ฟักทอง พืชสวนครัวยอดนิยม ปลูกง่าย ขายดีตลอดทั้งปี

ฟักทอง เป็นพืชสวนครัวที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี เพราะปลูกดูแลง่าย สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารทั้งคาวและหวาน โดยทั่วไป ฟักทอง 1 ต้น จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 5-7 ผล ปลูกฟักทอง 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1-1.5 ตัน หากมีการดูแลจัดการที่ดี ให้ปุ๋ยเต็มที่ จะได้ผลผลิตที่เป็นน้ำหนักสดถึง 2 ตัน สำหรับฟักทองพันธุ์เบา ปลูกได้ 50-60 วัน ก็เก็บผลได้ ส่วนฟักทองพันธุ์หนัก หากปลูกในเดือนกุมภาพันธ์จะเก็บผลได้ในเดือนมิถุนายน โดยทยอยเก็บไปได้เรื่อยๆ จนถึงเดือนกรกฎาคม

การปลูกฟักทอง 

ฟักทอง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำดี มีค่าความเป็น กรด-ด่าง ของดินระหว่าง 5.5-6.8 ปลูกฟักทองไม่ใช่เรื่องยาก คล้ายกับการปลูกแตงโม เนื่องจากฟักทองเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืช ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย

เนื่องจากธรรมชาติของต้นฟักทอง เป็นพืชที่มีลำต้นเลื้อยและให้ผลใหญ่ จึงต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก จึงนิยมปลูกในระยะ 3×3 เมตร ส่วนฟักทองพันธุ์เบา ให้ผลขนาดเล็ก นิยมปลูกในระยะ 75×150 เซนติเมตร ขุดหลุมปลูกลึก 3-5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดพันธุ์หลุมละ 3-5 เมล็ด หลังกลบหลุมให้ใช้ฟางข้าวแห้งคลุมแปลงปลูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าดิน

เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบ ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้น และรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นกล้าเจริญจนไม่มีใบจริง 4 ใบ ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต หรือปุ๋ยผัก (21-0-0) ละลายน้ำแล้วใช้รดต้นฟักทอง ต้องรดน้ำทุกวัน เมื่อต้นฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 โรยรอบๆ ต้นแล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้ง เมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน สำหรับฟักทองพันธุ์หนักให้ผลโต อายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ควรใส่ปุ๋ยให้ มากกว่าต้นฟักทองพันธุ์เบา ควรรดน้ำแปลงปลูกฟักทองทุกวัน แต่งดรดน้ำ 15 วัน ก่อนเก็บผลแก่

เทคนิคช่วยผสมเกสรฟักทอง   

โดยธรรมชารติแล้ว ต้นฟักทองจะออกดอกเดี่ยวอยู่ตามข้อใบแยกเพศ มีกลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกมีสีเหลือง 5 กลีบ ดอกตัวเมีย จะมีรังไข่กลมยาว 2-5 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายผลฟักทองขนาดเล็ก ส่วนของยอดเกสรมี 2-5 แฉก ดอกฟักทองตัวเมีย

ในระยะแรกของการเจริญเติบโต ฟักทองจะมีแต่ดอกตัวผู้ ส่วนดอกตัวเมียจะเริ่มมีตั้งแต่ข้อที่ 12-15 เป็นต้นไป ส่วนใหญ่ดอกที่เกิดปลายเถาและเถาแขนงจะเป็นดอกตัวเมีย โดยทั่วไปนิยมใช้วิธี “การต่อดอก” โดยปลิดกลีบดอกตัวผู้ออก แล้วนำไปเคาะให้ละอองเกสรตกลงบนดอกตัวเมีย  การต่อดอกฟักทอง ดอกตัวเมียและตัวผู้ของฟักทองจะเริ่มบานในช่วงเวลา 03.30-06.00 น. อับละอองเรณูของฟักทองจะแตกระหว่าง เวลา 21.00-03.00 น. ละอองเรณูจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 16 ชั่วโมง

หลังอับละอองเรณูแตกยอด เกสรตัวเมียจะพร้อมรับการผสมเกสรก่อนดอกบาน 2 ชั่วโมง และหลังดอกบาน 10 ชั่วโมง ดังนั้น ในช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมต่อการช่วยผสมเกสรฟักทอง คือ ตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. เมื่อดอกฟักทองกำลังบานให้เลือกดอกตัวผู้ เด็ดมาแล้วปลิดกลีบดอกออกให้หมด นำไปเคาะละอองเกสรตัวผู้ให้ตกลงบนดอกตัวเมีย ถ้าติดผลจะให้ผลอ่อน ถ้าไม่ติดผลดอกตัวเมียจะฝ่อไป

ขณะที่เกษตรกรบางรายนิยมใช้วิธีการล่อแมลงช่วยผสมเกสร โดยนำนมผงที่ใช้เลี้ยงทารกผสมน้ำพอประมาณ พ่นใส่ดอกฟักทองในระยะที่ดอกกำลังบาน เพื่อล่อแมลงมาช่วยผสมเกสร วิธีนี้ช่วยให้ฟักทองติดผลทุกเถา โดยไม่ต้องต่อดอก

ฟักทองผลแก่ สามารถสังเกตได้จากสีเปลือก คือ ผลฟักทองมีนวลขึ้นตั้งแต่ขั้วไปจนตลอดก้นผล แสดงว่า ผลฟักทองแก่จัด ควรเก็บผลฟักทองให้เหลือขั้วติดไว้พอประมาณเพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้น โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น     

บทความก่อนหน้านี้เรียนรู้เครื่องจักรกลการเกษตรอัจฉริยะ @ KUBOTA Farm จังหวัดชลบุรี
บทความถัดไปฮังแมว จากภูมิปัญญา สู่รายได้ผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่ภูซาง พะเยา