ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์อุตรดิตถ์ เพาะขยายพันธุ์ไม้ผล ปีละ 1 ล้านต้น สร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

เกษตรกรหลายท่าน มักพูดเสมอว่า อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่มีวันอดตาย คุณชัยวัฒน์ ปิ่นนาค (คุณเบญ) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 134/2 หมู่ที่ 1 ตำบลวังแดง อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่จะเข้ามาตอกย้ำกับคำพูดเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่เขาได้เข้ามาสานต่อกิจการขยายพันธุ์ไม้จากพ่อแม่ ก็ทำให้รู้เลยว่า การเป็นเกษตรกรถ้ามีการจัดการวางแผนที่ดี ก็ทำให้มีกินมีใช้ไปได้ตลอดชีวิต

คุณชัยวัฒน์ ปิ่นนาค หรือ คุณเบญ เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยีเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเหนือ หลังจากเรียนจบได้เข้ามารับช่วงกิจการขยายพันธุ์ไม้ผลของครอบครัว ที่ทำมานานกว่า 30 ปี โดยช่วงแรกจะเป็นการเรียนรู้งานจากคุณพ่อและการศึกษาดูงานจากแหล่งต่างๆ ในเรื่องของเทคนิคการขยายพันธุ์ไม้ในหลายรูปแบบ สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ และได้มีการขยายกิจการเพิ่มเติมจากของครอบครัว สวนประดับพันธุ์ไม้ที่ทำอยู่เดิม 100 ไร่ ขยายเพิ่มเป็น 200 ไร่ และมีการเปิดร้านขายกิ่งพันธุ์เป็นของตัวเอง ชื่อร้านชัยวัฒน์ตลาดกลางพันธุ์ไม้ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งร้าน 

คุณชัยวัฒน์ ปิ่นนาค (คุณเบญ) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นักขยายพันธุ์ไม้

ใช้เทคโนโลยีที่เรียนมาประยุกต์ใช้
ให้เกิดประโยชน์ภายในสวน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้

หลังจากที่ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจขยายพันธุ์ไม้ของครอบครัว คุณเบญ บอกว่า ตนเองได้นำเทคโนโลยีที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาใช้พัฒนากิจการของที่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อแม่จะใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องด้วยกิจการขยายใหญ่ขึ้น ใช้แรงงานคนอย่างเดียวทำไม่ทัน จึงได้นำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเข้ามาช่วยให้ทำงานสะดวกมากขึ้น ลดต้นทุนค่าแรงงาน ร่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น ด้วยการใช้รถตัก รถแทรกเตอร์ เครื่องผสมดินต่างๆ เข้ามาช่วย และมีการพัฒนาระบบการให้น้ำระบบอัตโนมัติด้วยแผงโซลาร์เซลล์ เพราะการขยายกิ่งพันธุ์ค่อนข้างที่ต้องใช้น้ำต่อวันในปริมาณมาก ทำให้มีค่าไฟสูงมากต่อเดือน จึงใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ สามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ปีละ 120,000 บาท ซึ่งแนะนำให้ติดตั้งทำเป็นระยะยาวถึงจะคุ้ม เพราะได้คำนวณจุดคุ้มทุนมาแล้ว อยู่ที่ประมาณ 10-14 ปี หลังจากนั้นคือ กำไร นอกจากนี้ ยังมีการนำเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ามาช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนค่าปุ๋ย ด้วยการใช้น้ำหมักชีวภาพ  ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองในแปลงแม่พันธุ์อีกด้วย

 

ขยายพันธุ์ เน้นการเสียบยอดในโรงเรือน
ต้นพันธุ์แข็งแรง ตั้งตัวได้เร็ว

คุณเบญ บอกว่า การขยายพันธุ์ไม้ที่สวนจะเน้นการเสียบยอดเป็นส่วนใหญ่ เพราะจะได้ต้นพันธุ์ที่ดีและแข็งแรงกว่าวิธีการปักชำ และทาบกิ่ง

