“สวนองุ่นคาเฟ่” ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard) กาญจนบุรี ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวัสดีค่ะ จากการเรียนในรายวิชาส่งเสริมการเกษตร ของ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย ในบทเรียนการเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตร อาจารย์ให้งานพวกเราลงพื้นที่เพื่อสัมผัสชีวิตเกษตรกร รวมทั้งสัมภาษณ์ถ่ายภาพเกษตรกรที่น่าสนใจในเรื่องแนวคิด วิธีการทำสวน ทำไร่ แล้วนำมาเขียนบทความส่งให้อาจารย์พิจารณา กลุ่มของเราจึงสืบเสาะค้นหาเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่ทำการเกษตรได้ประสบความสำเร็จ จนได้พบกับข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ไม่รอช้าเรารีบบึ่งไปหาทันที ที่ “สวนองุ่นคาเฟ่”

ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard)

การตัดแต่งกิ่งองุ่นแบบตัวที

ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี นับเป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีการทำการเกษตรทั้งพืชไร่และพืชสวน รวมไปถึงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรที่มีคนให้ความนิยม และให้ความสนใจอีกเป็นจำนวนมาก  รวมไปถึงการทำ “สวนองุ่นคาเฟ่” ซึ่งเป็นธุรกิจที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจและเรียนรู้ที่จะทำธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านการเกษตร นับเป็นความโชคดีของทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ที่คุณวริทธิ์ กลมศิลา เจ้าของไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 081-420-0586 ให้เกียรติสละเวลาพาทีมนักศึกษาเยี่ยมชมไร่องุ่น คุณวริทธิ์ เจ้าของไร่องุ่นศิวริทธิ์ กล่าวว่า “แต่เดิมพี่เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนที่กรุงเทพฯ เรียนเกี่ยวกับการทำอาหารและการโรงแรม อยากทำอะไรที่เรารัก เลยกลับมาทำงานที่บ้านเมืองกาญจน์ เริ่มเรียนรู้การทำการเกษตร ได้เรียนรู้กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับต้นองุ่น เลยกลับมาทำที่บ้าน เริ่มต้นตั้งแต่ ปี 2546”

ลงมือ เรียนรู้ ล้มลุก สำเร็จ

ค้างองุ่นใต้หลังคา ที่ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard)

คุณวริทธิ์ เล่าว่า “ช่วงที่เริ่มต้นลงมือทำสวนองุ่น ประมาณปี 2546 ซึ่งเป็นสมัยที่การปลูกองุ่นยังไม่มีโรงเรือน เป็นการปลูกแบบ open ปัญหาที่ตามมาคือ เชื้อรา ความชื้น และเรื่องฝน จนค้นคว้าข้อมูล พบว่า มีงานวิจัยทดลองทำโรงเรือนขึ้นมา โรงเรือนทำให้องุ่นมีคุณภาพและลดการใช้สารเคมี เรียนรู้และเริ่มทำมาตั้งแต่ ปี 2546 จนมาได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ในปี 2550” ปัจจุบันนี้ ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard) มีพื้นที่การปลูกองุ่น จำนวน 6 ไร่ โดยที่พื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถปลูกองุ่นได้ 10 โรงเรือน คุณวริทธิ์ บอกว่าการปลูกองุ่นของที่นี่จะต้องปลูกต้นองุ่นให้ห่างกัน เพราะเมืองกาญจน์เป็นจังหวัดที่มีอากาศร้อน ถ้าปลูกโรงเรือนใหญ่มันจะร้อนอบอ้าวเกินไป ปัญหาที่ตามมาคือเชื้อราระบาดเยอะ และจะมีพวกเพลี้ยเข้ามา เลยมีการทำให้โรงเรือนห่าง เพื่อให้อากาศสามารถระบายได้ดี

ผลผลิตดี

น้ำองุ่นสดไม่ผสมน้ำตาลและแยมจากไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard)

