ผักหวานบ้าน ปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้หลายปี

ขึ้นชื่อว่าผัก ผู้คนมักสนใจไขว่คว้าเสาะหา เพราะเราท่านต่างรู้ว่าเป็นของดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นทั้งอาหารการกิน เป็นทั้งสมุนไพร ยารักษาป้องกันโรค เป็นยาบำรุงร่างกาย มีคุณค่าประโยชน์สารพัด สิ่งสำคัญของผักทั้งหลาย คือคุณค่าทางอาหาร ที่รู้จักกันมานานคือ ผักมีเส้นใยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหาร การขับถ่าย ร่างกายคนเราถ้าระบบย่อยอาหารดี ระบบขับถ่ายไม่มีปัญหา คนนั้นมักมีสุขภาพดี มีผลทางด้านอารมณ์และจิตใจก็ดีตามมาด้วย

ผักหวานบ้าน เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในทุกภูมิภาคของไทย พบมากในป่าผสมผลัดใบ ป่าทุ่ง ป่าแดง ริมทุ่งนา นิยมนำมาปลูกริมรั้ว หลายคนนิยมชมชอบในรสชาติ หลายคนพึงใจในความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เพราะแทบจะหาศัตรูรบกวนไม่มี จึงไม่มีใครนำสารเคมีไปฉีดพ่น ทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างในผักหวานบ้าน แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่อยากลิ้มรส เพราะไม่ชอบกลิ่นที่ออกจะเหม็นเขียว เอียน ก็ไม่รู้จะเป็นอุปาทานของบางคนหรือไม่ ก็เหมือนรักชอบสิ่งไหน ก็ดูดีมีเสน่ห์ไปหมด เกลียดสิ่งใด ก็เห็นเป็นสิ่งรำคาญใจนั่นแหละ

ผักหวานป่า หรือชื่อสามัญ Star Goose Berry
เป็นพืชในวงศ์ EUPHORBIACEAE
มีชื่อวิทยาศาสตร์ Sauropus androgynus Merr .

มีชื่อเรียกในถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือ เรียก จ้าผักหวาน ผักก้านตง ใต้ใบใหญ่ ภาคใต้เรียก ผักหวานใต้ใบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียก มะยมป่า สตูลและมลายู เรียก นานาเซียม เป็นไม้พุ่ม ต้นแข็ง สูง 0.5-2 เมตร กิ่งก้านค่อนข้างเล็ก ทรงตั้งตรง เปลือกต้นขรุขระสีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม กิ่งแก่สีเขียวปนเทา

ผิวเปลือกเรียบ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยแตกเป็นคู่สลับ ใบย่อยกลมขอบขนาน หรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ มีหูใบเป็นแผ่นเล็กๆ ที่โคนก้านใบ ก้านใบสั้น

ดอกสีเขียวอมเหลือง และน้ำตาลแดง หรือม่วงแดง หรือแดงเข้ม เป็นกลุ่ม 2-4 ดอก ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกซอกใบ ติดผลกลมมีพู คล้ายผลมะยม แต่มีแค่ 3 พู ผลสีขาวนวล ออกสีชมพูเรื่อๆ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 เซนติเมตร ฐานผลสีแดงหรือชมพูเข้ม ติดผลใต้ใบ สวยงามมาก มีเมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยมสีดำมันเลื่อม

การปลูกผักหวานบ้าน ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกขยายพันธุ์ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากเหมือนพืชอื่น ถ้าใช้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ก็เก็บเอาผลแก่ที่แก่จัด สังเกตได้จากผลจะเริ่มแตกตามรอยร่องพู เมล็ดสีดำ นำไปผึ่งลมให้เริ่มแห้ง แช่น้ำ แล้วนำไปเพาะในกระบะเพาะที่ผสมดิน ทราย แกลบ เมื่องอกและเจริญเติบโต ผลิใบ 2-3 ใบ ย้ายไปปลูกหรือไปเพาะเลี้ยงในถุงให้โตพอเหมาะที่จะนำไปปลูกลงแปลงได้ อายุประมาณ 6 เดือน นำลงแปลงปลูก

อีกวิธีหนึ่ง คือ การชำกิ่ง โดยตัดกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ จากต้นแม่ ยาวท่อนละ 3 ข้อ หรือประมาณ 20 เซนติเมตร ปักชำในกระบะทราย ผสมแกลบและดิน ไว้ในที่แสงแดดรำไร ประมาณ 45-60 วัน สามารถย้ายลงแปลงปลูกได้ หรือจะปักชำลงถุงดิน เพื่อการเคลื่อนย้ายได้สะดวก หรือสำหรับจำหน่าย แล้วแต่ความต้องการ และเหมาะสมกับสถานการณ์

ผักหวานบ้าน เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่ายกับทุกสภาพอากาศ ทุกสภาพดิน ขอให้มีปริมาณน้ำหรือความชื้นมาก ดินดี น้ำดี มีปุ๋ยบำรุงดี จะเจริญเติบโตได้ดีมากกว่าสภาพที่แล้ง และปลูกครั้งเดียว ยืนต้นให้เก็บยอดกินได้หลายปี ถ้าคอยดูแลอายุจะยืนยาว

