสหกรณ์ในชุมชนให้เหนียวแน่น ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสร้างรากฐานที่มั่นคงแก่กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ให้มีศักยภาพในการสร้างการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ที่สามารถเอาไปใช้ได้จริง ก็ถือเป็นการสร้างระบบงานสหกรณ์ พัฒนาภายใต้การสร้างเครือข่าย สามารถขยายผลในการจำหน่ายผลผลิตภายในชุมชน ก็จะเป็นรูปธรรมของการที่ให้เกิดการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และชุมชน เดินไปด้วยกัน สามารถพึ่งพาตนเองได้” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ด้าน ดาบตำรวจหญิง นริศรา ศรีจันบาล ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสังวาลย์วิท 4 อ.ธารโต จ.ยะลา เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนมีกระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความรู้ทักษะด้านการสหกรณ์ และสร้างลักษณะนิสัยที่สอดคล้องกับอุดมการณ์สหกรณ์ผ่านทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ใน 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการผลิตและอาชีพ กิจกรรมออมทรัพย์ กิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ และกิจกรรมด้านการศึกษาและสวัสดิการ เป็นการฝึกฝนนักเรียนให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงานสหกรณ์ โดยมีครูคอยเป็นที่ปรึกษา นักเรียนได้ฝึกทักษะอาชีพต่าง ๆ เช่น การเกษตร การแปรรูป การค้าขาย การบริหารจัดการร้านค้า ตรวจรับสินค้า ทำบัญชี บันทึกรายการ การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการจากสมาชิก แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ละคน ฝึกให้นักเรียนมีการประชุมเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้มีการทำงานร่วมกัน

การดำเนินงานกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนของโรงเรียน ยังมีความเชื่อมโยงกับผู้ปกครองหรือชุมชน ที่สามารถนำสินค้ามาฝากจำหน่ายในร้านสหกรณ์โรงเรียนได้ โดยจะมีการหักกำไรประมาณ 10% เข้าร้านค้าสหกรณ์ นอกจากนี้ โรงเรียนยังเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีฐานการเรียนรู้ เช่น การปลูกผักบนแคร่ การเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา แล้วนำผลผลิตที่ได้จากฐานกิจกรรมไปประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียน หากเหลือก็จะนำออกขายให้ผู้ปกครองและชุมชน

“กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ช่วยให้เด็กนักเรียนได้รับการปลูกฝังและพัฒนาลักษณะนิสัยของการพึ่งพาตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ปลูกฝังเกี่ยวกับการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคม การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีระบบและเป็นแบบแผน ทำให้เกิดนิสัยรักการออม รู้จักประหยัด มีการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บ ซึ่งจะช่วยให้ครอบครัวมีการกินดี อยู่ดี และมีความมั่นคง” ดาบตำรวจหญิง นริศรา กล่าว

เช่นเดียวกับ คุณครูละเอียด โรจน์รุ่ง ครูชำนาญการพิเศษ ผู้ดูแลกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน โรงเรียนบ้านหมากหัววัง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ที่เปิดเผยว่าโรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสหกรณ์ต่อเนื่องมาโดยตลอดในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ กระทั่งปีการศึกษา  2559 ได้มีการบูรณาการวิชาสหกรณ์ในสารระการเรียนรู้อื่นทั้ง 8  สาระการเรียนรู้ เน้นให้เด็กนักเรียนรู้จักอุดมการณ์ หลักการ วิธีการสหกรณ์แบบเข้าใจง่าย นอกจากกิจกรรมหลักของสหกรณ์นักเรียนทั้ง 4 กิจกรรมแล้ว โรงเรียนยังเพิ่มทักษะการเรียนรู้ โดยให้เด็กนักเรียนแบ่งกลุ่มคละชั้นทำโครงงานการแปรรูปผลผลิต เพื่อฝึกให้เด็กนักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการหาข้อมูล การทดลอง และบันทึกผลอย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แล้วนำไปจำหน่ายในร้านค้าสหกรณ์ ขณะเดียวกันได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปผลผลิตสู่ชุมชน เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริม โดยโรงเรียนเป็นผู้รับซื้อสินค้าแปรรูปนี้ นำขายผ่านกลุ่มไลน์ และในสิ้นปีการศึกษา จะมีกิจกรรมส่งเสริมสวัสดิการให้สมาชิก การจัดจำหน่ายสินค้าหนึ่งห้องเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์  และนิทรรศการกาดมั่วครัวนักเรียน โดยเชิญผู้ปกครอง หน่วยงานในชุมชนมาร่วมงาน นอกจากจะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนแล้ว ผลกำไรจากการทำธุรกิจของสหกรณ์ ทั้งในช่วงปกติและการจัดงาน ก็สามารถจัดสรรเป็นเงินปันผลให้แก่สมาชิก  บางส่วนสะสมไว้เป็นเงินทุนของสหกรณ์ และเป็นเงินบริจาคสำหรับทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในโรงเรียนและชุมชน

“กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ช่วยปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเยาวชนในการดำรงชีวิต พัฒนาทักษะและลักษณะนิสัยของการพึ่งตนเอง ความรอบคอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม การทำงานร่วมกันอย่างมีระบบแบบแผน เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคีกันระหว่างชุมชนกับโรงเรียน ระหว่างเด็กนักเรียนต่างระดับชั้นในลักษณะพี่ช่วยน้อง ฝึกให้ตั้งเป้าหมายการทำงาน มีความรับผิดชอบ ทำแล้วได้เงิน ได้เห็นคุณค่าในตนเอง และเกิดความภาคภูมิใจ” คุณครูละเอียด กล่าวทิ้งท้าย