หน่อไผ่หวานช่อแฮ ทำเงินดี ที่เมืองแพร่

ไผ่หวานช่อแฮ มีลักษณะหน่อใหญ่ ถ้าหากไผ่อายุได้ 5-6 ปี หน่อจะใหญ่ได้ประมาณ 1-2 กิโลกรัม ยิ่งหน่อใหญ่ก็จะยิ่งได้ราคา เพราะในภาคเหนือนิยมกินหน่อไม้ในฤดูแล้ง เพราะมีรสชาติหวานและหอมกว่าหน่อไม้ในฤดูฝน หรือแม้แต่ผักหวานป่าที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติบนป่าเขา หากในฤดูแล้งผักหวานจะมีกลิ่นหอมและหวานกว่าผักหวานในฤดูฝน ดังนั้น ชาวบ้านที่หาของป่าขาย จะมีรายได้ดีในการเข้าป่าไปเก็บผักหวานป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพราะฤดูแล้งจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200-300 บาท เลยทีเดียว

คุณสมเกียรติ อุปนันชัย

คุณสมเกียรติ อุปนันชัย เกษตรกรดีเด่น แห่งตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ปลูกไผ่หวานช่อแฮ เพียง 3 ไร่ มีรายได้อย่างพอเพียง คือทำเกษตรแบบพ่อหลวงสอนไว้ ไม่ต้องทำมากมายเป็นร้อยไร่ ที่ดินทั้งหมด 5 ไร่ คุณสมเกียรติ มีรายได้ตลอดทั้งปี โดยแบ่งปลูกหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ 1 แปลง 3 ไร่ ปลูกข้าวโพดหวาน ต้มเอง ขายเอง ประมาณ 1 ไร่ มีรายได้วันต่อวัน วันละ 400-500 บาท โดยไม่ต้องจ้างแรงงาน ใช้แรงงานในครอบครัว สามี ภรรยา ลูกชายช่วยในวันหยุด ไม่ต้องมีรายจ่ายเพิ่ม

คุณเครือวัลย์ อุปนันชัย ภรรยาของคุณสมเกียรติ

ไม้ไผ่หวานช่อแฮ คุณสมเกียรติ ปลูกห่างกัน 3×3 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 150 กอ 3 ไร่ ปลูกได้ทั้งหมด 400 กอ โดยใช้ที่นาเก่าซึ่งที่ดินอยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน สมัยก่อนใช้ทำนา เนื่องจากข้าวราคาถูก ทำนาไปก็แค่นั้น เพราะต้นทุนในการทำนาสูง ต้องใส่ปุ๋ยเคมี ใช้ยาฆ่าหญ้า ใช้สารเคมีกำจัดแมลงสารพัดรูปแบบ แต่ขายข้าวได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 6-8 บาท เท่านั้น

คุณสมเกียรติ จึงได้วางแผนปลูกไผ่หวานช่อแฮ เพราะไปเก็บตัวอย่างจากญาติแถวตำบลช่อแฮ ปลูกไผ่หวานช่อแฮ ทั้งหมด 3 ไร่ เนื่องจากต้องการหน่อไม้ขายในฤดูแล้ง จึงต้องมีแหล่งน้ำ คุณสมเกียรติใช้วิธีเจาะบาดาล ความลึกเพียง 7 เมตร เท่านั้น สูบน้ำมาพักในบ่อปูนซีเมนต์ หรือบ่อรอง ราคาไม่แพง บ่อรองขนาด 2 เมตร ราคาใบละ 200 บาท ใช้ 4 บ่อ ก็เพียง 800 บาท รวมทั้งค่าปูนซีเมนต์ หิน ทราย ก่อฐานอีกประมาณ 800 บาท รวมทั้งสิ้นเพียง 2,000 กว่าบาท ก็ได้ถังเก็บน้ำไว้ประมาณ 3 จุด หลังจากปลูกไผ่หวานได้ประมาณ 9-12 เดือน ก็เริ่มเก็บหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮขายได้

ปลูกไม้สักผสมผสานได้

วิธีการทำให้ออกหน่อ ทำดังนี้

ตอนเริ่มปลูกครั้งแรก ขุดหลุมกว้าง 50×50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก แกลบ ขี้วัวแห้ง ตอนปลูกครั้งแรก ต้นหน่อไม้กำลังเริ่มแตกราก เพื่อให้เกิดความชื้นในหลุม ถ้ารดน้ำ เจอแดดแรง ในหลุมจะแห้งเร็ว ทำให้ต้องรดน้ำบ่อย

วิธีทำให้ต้นหน่อไม้ปลูกใหม่มีความชุ่มชื้น ไม่ต้องรดน้ำบ่อย คือหาต้นกล้วยที่ตัดกล้วยออกขายแล้วมาตัดเป็นท่อนๆ ขนาด 100 เซนติเมตร หรือ 70 เซนติเมตร ตัดเป็นท่อนแล้วผ่าครึ่ง แล้วเอาต้นกล้วยที่ตัดแล้ววางทับไว้บนปากหลุมต้นหน่อไม้ให้แน่น เพียงแค่นี้ก็สามารถเก็บความชื้นไว้ให้ต้นหน่อไม้ได้เป็นอย่างดี เพราะแดดในฤดูแล้งจัดมาก ทำให้วิธีนี้จะช่วยประหยัดแรงในการรดน้ำได้เยอะทีเดียว