นำมาพักไว้ในโรงเรือนเพาะชำ

การเสียบยอดในโรงเรือน…จะใช้ทำกับไม้ผลเกือบทุกชนิดภายในสวน การเสียบยอดในโรงเรือนจำเป็นต้องใช้ความชำนาญเป็นอย่างมาก ผู้ที่มีกิ่งพันธุ์ดีที่ต้องการขยายจำนวนน้อยไม่ควรเสี่ยง เพราะหากทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งต้นตอและยอดที่นำมาเสียบจะเสียหายได้

ขั้นตอนการเสียบยอด… เป็นการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ เลือกกิ่งต้นตอแล้วตัดปลายกิ่งออก ผ่าที่กึ่งกลางกิ่งให้เป็นรูปลิ่ม ยาว 3-4 เซนติเมตร เฉือนยอดพันธุ์ดีเป็นรูปลิ่มแล้วเสียบยอดพันธุ์ดีลงในแผลของต้นตอ ให้รอยแผลตรงกัน แล้วใช้เชือกมัดด้านบนและล่างรอยแผลต้นตอให้แน่น จากนั้นคลุมต้นที่เสียบยอดแล้วด้วยถุงพลาสติกไฮเดน แล้วนำไปเก็บไว้ในโรงอบพลาสติก ประมาณ 10-15 วัน รอยแผลประสานกันดี นำออกมาพักไว้นอกโรงเรือน

ข้อดีของการเสียบยอดในโรงเรือน

  1. ความเสียหายจะน้อยกว่านอกโรงเรือน แต่ต้องอาศัยความชำนาญ ใช้เวลาการเพาะน้อยกว่าการปลูกเมล็ด
  2. ยอดหรือต้นใหม่ที่นำมาเสียบยอดจะตั้งตัวได้เร็วกว่าการปักชำ ทาบกิ่ง เพราะต้นตอมีรากแก้วที่หาอาหารได้แล้ว ผิดกับการปักชำที่ต้องรอรากงอก 2-3 สัปดาห์ จึงจะสามารถหาอาหารเองได้
  3. รากแก้วเปรียบเสมือนเสาเข็มของบ้าน ทำให้ต้นไม้แข็งแรง เมื่อเจอลมพายุต้นไม้จะไม่ล้มง่าย

ข้อเสียของการเสียบยอดในโรงเรือน

  1. ต้องใช้พื้นที่เยอะ
  2. จะได้ต้นพันธุ์ที่เล็กกว่าการทาบกิ่ง การทาบกิ่งต้นจะใหญ่ ลูกค้ามาเห็นจะชอบต้นใหญ่มากกว่า ทั้งที่ต้นเล็กที่เกิดจากการเสียบยอดมีความแข็งแรงกว่า

ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ… โรคแมลงเป็นโรคระบาดเหมือนพืชทั่วไป มีมาเป็นฤดู หากแปลงไหนที่เป็นหนักจริงๆ จำเป็นต้องใช้สารเคมีเข้ามาช่วย แต่ถ้าแปลงไหนที่ไม่หนัก ส่วนใหญ่ก็จะใช้สารอินทรีย์เข้ามากำจัดแทน

มีต้นพันธุ์ไม้ผลให้เลือกซื้อมากมาย

ผลิตต้นพันธุ์ไม้ผลขาย
ปีละ 1 ล้านต้น ทำได้ยังไง?