คุณวริทธิ์ เล่าว่า “ผมปลูกองุ่นพันธุ์มารูน หรือที่ชาวสวนเรียกว่า องุ่นแบล็คโอปอล (Black Opal) เป็นองุ่นปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลาปลูก 10-12 เดือน ก็ติดผลได้แล้ว และปลูกพันธุ์ลูซเพอร์เลทท์ (Loose Perlette) ผลสีเขียว ทรงกลมๆ สีเขียว ไร้เมล็ด หวาน กรอบ อร่อย กลิ่นหอม เป็นองุ่นไร้เมล็ดทั้งหมด”

องุ่นพันธุ์มารูน ที่ไร่องุ่นศิวริทธิ์ ให้ผลผลิตอยู่ประมาณ 1 ตัน ถึง 1 ตันครึ่ง ต่อ 1 ไร่ ส่วนพันธุ์ลูซเพอร์เลทท์ ให้ผลผลิตอยู่ประมาณ 500-800 กิโลกรัม ต่อไร่ นอกจากนั้น ก็มีการทดลองปลูกองุ่นพันธุ์ใหม่ๆ โดยทำค้างแบบตัววายและตัวที ซึ่งมีแบบมาจากอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลจะมีสภาพอากาศร้อนกว่าบ้านเรา แต่เขาสามารถปลูกองุ่นได้ดี ทางไร่องุ่นศิวริทธิ์เลยมาทดลองทำตามซึ่งก็ได้ผลดี ในการทำโรงเรือนของคุณวริทธิ์ได้ศึกษาและพัฒนา แก้ไขปัญหาในบางจุดและสามารถทำได้เองจนสำเร็จอย่างดี ส่วนปัญหาที่พบ คุณวริทธิ์ เล่าว่า “ปัญหาหลักเกิดจากน้ำฝน มีผลตอนช่วงที่องุ่นใกล้เก็บ เพราะว่าจะทำให้ความหวานลด และผลผลิตแตก เสียหาย ดังนั้น ต้องมีการวางแผนการตัดแต่งกิ่ง เนื่องจากมีผลต่อการออกผล เราจึงบังคับไม่ให้มีองุ่นออกผลผลิตในช่วงหน้าฝน คือเดือนกันยายนถึงตุลาคม ในช่วงสองเดือนนี้เราจะบำรุงและตัดแต่งกิ่ง หลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยกระตุ้นตาดอก”

“สวนองุ่นคาเฟ่”

คุณวริทธิ์ กลมศิลา เจ้าของไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard)

คุณวริทธิ์ เล่าต่อไปว่า “หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการผลิตองุ่นแล้ว เมื่อก่อนเราขายผลผลิตผ่านทางพ่อค้าคนกลาง แต่ตอนนี้เราทำตลาดเอง ขายเอง และสามารถแปรรูปองุ่นเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เอง เช่น แยม น้ำองุ่น ไวน์ ก้าวต่อไปคือเรากำลังพัฒนาต่อยอดให้ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard)  เปิดเป็นฟาร์ม outlet หรือ “สวนองุ่นคาเฟ่” ผลผลิตองุ่นสดปัจจุบันเราจะขายเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในสวน โดยที่จำนวนองุ่น 1 ตัน จะขายประมาณ 2 อาทิตย์ เราจะไม่มีการตัดองุ่นมาสต๊อกเก็บไว้ ถ้าไม่มีการสั่งเข้ามา คุณวริทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า “เมื่อเราเปิดเป็น “สวนองุ่นคาเฟ่” การวางแผนการผลิตและแผนตลาดจะต้องทำให้องุ่นออกผลผลิตในทุกเดือน ก็จะต้องวางแผนการบังคับให้องุ่นออกผลผลิตตามช่วงเวลาที่เรากำหนด โดยใช้วิธีการตัดแต่งกิ่งองุ่นเดือนละครั้ง เราจึงมีองุ่น 6 ชุด ทำให้ทางไร่มีรายได้จากการขายองุ่น อยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท ต่อ 1 ตัน ถ้าขายปลีกเป็นกิโล ราคากิโลกรัมละ 200 บาท ช่วงเวลา 1 เดือน เราจะมีรายได้ประมาณ 100,000 บาท หักค่าปุ๋ย ประมาณ 20,000 บาท รวมค่าแรงไม่เกิน 50,000 บาท