หรือเกษตรกรบางรายก็จะใช้โพลิเมอร์ (สารอุ้มน้ำ) รองก้นหลุมโพลิเมอร์ คือสารอุ้มน้ำ มีตามร้านขายของเกษตรทั่วไป ลักษณะคล้ายข้าวสาร เมื่อถูกน้ำจะพองตัว แต่สารตัวนี้จะใช้ในกลุ่มเกษตรแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำ เช่น ชาวไร่มันสำปะหลัง ซึ่งมันเยอะเป็น 20-30 ไร่ หาแหล่งน้ำไม่มี จะใช้สารโพลิเมอร์เป็นตัวช่วย เมื่อต้นหน่อไม้อายุได้ประมาณ 12 เดือนขึ้นไป เริ่มออกหน่อให้ตัดขายได้

วิธีทำให้ออกหน่อ มีดังนี้

กอไผ่ อายุได้ 1-2 ปี จะแตกหน่อเป็นลำและเป็นกอ มีประมาณ 20 ลำ เขาจะตัดลำแก่ออกทั้งหมด ลำแก่ คือ ลำที่มีอายุได้ 1 ปีขึ้นไป จะเหลือลำที่ออกใหม่ อายุได้ประมาณ 4-5 เดือน ลำที่อายุได้ประมาณ 4-5 เดือนนี่แหละ จะใช้เป็นลำแม่เพื่อทำให้ออกหน่อเก็บหน่อขาย

กอหนึ่งมี 20 ลำ ตัดลำแก่ได้ประมาณ 6-10 ลำ ตัดออกแล้วกองไว้ สามารถนำไปขายให้โรงงานเผาถ่านไม้ไผ่ เขาจะรับซื้อลำไผ่แก่อย่างต่อเนื่อง หลังตัดลำแก่ออกแล้ว ต่อไปก็จะพรวนดินรอบๆ กอ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เช่น มูลวัว มูลหมู หรือมูลไก่ ใส่กอละประมาณ 10 กิโลกรัม

ลำไผ่ตัดขายเพื่อเผาถ่าน

การคลุมกอนั้น จะใช้วัสดุอะไรก็ได้ เช่น ใบไม้ ใบไผ่ ต้นกล้วย และอื่นๆ เกษตรกรจะเริ่มตัดลำแก่ออกประมาณเดือนธันวาคม แล้วจัดการแต่งกอด้วยการใส่ปุ๋ยรอบๆ ถมด้วยวัสดุต่างๆ เพื่อให้เกิดความชื้นรอบๆ กอ ต่อจากนั้นก็เอาน้ำรดให้ชุ่ม เมื่อรดน้ำชุ่มแล้วใช้เวลาอีกประมาณเดือนเศษ เกษตรกรก็จะได้หน่อไม้นอกฤดูออกขายได้เงิน

ใครทำให้ออกหน่อได้ในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ หน่อไผ่หวานช่อแฮนี้จะมีราคาสูง กิโลกรัมละ 50-60 บาท (ในสวน) สวนของคุณสมเกียรติสามารถตัดหน่อไม้ได้กอละ 2-3 หน่อ เรียกว่า ได้กอละ 1 กิโลกรัม จะได้ครั้งละ 400 กิโลกรัม ในสวนเขาซื้อขายกัน กิโลกรัมละ 50 บาท เรียกว่าตัดหน่อไม้ จำนวน 3 ไร่ 400 กอ เห็นเงินครั้งละ 20,000 บาท

เนื่องจากว่าในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม ถ้าหากสวนหน่อไม้อยู่ห่างจากแหล่งน้ำ เรียกว่ามีน้ำน้อยก็จะได้หน่อน้อยกว่าคนที่มีสวนอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แหล่งน้ำคือ อ่างเก็บน้ำ น้ำห้วย น้ำตก ซึ่งคนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำเหล่านี้จะหายาก จึงทำให้หน่อไม้หวานช่อแฮจะเป็นของหายากในฤดูแล้ง ราคาหน่อจึงพุ่งสูงขึ้น

ในละแวกตำบลสวนเขื่อน อำเภอช่อแฮ จะมีลำห้วยหลายสาย ใครมีที่ดินอยู่ใกล้ลำห้วยจะได้เปรียบ ในละแวกตำบลช่อแฮจะมีกลุ่มเกษตรกรรวมกลุ่มกันปลูก ครอบครัวละ 1-3 ไร่ ปลูกริมลำห้วยเพื่อทำให้ออกหน่อในฤดูแล้ง ในระยะเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม จะมีการรับซื้อหน่อไม้ไผ่หวานจากเกษตรกร