พันธุ์ไม้ทั้งหมดที่เพาะขายปัจจุบัน เจ้าของบอกว่า หากจำแนกเป็นชนิด มีประมาณ 12 ชนิด แต่ละชนิดก็จะแยกสายพันธุ์ออกได้ประมาณเกือบ 100 สายพันธุ์ พูดง่ายๆ ว่า ที่นี่มีต้นพันธุ์ไม้ผลขายเกือบทุกชนิด ส่วนในเรื่องการดูแลและการวางแผนการเพาะขยายพันธุ์อย่างไร ให้ทำได้มากถึง 100,000 ต้น ต่อเดือน 1 ล้านต้น ต่อปี มีเทคนิค ดังนี้

  1. รวมกลุ่มชาวบ้านเข้ามาทำ มีการสอนเทคนิคต่างๆ ให้กับชาวบ้านทำมาส่ง
  2. ทางสวนมีการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ทั้งหมด เตรียมดินปลูก ระบบน้ำ และอื่นๆ สมาชิกกลุ่มลงแรง
  3. ทางสวนมีการจัดเตรียมหายอดพันธุ์ไว้ให้ สมาชิกกลุ่มมีหน้าที่ไปตัดแล้วนำมาเสียบยอดเอง
  4. มีลูกไร่ข้างนอกทำส่ง ทางลูกไร่รับผิดชอบเอง เสียบยอด เปลี่ยนยอด เลี้ยงดู รวมทั้งการอนุบาลต้นกล้า

ในส่วนแปลงของตนเองตอนนี้มีไม่เยอะ ประมาณ 40 ไร่ ใช้คนงานในการช่วยเสียบยอดพันธุ์ 5 ครอบครัว ออกวัสดุอุปกรณ์ให้ทุกอย่าง คนงานลงแรงทำ ส่วนแบ่งที่เจ้าของสวนกับคนงานได้เท่ากันคนละครึ่ง ถามว่า คุ้มไหม เพราะเจ้าของสวนต้องออกค่าวัสดุปลูก ค่าน้ำ ค่าไฟ ตอบเลยว่าคุ้ม เพราะเจ้าของสวนไม่ต้องแบกรับค่าแรง การอนุบาลดูแลคนงานรับผิดชอบทั้งหมด

“ธุรกิจนี้นับเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน เราอาศัยแรงงานจากเขา เขาอาศัยการตลาดจากเรา เพราะลำพังให้เราทำคนเดียวไม่มีทางทำไหว อย่างมากก็ทำได้ไม่เกิน 1 แสนต้น ต่อปี ถือว่าได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย” คุณเบญ กล่าวถึงแนวทางการทำธุรกิจขยายพันธุ์ไม้ 

ร้านชัยวัฒน์ตลาดกลางพันธุ์ไม้

ฤดูการขาย 5 เดือน
ต่อ 800
,000-900,000 ต้น

เจ้าของบอกว่า ฤดูการขายที่ขายดีที่สุดคือ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-สิงหาคม ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 800,000-900,000 ต้น ต่อปี คิดกำไร ต้นละ 10-15 เปอร์เซ็นต์ มีต้นเสียต้นตายไปบ้าง หรือบางปีอาจจะขายได้มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็มีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อย และความนิยมปลูกพืชแต่ละปีแตกต่างกันไป ตัวอย่างปีที่แล้วทุเรียนขายดีมาก แต่มะม่วงขายไม่ได้เลยก็มี เพราะเกษตรกรไทยเป็นเกษตรกรแฟชั่น เห็นพืชชนิดไหนราคาดีก็โค่นอันนั้นมาปลูกอันนี้ ก็จะวนเวียนไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดต้นพันธุ์ไม่ตาย ขายได้เรื่อยๆ อยู่ที่ว่าแต่ละปีคนจะมานิยมซื้ออะไรไปปลูก

ราคาขายไม่แพง เริ่มต้นที่ ต้นละ 6-100 บาท ราคา 6 บาท คือต้นกล้าเพาะเมล็ดอายุน้อย ราคา 100 บาท เลี้ยงแล้วประมาณ 1 ปี ขายราคาเดียวตลอดทั้งปี ไม่มีการปรับราคาขึ้นลงตามตลาด เพราะช่วงที่ราคาลงก็เป็นช่วงโลซีซั่นของตลาดต้นพันธุ์ และก็เป็นเวลาที่กำลังเลี้ยงต้นพันธุ์พอดี ต้นยังโตไม่ได้ไซซ์ที่จะขายได้อยู่แล้ว

