ปลูกพริก “ซุปเปอร์ฮอท” สร้างรายได้ดีที่บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก (ตอน 2)

คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง หมู่ที่ 9 บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ (098) 593-7591 เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ คลุกคลี และผลิตลำไยนอกฤดูมานานเกือบ 20 ปี

แต่เนื่องจากว่างในการทำลำไยนั้นซึ่งเป็นไม้ผลที่มีการดูแลรักษาไม่ได้บ่อยมากนัก ทำให้ตนเองมีเวลาว่างที่มองหาพืชชนิดอื่นที่น่าจะมาสร้างรายได้ ซึ่งก็มองเห็นว่า “พริก” มีศักยภาพในเรื่องของตลาด ราคาที่ดี ประกอบกับที่ก่อนหน้านั้นก็ได้มีโอกาสได้ทดลองปลูกมาบ้างในพื้นที่ที่ไม่มากเท่าไหร่ จนเห็นช่องทางการตลาดว่า พริกนั้นมีความต้องการใช้ค่อนข้างมาก มีตลาดในและต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในสายพันธุ์พริกที่ตลาดให้การยอมรับนั้นก็คือพริกพันธุ์ “ซุปเปอร์ฮอท” เนื่องจากพริก “ซุปเปอร์ฮอท” ซึ่งเป็นพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก ผลยาว 5-7 เซนติเมตร มีลักษณะต้นแข็งแรง แตกแขนงดี ทรงพุ่มกว้างปานกลาง ต้นสูง 70-80 เซนติเมตร ติดผลดกมาก ผลชูเหนือทรงพุ่ม ผลดิบสีเขียว-เขียวเข้ม ผลสุกมีสีแดง-แดงเข้ม ผลสดเก็บได้นานโดยขั้วผลไม่เน่า ขั้วใหญ่ เนื้อหนา มีอัตราการสูญเสียน้ำหนักน้อย อายุเก็บเกี่ยว 60-65วันหลังการย้ายกล้า ทนต่อโรคและแมลงศัตรูได้ดี แล้วยังเก็บเกี่ยวได้นานข้ามปีถ้ามีการดูแลรักษาที่ดี

เรื่องของตลาด หรือการนำพริกซุปเปอร์ฮอทเอาไปใช้ได้หลากหลาย เช่น พริกสดขายเป็นพริกเขียว-พริกแดง, พริกแกง, น้ำพริก, พริกแห้ง, พริกป่น, ซอสพริก, น้ำจิ้มไก่ เป็นต้น โดย คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง ได้ปลูกพริก “ซุปเปอร์ฮอท” ในพื้นที่ 40 ไร่ โดยรายละเอียดการปลูก ดูแลรักษา จนถึงการเก็บจำหน่าย คุณพิสุทธิ์ เล่าว่า ก่อนอื่นต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานของพริกเสียก่อน โดยจะอธิบายคร่าวๆ เบื้องต้นให้ฟังว่า

คุณพิสุทธิ์ ต๊ะปิง กำลังเร่งเก็บพริกส่งลูกค้า

วางแผนสำคัญ

อันดับแรกก็ต้องวางแผนการผลิตว่าจะเลือกปลูกพริกช่วงเวลาใด เช่น ในพื้นที่ของบ้านรักไทย จะค่อนข้างขาดแคลนน้ำ ก็จะเลือกปลูกพริกในช่วงฤดูฝน เป็นต้น เพื่อลดภาระในการให้น้ำในช่วงแรกของการปลูก อย่างผมเลือกปลูกเมื่อต้นฝน เริ่มเพาะกล้าต้นเดือนพฤษภาคม แล้วย้ายกล้าพริกปลูกลงแปลงต้นเดือนมิถุนายน ใช้ระยะเวลาเพาะกล้าจนย้ายปลูกได้ประมาณ 1 เดือน โดยเมล็ดพันธุ์นั้นเป็นพริกพันธุ์ “ซุปเปอร์ฮอท” ตราศรแดง ซึ่งกระป๋องหนึ่ง น้ำหนัก 50 กรัม หรือมีประมาณ 12,000 เมล็ด ราคากระป๋องละ ประมาณ 1,050 บาท โดย 1 กระป๋อง จะปลูกพริกได้พื้นที่ 4 ไร่ ระยะปลูกที่ใช้คือ ระยะระหว่างแถวคือ ระยะ 120 เซนติเมตร ส่วนระยะระหว่างต้น ใช้ระยะ 40×40 เซนติเมตร ปลูกแบบแถวคู่