กอไผ่อายุได้ 6 ปี

เกษตรกรจะตัดกันแต่เช้ามืด แล้วล้างน้ำให้สะอาด บรรจุใส่ถุงมาส่งแม่ค้ารับซื้อก่อนเที่ยงวันของทุกวัน สมมติว่าเจ้านี้ปลูก 2 ไร่ ตัดหน่อได้ 60 กิโลกรัม ก็เอาหน่อมาส่งให้คนรับซื้อที่จุดรับซื้อ คนรับซื้อจะจัดล้างให้สะอาด บรรจุใส่ถุงพลาสติกใส บรรจุถุงละ 10 กิโลกรัม แล้วบรรจุใส่รถบรรทุกไปส่งยังจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก บางรายก็ส่งถึงตลาดไท รถบรรทุกปิกอัพดัดแปลงช่วงล่างเสริมแหนบจะบรรทุกได้ คันละ 3,000-4,000 กิโลกรัม คนรับซื้อได้กำไร กิโลกรัมละ 7 บาท รถคันหนึ่งเห็นกำไรอยู่แล้ว 20,000 บาท ขึ้นไป

สวนของคุณสมเกียรติก็เช่นเดียวกับเกษตรกรรายอื่นๆ จะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน เรียกว่าตัดขายแทบไม่ทัน คนทางเหนือ อีสาน เขานิยมกินแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านางในฤดูแล้ง เพราะรสชาติหวาน หอม แม้ราคาจะสูงกว่าในฤดูฝน แต่ผู้คนก็นิยมกิน

คุณสมเกียรติ อุปนันชัย บอกผู้เขียนว่า ได้น้ำดีๆ คือ มีน้ำพอเพียง จะตัดหน่อไม้ได้ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ยิ่งให้น้ำ หน่อยิ่งดกมาก กอละ 2-3 หน่อ หน่อไผ่หวานช่อแฮ มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์สีขาว และสีเขียว แต่รสชาติจะเหมือนกัน คือความหวาน หอม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 064-429-8814 และ 065-842-6450

หน่อไผ่หวานช่อแฮ

ข้อมูลการปลูกไผ่หวานช่อแฮ

1. ไผ่หวาน ปลูกได้ไร่ละ 200 กอ ห่างกัน 2×3 เมตร

2. การปลูก ขุดหลุมลึก 50×50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ตามด้วยปูนขาว เพราะรากของหน่อไม้ยังอ่อนอยู่ มีปลวก แมลงมากัดได้

3. ปลูกครั้งแรกภายใน 7 วัน รดน้ำวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 1 เดือนผ่านไป 2 วัน รด 1 ครั้ง

4. หลังนำต้นพันธุ์ไผ่หวานลงปลูกในหลุม ให้พูนดินปลูกให้สูงจากพื้น 30 เซนติเมตร แล้วใช้ต้นกล้วยสดตัดเป็นท่อนๆ ปิดปากหลุม เพื่อให้ความชุ่มชื้น เพราะต้นกล้วยจะเย็น ให้ความชุ่มชื้น

5. ถ้าหากพื้นที่เป็นที่แห้งแล้ง ไม่มีพืชอย่างอื่นเป็นพี่เลี้ยง ควรใส่สารอุ้มน้ำ (โพลิเมอร์) ใส่ในหลุมเพื่ออุ้มน้ำไว้ ไม่ต้องรดน้ำบ่อย

6. ถ้าปลูก 1-2 ไร่ จะต่อท่อยาง (PE) สีดำ ทำเป็นระบบน้ำหยดก็ได้

7. หลังปลูกได้ 3-4 เดือน ต้นไผ่จะเริ่มแตกลำขึ้นมา กอละ 3-4 ลำ ต้องบำรุงด้วยปุ๋ยคอก (อินทรีย์) ต่อจากนั้นอีก 8 เดือน กอจะเริ่มแตกใหม่ได้ 8-10 ลำ ก็เริ่มตัดหน่อได้ 8 เดือนแรกตัดได้ กอละ 1 หน่อ เท่านั้น

8. ปีที่ 2 กอไผ่จะแตกลำมากขึ้น 1 กอ จะได้กว่า 20 ลำ ต้องตัดลำแก่ออกให้หมด ให้เหลือไว้เพียง กอละ 4-5 ลำ เท่านั้น เพื่อให้ออกหน่อ ตอนออกหน่อต้องบำรุงกอด้วยปุ๋ยอินทรีย์ กอละ 5 กิโลกรัม ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 กอละ 1 กิโลกรัม

9. การให้ออกหน่อบำรุงด้วยปุ๋ย ให้น้ำอย่างเพียงพอ จะตัดหน่อสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

10.  โดยทั่วไปพื้นที่ 1 ไร่ จะตัดหน่อไม้ได้ประมาณ 70 กิโลกรัม ต่อปี

ได้รับความนิยม
บทความก่อนหน้านี้วังทับไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ต้นแบบการจัดการมะม่วงแปลงใหญ่
บทความถัดไปสวก. ตั้งเป้าขจัดความหิวโหย (Zero Hunger)สร้างสุขภาพที่ดีด้วยไข่ไก่