“อาชีพทำการเกษตรถือว่ามีกำไรดี และถ้าเป็นการขยายต้นพันธุ์ขายก็มีข้อได้เปรียบกว่าการขายผลตรงที่การตลาดมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะการเพาะต้นพันธุ์ขายถ้าขายไม่ได้ต้นก็ไม่เสีย เจ้าของสวนสามารถเลี้ยงเก็บไว้ขายปีหน้าได้ เลี้ยงไปพอต้นโตก็ได้ราคาใหม่อีก จะเลี้ยง 2 ปี 4 ปี ก็ไม่เสียหาย ความสะดวกในการดูแลมีมากกว่า ไม่ต้องตามใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดินตามเวลา การขยายต้นพันธุ์อย่างมากก็รดน้ำ วันละ 2 ครั้ง วิธีการรดใช้ระบบสปริงเกลอร์ เดินเปิดวาล์วไปก็ง่ายกว่า” คุณเบญ บอก

การตลาด… อยู่ทางภาคเหนือและภาคอีสานเป็นส่วนมาก ความนิยมของลูกค้าจะหันมานิยมเป็นไม้เสียบยอดกันมากเพราะว่าปัจจุบันภัยธรรมชาติเริ่มรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นที่ต้องซื้อกิ่งพันธุ์ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ต้นพันธุ์ที่เกิดจากการเสียบยอดจึงเหมาะกับสภาพอากาศในปัจจุบัน ต้นแข็งแรง มีรากแก้ว ไม่ล้มง่าย และต้นโตเร็ว

การสั่งซื้อสินค้าและการจัดส่ง …สมัยนี้เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาก้าวไกล การติดต่อซื้อขายสินค้าส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก ไลน์ สะดวก รวดเร็ว รูปแบบการจัดส่งก็ง่าย หากอยู่ไกลลูกค้าจะจัดหารถคิวมารับสินค้าที่ร้านเอง ทางร้านมีหน้าที่จัดส่งของให้ตามออเดอร์เท่านั้น หรือถ้าลูกค้าท่านใดหารถคิวไม่ได้ ทางร้านยินดีหามาบริการให้แต่ค่าใช้จ่ายลูกค้าต้องเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด 

มะยงชิดเสียบยอด
ขนุนกิ่งทาบ

อนาคตธุรกิจขยายพันธุ์ไม้ยังอยู่ได้สบาย

ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ได้เข้ามาอยู่ในวงการธุรกิจขยายพันธุ์ไม้ ต้องบอกว่า ดีมาตลอด ยอดขายคงที่ มีต่ำมีสูงกว่าเดิมบ้างเป็นบางปี อาชีพเกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพที่มั่นคงอยู่ จึงอยากฝากถึงเพื่อนๆ และเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีที่ทางอยู่ที่บ้านให้ลองกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองดู แต่อาจจะต้องอาศัยความมีใจรักสักหน่อย เพราะค่อนข้างเป็นอาชีพที่เหนื่อย หนัก และร้อนมาก แต่ผมว่าถ้าทำได้อาชีพเกษตรกรรมจะเป็นอาชีพที่ยั่งยืน และสร้างความสุขให้ได้อย่างแน่นอน คุณเบญ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจต้นพันธุ์ไม้ผลคุณภาพ หรือติดต่อขอความรู้เพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. 061-974-6459

ขนุนกิ่งทาบ
บทความก่อนหน้านี้กะหล่ำปลี ผักยอดนิยมของคนไทย ปลูกได้ทั่วประเทศ ทุกฤดูกาล
บทความถัดไปวช. จัดสรรงบเพื่อการวิจัย 250 ล้านบาท ระดมแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19