ความดกของพริกซุปเปอร์ฮอท

เหตุผลที่ใช้ระยะระหว่างต้น เพราะใช้พลาสติกคลุมแปลงแบบเจาะรูสำเร็จมาจากโรงงานเลย ซึ่งมีหลายระยะที่กำลังดี เจาะมามีระยะเท่ากันหมด ไม่ต้องใช้แรงงานมาเจาะเอง ซึ่งนอกจากเสียเวลา เสียค่าจ้างแล้ว ยังเจาะรูไม่ได้ระยะที่ดีและสวยงามอีกด้วย ถ้าใช้คนเจาะ ส่วนความยาวของแปลงก็คงจะตามพื้นที่ของแต่ละสวน ซึ่งสวนผมแบ่งพื้นที่ได้แปลงมีความยาว 70 เมตร ดินที่นี่โชคดีที่ดินเป็นดินร่วนปนทราย

การเตรียมดินก็จะเน้นการใส่ปุ๋ยคอก ที่เลือกใช้คือ ขี้ไก่แกลบ โดย 1 ไร่ ก็จะใช้ขี้ไก่แกลบ ประมาณ 100 กระสอบ (กระสอบถุงอาหารสัตว์) โรยแล้วใช้รถไถพรวนไปตอนขึ้นแปลงปลูก หลังปลูกพริกซุปเปอร์ฮอทแล้ว ประมาณ 2 เดือน ก็จะพอเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยจะเป็นการเก็บพริกเขียว แต่ถ้าบางคนจะรอเก็บขายพริกแดง ซึ่งมีราคาสูงกว่าเท่าตัวก็ต้องรอนับเวลาเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป กว่าพริกเขียวชุดนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง อย่างราคาซื้อขายตอนนี้ ราคาพริกเม็ดเขียว ราคากิโลกรัมละ 18-20 บาท ราคาพริกเม็ดแดง จะราคากิโลกรัมละ 35-40 บาท

แรงงานเร่งเก็บพริกซุปเปอร์ฮอท

ซึ่งนอกจากราคาที่สูงกว่าเท่าตัว แต่เกษตรกรก็ต้องแลกมาด้วยการดูแลพริกบนต้นที่นานขึ้น เสี่ยงต่อการทำลายของโรคแอนแทรกโนส ทำให้เกษตรกรหลายรายเลือกที่จะเก็บพริกผลเขียวจำหน่ายมากกว่าพริกผลแดง แต่ส่วนตัวคุณพิสุทธิ์ จะเน้นการขายพริกผลแดงมากกว่า ด้วยราคาสูงกว่า ส่วนพริกผลเขียวก็เก็บขายเหมือนกัน ก็ต้องขึ้นอยู่กับลูกค้า หรือตลาดที่สั่งซื้อเข้ามาว่ามีความต้องการแบบไหน เกษตรกรก็ต้องตัดสินใจในการเลือกขายเอาอีกที แต่อีกข้อสำคัญที่เกษตรกรจะต้องรู้สำหรับการเก็บพริกผลเขียวหรือผลแดงนั้น อย่างที่ทราบว่าจะต้องมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไป เช่น การเก็บพริกเม็ดเขียวจะได้หมดรุ่นบนต้นที่เป็นพริกเม็ดสีเขียว ทำให้พริกชุดใหม่ๆ ที่อยู่บนต้นโตขึ้นมาแทนที่พร้อมเพรียงกันทั้งต้น แต่ถ้าเราเก็บพริกเม็ดแดงก็จะต้องรอเวลา เมื่อต้นพริกเขาเลี้ยงลูก หรือพริกแดงบนต้น ดอกพริกชุดใหม่ๆ ก็จะไม่แทงดอกชุดใหม่ๆ ออกมาก เมื่อเก็บพริกแดงบนต้น ต้นพริกถึงจะแทงยอด หรือดอกชุดใหม่ออกมา เป็นต้น