ต่อยอดสู่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ

องุ่นพันธุ์ลูซเพอร์เลทท์ (Loose Perlette) ผลสีเขียว ทรงกลมๆ ไร้เมล็ด หวาน กรอบ กลิ่นหอม

เมื่อประสบความสำเร็จในการผลิตองุ่น คุณวริทธิ์ จึงเดินหน้าต่อยอดความรู้ เทคนิควิธีการสู่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ มีการสอนการปลูก การติดตา และมีต้นพันธุ์จำหน่าย ที่ติดตาเอง ใช้พันธุ์ของที่ไร่ การใช้สารเคมีที่ถูกต้อง “การดูแลการเพาะปลูกองุ่นของที่ไร่องุ่นศิวริทธิ์ จะมีการใช้เคมีแค่ช่วงเริ่มต้น และจะมาใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ไก่ ขี้หมู ที่มีธาตุ N P K สูง แทนการใช้สารเคมี และให้ปุ๋ย สูตร 82-24-24 ซึ่งเป็นปุ๋ยหวาน ในช่วงเริ่มปลูกจะแนะนำให้มีการล้อมตาข่าย จะไม่มีการพ่นยาทางใบ ตอนต้นเล็กๆ จะมีพวกเพลี้ย หนอน แมลง จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีในช่วงแรก สารเคมีจะตกค้างอยู่ 2 อาทิตย์ ส่วนในด้านการตัดแต่งกิ่ง พันธุ์มารูนจะตัดใบทิ้ง ประมาณ 5-7 ตา ในการตัดใบออก ก่อนตัดแต่งกิ่งต้องมีการสะสมอาหารก่อน คือต้องมีการให้ P K ที่สูงก่อน ส่วนผู้ที่สนใจจะปลูกองุ่นอย่างจริงจัง เราก็มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ จำหน่าย อย่างต้นทุนในการลงทุนครั้งแรกของผู้ที่สนใจ ราคาค่าโรงเรือนขนาด 32×2.75 เมตร ต่อ 1 ไร่ ราคา 25,000-30,000 บาท รวมค่าต้นพันธุ์และระบบน้ำ ทางไร่จะเป็นคนเพาะปลูกต้น และสอนวิธีปลูกขึ้นค้าง เลี้ยงกิ่ง จนถึงช่วงของการสะสมอาหารของต้นองุ่นให้ ซึ่งตอนนี้มีเครือข่ายลูกค้าภายในจังหวัดกาญจนบุรีที่มาซื้ออุปกรณ์และใช้ชุดความรู้จากไร่องุ่นศิวริทธิ์หลายแห่งอีกด้วย ทั้งในเขตอำเภอเมืองและอำเภอท่าม่วง”

สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจที่อยากเข้ามาชม ทางไร่ยินดีต้อนรับ และให้ข้อมูลได้ทุกวัน หรือสามารถติดต่อให้ทางไร่เข้าไปดูพื้นที่ที่สนใจทำไร่องุ่นได้ ติดต่อได้ที่ คุณวริทธิ์ กลมศิลา โทร. 081-420-0586 Facebook  : ไร่องุ่น ศิวริทธิ์

ก่อนจากกันมีคำคมดีๆ จากคุณวริทธิ์ ที่ผ่านประสบการณ์มากมายกับองุ่น จนมีวันนี้ได้ เพราะ “ทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะไม่มองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ เราจะไม่มองปัญหาที่เกิด เพราะใจเรารักไง”

บทความก่อนหน้านี้น้ำอ้อยเกษตรอินทรีย์ Amatika รสดี 100%
บทความถัดไปวิสาหกิจชุมชนแซตอมออร์แกนิคฟาร์มสุรินทร์ เน้นปลูกข้าวอินทรีย์ และแปรรูป สร้างรายได้