เกษียณแค่หัวโขน ชีวิตจริงไม่เคยเกษียณ

ร้อยตำรวจโท สุเทพ ฉิมวัย ชายหนุ่มจากอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อดีตเป็นลูกชาวนาฐานะค่อนข้างยากจน ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญา หวังก้าวหน้าเป็นครู จับพลัดจับผลู ต้องกลายมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

บนรถไฟสายล่องใต้วันนั้น หนุ่มใหญ่วัยสาย หิ้วของพะรุงพะรัง เดินหาที่นั่งให้ตรงกับหมายเลขตั๋ว ในตู้นอนปรับอากาศชั้นหนึ่ง

เดินทักทายพูดคุยกับคนที่มีที่นั่งอยู่ก่อนแล้วด้วยภาษาเสียงสำเนียงใต้

แต่แล้วผู้ชายในวัยที่ค่อนข้างเอียงไปทางตอนบ่ายแล้ว ทักมาเป็นภาษากลางออกเหน่อๆ ปนศัพท์แสง ที่เป็นคำที่ใช้ในภาษาใต้

“เลขที่นั่งน่าจะอยู่ติดกับผมนะ ผมเลขที่ ยี่สิบ ของคุณล่ะ”

หนุ่มวัยสายรู้ได้โดยทันที ผู้ชายในวัยบ่ายคนนี้ไม่ใช่คนใต้ น่าจะเป็นคนอ่างทอง ราชบุรี นครปฐมหรือไม่ก็ สุพรรณบุรี ที่พยายามกลมกลืนให้เข้ากับคนใต้

และหมายเลขที่นั่งก็ติดกัน

ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและพูดจาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นเป็นกันเอง หนุ่มใหญ่วัยสายตอบกลับไป

“หมายเลขยี่สิบเอ็ดครับ”

หลังพูดจาวิสาสะ เป็นที่คุ้นเคยกันแล้ว จึงต่างถามไถ่ชื่อแซ่ ว่าเป็นใครมาจากไหน

ชายหนุ่มวัยสายจึงได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ผู้ชายที่นั่งตรงหน้า เป็นตำรวจปลอมตัวมา

ไม่ใช่ๆๆๆ เป็นอดีตนายตำรวจของสถานีตำรวจภูธรนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งตอนนี้เกษียณออกมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้น

จึงทราบว่า ชายหนุ่มวัยบ่ายผู้นี้คือ ร้อยตำรวจโท สุเทพ ฉิมวัย ข้าราชการบำนาญ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จึงเรียกว่า พี่หมวดนับแต่นั้น

พี่หมวดเล่าว่า

ตัวเอง เป็นคนบ้านสวนขิง ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนา เรียนหนังสือชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ถึงปีที่เจ็ด (ระบบของการศึกษาในสมัยนั้น) ซึ่งเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน แล้วก็มาต่อที่โรงเรียนประจำอำเภอบางปลาม้า ชื่อโรงเรียนสูงสุมารผดุงวิทย์ จนจบมัธยมศึกษาปีที่สาม หรือ ม.ศ.3 ในสมัยนั้น

เนื่องจากทางบ้านยากจน เมื่อมาเรียนหนังสือที่ตัวอำเภอบางปลาม้า วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็รับจ้างเกี่ยวข้าว ได้วันละ 15 บาท ดีใจมาก เพราะไม่ต้องขอเงินจากทางบ้านซึ่งนอกอำเภอออกไปไกล ต้องเดินเท้าใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงโรงเรียน ไม่มีรถจักรยานเหมือนคนอื่นเขา

จบจากโรงเรียนประจำอำเภอบางปลาม้า ใจคิดอยากจะเป็นครู จึงสอบเข้าที่วิทยาลัยครูนครปฐม จนจบ ป.กศ. สูง เรียนจบ สอบบรรจุครูไม่ได้ จึงเข้าสมัครเป็นนักเรียนโรงเรียนตำรวจภูธร 7 จังหวัดนครปฐม เมื่อปี 2524 การเป็นตำรวจอยู่แปดเดือน เมื่อสำเร็จ ก็ได้บรรจุเป็นตำรวจภูธร ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอนานอน จังหวัดนครศรีธรรมราช และไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลย

เมื่อตอนที่เข้ารับราชการเป็นตำรวจ ที่อำเภอนาบอนใหม่ๆ ตอนนั้นยังเป็นหนุ่ม ได้ตกหลุมรักกับสาวเชื้อสายจีน แห่งอำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แต่งงานอยู่กินกันเป็นสามีภรรยา

ตอนที่เป็นตำรวจอยู่นั้น ก็ได้สมัครเรียนต่อปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จนจบ

พ่อตาเห็นว่าเป็นคนดีและขยันหมั่นเพียร จึงยกสวนยางพาราให้ประมาณยี่สิบไร่

ว่างจากเข้าเวร ก็เข้าสวน

ในช่วงรับราชการ ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเกษียณ ก็ไม่รู้สึกว่าไม่มีงานทำ เพราะงานสวนงานไร่มีให้ทำอยู่ตลอด

เมื่อตอนที่ยางพารามีราคา ก็ได้เงินจากน้ำยางพารานี่แหละส่งเสียลูกเรียน

ออ…พี่มีลูกชายสองคน

คนโตจบนิติศาสตร์ และกำลังเรียนต่อเนติบัณฑิต อีกคนเรียนบริหารธุรกิจ ลูกพี่ทั้งสองคน ไม่มีใครคิดอยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อเลยสักคน

หมวดเทพเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มๆ

ตอนที่น้ำยางราคาถูก และเล็งเห็นว่า ราคาของน้ำยางคงไม่ขึ้นสูงอีกแล้ว ตัดสินใจโค่นยางพาราทั้งยี่สิบไร่ แล้วลงปาล์มทั้งหมด

ทำไปทำมา ปาล์มที่ลงแรงปลูกก็ไม่ได้ราคา

ถึงอย่างไรก็ต้องสู้กันต่อไป พี่หมวดเทพเล่าต่อ

บ้านที่พัก ซึ่งอยู่ในตลาด มีพื้นที่ว่างตรงหน้าบ้านพอสมควร จึงคิดกับภรรยาว่า ทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนี้เกิดประโยชน์ขึ้นมาได้

ก็คิดกันไปต่างๆ นานา แต่มาลงเอยที่ ลงทุนปลูกผักไฮโดรโปนิก หรือที่เรียกกันว่าผักสลัด โดยที่ภรรยาเป็นคนศึกษาข้อมูลการผลิตและการตลาดทั้งหมด แต่เรื่องลงแรง พี่เป็นคนลงมือทำ

พี่หมวดเทพเล่า

ตามที่ได้เรียนรู้มา การปลูกผักสลัดนั้นเขาไม่ใช้ดิน แต่พี่ใช้ดินและผงถ่านที่นำมาจากสวนปาล์ม ซึ่งในสวนปาล์ม ผมเผาตอยางพาราและไม้ยางพารา ซึ่งมีอยู่มากมาย เอามาใช้แทนปุ๋ย ตอนใหม่ๆ ผลที่ได้รับผักไม่สวยเหมือนที่เขาวางขายตามในห้าง แต่รับรองเรื่องความปลอดภัย เพราะพี่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแม้สักเม็ดเดียว

พี่หมวดเทพเล่าด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ

แม้ว่าจะเกษียณจากตำรวจออกมาแล้ว พี่หมวดสุเทพยังไม่หยุดนิ่ง วิถีชีวิตอยู่กับสวนปาล์มกับแปลงผักสลัดทุกวัน แม้อายุจะมากขึ้นก็ตาม

ถึงวันนี้ ผักสลัดของพี่หมวดเทพ เป็นที่รู้จักของคนรักสุขภาพ ทั่วทั้งอำเภอนาบอน และอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

จะติดต่อสอบถาม หรือจะไปเยี่ยมเยียน พี่หมวดเทพบอกว่า ยินดีต้อนรับ และยินดีคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ตลอดทุกวัน

ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (086) 278-1115

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านทุ่งต้อม ศรีดอนไชย เชียงราย ผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีผลิตข้าวอินทรีย์ ต้นทุนต่ำ คุณภาพสูง
บทความถัดไปศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก กบินทร์บุรี ผลิตเป็ดไข่สายพันธุ์แท้ มีคุณภาพ เลี้ยงง่าย โตดี