แรงงานเก็บพริก มีรายได้ จากการเก็บพริก วันละ400 500บาท

แรงงานเก็บต้องพร้อม

การปลูกพริกในพื้นที่ขนาดใหญ่ แรงงานเก็บพริกเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณพิสุทธิ์ เล่าว่า การปลูกพริกถ้าปลูกแบบใช้แรงงานครอบครัว ปลูก 1-3 ไร่ ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ถ้าปลูกพื้นที่มากกว่านี้ก็ต้องมองหาเรื่องแรงงานเก็บเม็ดพริกรองรับไว้ด้วย เพราะพริกเป็นพืชที่ต้องใช้แรงงานเก็บจำนวนมาก เพื่อจะสามารถเก็บพริกได้ทันเวลาและได้จำนวนที่มากพอสำหรับที่จะจัดส่งลูกค้า หรือคุ้มต่อการส่งให้เต็ม 1 คันรถ (กระบะคอก บรรทุก 3 ตัน) โชคดีที่เราไม่มีปัญหาเรื่องแรงงานเก็บพริก แรงงานในพื้นที่ยังคงหาได้ เนื่องจากส่วนหนึ่งเขามีรายได้ค่อนข้างดีมากสำหรับการเก็บพริกใน 1 วัน โดยเราให้ค่าเก็บพริก กิโลกรัมละ 8 บาท อย่างบางคนที่เก็บเก่งๆ มีความชำนาญ 1 วัน สามารถเก็บพริกได้ 50-70 กิโลกรัม เลยทีเดียว ซึ่งได้ค่าเก็บ 400-560 บาทเลยทีเดียว ซึ่งค่อนข้างดีกว่าไปทำงานรับจ้างข้างนอก โดยเริ่มเก็บกันตั้งแต่ 06.00-17.00 น. ซึ่งขึ้นอยู่กับความขยันของคนเก็บพริกว่าจะเก็บได้เท่าไหร่ เพราะเราจ่ายเขาเป็นจำนวนกิโลกรัมที่เก็บพริกได้อยู่แล้ว ซึ่งหลังการเก็บพริกทุกครั้งก็จะชั่งน้ำหนักของใครของมัน รับเงินค่าจ้างเลยทันที โดยแรงงานที่เก็บอาจจะใช้คนมากถึง 30-50 คนเลยเพื่อที่จะสามารถเก็บให้ได้จำนวนที่เราต้องการส่งขาย

เก็บพริกแดง เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงกว่าพริกเขียวกว่าเท่าตัว

พริก เป็นพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนาน ถ้ามีระบบน้ำ

คุณพิสุทธิ์ เล่าว่า พริก จริงๆ นั้นมีอายุต้นค่อนข้างยาวหลายปี ง่ายๆ ให้เห็นภาพนึกถึงพริกขี้หนูสวนที่เราปลูกไว้ตามบ้าน ต้นพริกหลายๆ บ้านมีอายุนานหลายปีเลยทีเดียวกว่าจะตาย ซึ่งการตายส่วนมากมาจากโรคและแมลงศัตรู แต่ถ้ามีการดูแลบ้าง อายุต้นพริกค่อนข้างยืนยาวเลย อย่างสวนพริกซุปเปอร์ฮอทของตนเอง คิดเอาไว้ว่าจะเลี้ยงให้ถึง 2 ปี โดยวางแผนเอาไว้ว่า จะเลี้ยงน้ำไปให้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะตัดต้นทำสาวเลี้ยงตอให้ต้นพริกแตกยอดสร้างทรงพุ่มขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำไมถึงเลือกตัดต้นพริกในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากจะมีพริกที่เขาปลูกกันหลังการทำนาจะออกสู่ตลาดในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาพริกลดลงก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะใช้ช่วงเวลานี้หลบราคาพริกที่ต่ำ โดยตัดต้นพริกให้เหลือแต่ตอสูงจากพื้นดินสัก 1 คืบมือ หรือ 20-25 เซนติเมตร ให้แตกยอดเลี้ยงต้นใหม่