การปลูกผักหวานบ้าน

การเตรียมดินขึ้นแปลง ปลูกระยะ 1×1 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกที่แห้ง หรือปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายตัวดีแล้ว หลุมละ 1-2 กิโลกรัม ผสมดินก้นหลุม หรือถ้าเป็นไปได้ มีทุนพอที่จะใช้ปุ๋ยเคมีผสมลงรองก้นหลุมด้วย ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 10-20 กรัม ต่อหลุม ปลูกผักหวานหลุมละ 1 ต้น เมื่ออายุ 90 วัน ใส่ปุ๋ยเสริมแต่ง ด้วยปุ๋ยน้ำตาลสูตร 21-0-0 อัตรา 10-20 กรัม ต่อต้น หรือปุ๋ยยูเรีย 5-10 กรัม ต่อหลุม เร่งการออกยอด ใส่ปีละ 3 ครั้ง

หลังย้ายปลูก 60 วัน สามารถเก็บเกี่ยว โดยเด็ดยอดอ่อนไปบริโภค หรือจำหน่ายได้ และอีก 15 วัน ยอดชุดใหม่จะแตกออกมาให้เก็บ เป็นอย่างนั้นทั้งปี ถ้าสภาพแวดล้อมดี ผลผลิตเฉลี่ย 3,500 กิโลกรัม ต่อไร่ ถ้าขยันดูแลรักษา ใส่ปุ๋ย ให้น้ำสม่ำเสมอ ส่วนโรคแมลงศัตรูผักหวานมีน้อยมาก เท่าที่มีประปรายคือ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง แต่ก็มีศัตรูธรรมชาติช่วยควบคุมดูแลอยู่ เช่น มดง่าม มดแดง เลยทำให้หมดห่วงเรื่องการปราบศัตรูพืชด้วยการใช้สารเคมี

คุณประโยชน์ผักหวานบ้าน

ผักหวานบ้าน เป็นพืชอาหารที่ชาวบ้านนิยมมากชนิดหนึ่ง ใช้ใบอ่อนยอดอ่อนนำมาปรุงอาหารเป็นแกงเลียงผัก แกงแค แกงส้ม ผักหวานไฟแดง ลวก ผักต้มกะทิ ผัดฉาบน้ำมัน จิ้มน้ำพริก รสชาติหวานกรอบอร่อย สมดังชื่อผักหวาน

ผักหวานมีคุณค่ามากมาย โดยเฉพาะวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา มีมาก 8,500-16,500 iu. ปริมาณใบยอดอ่อน 100 กรัม ให้พลังงาน 39 กิโลแคลอรี มีส่วนประกอบของน้ำ 87% เป็นเถ้า 1.8 กรัม เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม โปรตีน 0.1 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 8.3 กรัม แคลเซียม 24 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม เหล็ก 1.3 มิลลิกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.12 กรัม วิตามินบีสอง 1.65 มิลลิกรัม วิตามินบีสาม 3.6 มิลลิกรัม

ที่สำคัญและหาไม่ค่อยได้จากพืชอื่นคือ วิตามินเค ที่มีผลเกี่ยวกับการบำรุงตับ และทำให้เลือดที่ออกบาดแผลแข็งตัว อีกทั้งเป็นตัวที่ทำงานกับวิตามินดี ควบคุมปริมาณแคลเซียมในร่างกายให้ปกติ แนะนำไม่ควรรับประทานเป็นผักสดปริมาณมาก เพราะมีสาร papaverine มีพิษต่อปอด เวียนศีรษะ ท้องผูก

ผักหวานบ้าน หมอพื้นบ้านใช้ประกอบเป็นยารักษาโรคได้มากกว่า 30 ชนิด ทั้งส่วนราก ต้น ใบ สามารถใช้รักษาโรคเลือด แก้ขัดปัสสาวะ เป็นยาขาง โรคที่มีอาการเสียดข้าง เสียดท้อง ไอ เจ็บคอ ปากเหม็น คอพอก น้ำยาหยอดตาแก้ตาอักเสบ แผลในจมูก แผลในปาก ฝ้าขาวทารก โรคคางทูม ฝีหนอง ส่วนประกอบยาเขียว ใช้รักษากระทุ้งพิษไข้ และอีกหลายโรคภัยที่ผักหวานบ้านรักษาได้

 

ในเมื่อผักหวานบ้านมีประโยชน์มากมาย ปลูกง่าย ตายช้า เป็นผักประจำบ้านได้ เป็นไม้ประดับก็ได้ ปลูกเป็นรั้วบ้าน เขตที่ดินที่สวนเราก็ควรที่จะนำมาปลูกไว้สักต้นสองต้น ลงดินหรือปลูกลงกระถางก็ดูดี มีเวลาและโอกาสปลูกกันไว้เถิดครับทุกท่าน หรือใครมีพื้นที่มากๆ จะทำเป็นสวนการค้า เปิดเป็นร้านอาหารบ้านสวนผักหวาน ประเภทเป็นผักพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น ผักอินทรีย์ ดื่มด่ำธรรมชาติ จะมีใครกล้าปฏิเสธไม่เข้าอุดหนุนหรือ

บทความก่อนหน้านี้เรื่องหอมๆ ของ “มะพร้าวน้ำหอม” เช็คส่วนไหนว่าหอม แล้วอยู่ดีๆ ทำไมไม่หอม?
บทความถัดไปปลูกมะนาวในกระถางไม่ติดผล จะแก้ไขอย่างไร?