การปลูกพริกที่ดีจะต้องจัดการทรงต้นให้ดีตั้งแต่แรก หลังการย้ายกล้าพริกลงแปลงปลูก ต้นพริกจะมี 2 ง่าม ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็จะแตกง่ามเพิ่มจาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 ง่าม เป็นต้น ส่วนที่แตกใบต่ำกว่า 2 หรือ 4 ง่ามแรกลงมา ให้ริดใบทิ้งให้หมด หรือความสูงจากพื้นดินขึ้นมา 30 เซนติเมตร ต้องริดใบ หรือแขนงต้นออกให้หมด ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปสำหรับการปลูกพริก โดยส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าจะต้องจัดการทรงต้นพริกแบบนี้ แต่ก็ไม่ค่อยทำกัน ซึ่งเหตุผลที่ทราบจากการได้พูดคุยคือ เสียดายใบพริก คิดว่าเสียเวลาในการเด็ดแขนงเหล่านี้ทิ้ง ซึ่งจริงแล้วเมื่อลำต้น หรือโคนพริกโปร่ง แดดส่องถึง ทำให้เป็นผลดีกับต้นพริกมากกว่า เช่น หน้าฝน ฝนตก โคนต้นพริกที่แฉะ เมื่อลมโกรกผ่านได้ดี แดดส่องถึงก็จะทำให้ดินและทรงพุ่มพริกแห้งได้ไว แต่ถ้าพุ่มพริกแน่น ร่มทึบ โอกาสที่ต้นและผลพริกเน่าสูงมาก อีกอย่างการที่ทรงพุ่มพริกทึบหนา การฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงก็จะไม่ทั่วถึงอีกด้วย

แปลงปลูกต้องสะอาดอยู่เสมอ

โรคและแมลงศัตรูพริก มีความสำคัญมากในการปลูกพริก

คุณพิสุทธิ์ เล่าว่า อย่างเรื่องของแมลงศัตรูที่สำคัญที่สุดของพริกคือ “เพลี้ยไฟ” โดยการเลือกใช้สารเคมีป้องกันกำจัดมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย แต่ควรเลือกสารเคมีที่ฉีดระยะดอกพริกได้ ไม่สร้างความเสียหายแก่ดอกพริก ต้องเข้าใจว่าบนต้นพริกจะมีพริกอยู่หลายรุ่น หลายระยะมาก โดยเฉพาะระยะดอกกับผลอ่อนจะมีตลอดบนต้น สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงก็ต้องไม่เป็นสารที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือข้างขวดหลังชื่อสามัญลงท้ายด้วย EC เช่น สารคลอร์ไพรีฟอส, อะบาเม็กติน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ดอกพริกไหม้ หรือดอกร่วงได้ เป็นต้น ส่วนสารเคมีที่เลือกใช้ ยกตัวอย่างเช่น อิมิดาคลอพริด, ฟิโปรนิล เป็นต้น ใช้ฉีดสลับกันไปเรื่อยๆ

ส่วนโรค คือ “แอนแทรกโนส” ก็เลือกใช้สลับไปเรื่อยๆ คลอโรทาโรนิล, โปรฟีโคนาโซล, เบนโนมิล, โพรพิเนบ, แคปแทน เป็นต้น เน้นการใช้สลับกันไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นหนักหรือเกิดการระบาดรุนแรงก็ต้องใช้ยาเกรดสูงๆ เช่น “อะซอกซีสโตรบิน” เพื่อหยุดยั้งการระบาดให้ได้ โดยเราจะเน้นการฉีดป้องกัน ไม่เน้นการแก้ไขเมื่อเกิดการระบาดมากกว่า โดยรอบการฉีดพ่นพริกก็จะประมาณ 7 วัน ต่อครั้ง ซึ่งจะพอดีรอบทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยวพริกออกจากต้นก็จะฉีดพ่น

แรงงานเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกพื้นที่ใหญ่

ตลาดพริกก็ยังดีตลอด เกษตรผู้ปลูกยังอยู่ได้

คุณพิสุทธิ์ เล่าว่า ทุกวันนี้ก็มีตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ราคาก็ยังอยู่ในระดับที่ดี โดยที่ผ่านมา อย่างตัวเองที่เคยลองปลูกมาก่อนหน้านี้และเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน เฉลี่ยแล้วรายได้จากการปลูกซุปเปอร์ฮอท 1 ไร่ ก็จะประมาณ 60,000-100,000 บาท ซึ่งนั่นก็เท่ากับการดูแลรักษา ราคาในแต่ละช่วงปี แต่โดยรวมอาชีพการปลูกพริกก็ถือว่ายังดีกว่าพืชหลายๆ ชนิด หรือแม้จะมีพริกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าก็ตาม แต่ก็ยังสู้เรื่องของความสดไม่ได้ เช่น พริกจากประเทศพม่า ส่งเข้ามาขายในไทย แม้จะมีราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งของราคาซื้อขายพริกในประเทศ แต่ก็จะมีเฉพาะกลุ่มที่เลือกใช้ ซึ่งพริกจากประเทศเพื่อนบ้านยังมีจุดอ่อนในเรื่องของความสดใหม่ เนื่องจากระยะเวลาในการขนส่งเข้ามาขายในบ้านเรา ยังคงใช้ระยะเวลาหลายวันนั่นเอง ทำให้พริกมีคุณภาพที่ลดลง แต่ถ้ากลุ่มตลาดรับซื้อที่ต้องการพริกที่มีคุณภาพสูง มีความสดใหม่ พ่อค้าหรือผู้ส่งออกก็ยังเลือกซื้อพริกที่ปลูกในไทยอยู่ อย่างที่สวนผมเองตอนนี้ก็ส่งออกไปมาเลเซียโดยผ่านผู้ส่งออก ซึ่งอนาคตผู้ส่งออกก็จะขึ้นมาทำจุดรับซื้อ นำห้องเย็นมารับซื้อในพื้นที่เลย เนื่องจากพื้นที่ปลูกพริกมีมากขึ้นสามารถรวบรวมสินค้าได้แล้ว ส่วนหนึ่งผมก็ส่งขายในประเทศ หลักๆ ก็ตลาดไท, ตลาดผักราชบุรี

พริกบรรจุกล่องเพื่อส่งออกมาเลเซีย

การปลูกพริก “ซุปเปอร์ฮอท” ไม่ยากและไม่ง่าย ถ้ามีความเข้าใจ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า หลังจากที่เตรียมแปลงปลูกดีแล้ว ก็จะต้องวางระบบน้ำ ซึ่งพื้นที่ปลูกพริก 40 ไร่ ใช้ระบบน้ำหยดทั้งหมด จากนั้นก็ต้องปูพลาสติกคลุมแปลงให้เรียบร้อย จึงจะย้ายกล้าพริกปลูกได้ ซึ่งช่วงเวลาที่รอกล้าพริกพร้อม เกษตรกรก็ต้องวางแผนการเตรียมแปลงปลูกให้พร้อม ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นเรื่องของการดูแลรักษาต้นพริกให้สมบูรณ์ที่สุด ทำให้ต้นพริกออกดอกติดผลตลอดให้มีพริกเก็บขายได้ทุกๆ สัปดาห์

บทความก่อนหน้านี้สามพรานโมเดล อะคาเดมี่ ชวนสนุกกับเวิร์คช็อป “การจัดการขยะอย่างยั่งยืน” ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 16 ก.พ.63 ณ ตลาดสุขใจ จ.นครปฐม
บทความถัดไปวว./โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ลงนามสัญญารับบริการรักษาพยาบาล