แปลงใหญ่ 500 ไร่ ที่สกลนคร ผสมผสาน มะละกอ ขนุน มะนาว ปาล์มน้ำมัน

วันเวลาล่วงเลยไป “ไวเหมือนโหก” ดั่งสำนวน หรือคำพูดที่หลายคนนิยมนำมากล่าวถึง เปรียบเปรยวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จากการชักชวนของ คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย อาชีพทนายความ และอดีต ส. อบจ. สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส  แต่เขาหลงใหลชื่นชอบการทำเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพราะคุณขจรศักดิ์บอกว่า อยู่ในเมืองมานาน เห็นความศิวิไลซ์ในเมืองมามาก แต่เมื่อมีโอกาสก็จะออกมาอยู่ป่าเขาลำเนาไพร อยู่กับธรรมะและธรรมชาติ มีความสบายใจ เป็นเหตุผลที่ทนายความยกขึ้นมากล่าวอ้าง และชวนไปชม ดูเกษตรกรหลายคนที่ประสบผลสำเร็จ และก็ล้มเหลว

การจัดการน้ำ

วันนี้จึงได้เดินทางมาที่ “สวนเกษตรทอง” บ้านโนนสวาท ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ที่ทำเป็นเกษตรแปลงใหญ่ แต่ผสมผสาน พืชและสัตว์เลี้ยง บนพื้นที่ 511 ไร่

ขับรถออกจากตัวเมืองสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสาย สกลนคร-อุดรธานี ผ่านอำเภอพรรณนานิคม มองสองข้างทาง แต่เดิมจะพบกับความเขียวขจีของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยนาปรังและการปลูกพืชฤดูแล้งของชาวบ้าน ที่ได้น้ำจากเขื่อนชลประทานน้ำอูน ที่ปล่อยน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ 3 อำเภอ ที่ได้รับคือ อำเภอพังโคน อำเภอพรรณนานิคม และอำเภอเมือง แต่วันนี้วันที่น้ำในเขื่อนน้อยลง ส่งผลกระทบถึงภาคเกษตรที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับแห้งเหี่ยวซบเซาลง

ขายดีครับ

แสงแดดระยิบยับในยามสาย กลุ่มเด็กเล็ก 3-4 คน พูดจาเอะอะเสียงดัง กำลังค้นหาอะไรสักอย่างข้างต้นไม้ริมทาง ตะโกนเสียงดังโหวกเหวกบอกเพื่อนให้มองเป้าหมาย ใช้จักรยานเป็นพาหนะคนละคัน บางคนซ้อนกับเพื่อน ขับขี่ตามหลังซ้อนกันมาตามคันคูคลองส่งน้ำ สายตาสอดส่ายหาเป้าหมาย “กะปอม” ที่คอห้อยอาวุธประจำกายของแต่ละคน “หนังสะติ๊ก” เป็นอาวุธร้ายประจำกายที่นำออกมาล่า “กะปอม” สัตว์ป่าธรรมชาติเพื่อนำมาเป็นอาหาร เมนูเด็ด เรียกว่า “ก้อยกะปอม”

จากสี่แยกพังโคน มุ่งหน้าไปตามถนนสายอำเภอพังโคน-จังหวัดบึงกาฬ ขับรถจากพังโคนมาอีกราว 15 กิโลเมตรมาถึงบ้านโนนอุดม เห็นป้ายบอกทางขวามือ ไปเส้นทางบ้านตาดโนน แล้วเลี้ยวขวาทางแยกหน้า สถานีตำรวจภูธรศรีวิชัย เป็นถนนลาดยาง ราว 8 กิโลเมตร ถึงบ้านโนนสวาท แล้วเลี้ยวซ้ายในแยกหมู่บ้าน เข้าไป “สวนเกษตรทอง” อีก 1 กิโลเมตร

คุณอานนท์ คูสกุลธรรม”หรือ”เสี่ยทอง”

ทางเข้าสวนจะพบกับแปลงมะนาว กว่า 200 ต้น เรียงรายใช้วงบ่อชีเมนต์เป็นฐานปลูก กำลังให้ผลผลิต

ทักทายกับ คุณอานนท์ คูสกุลธรรม หรือ “เสี่ยทอง” เจ้าของสวน “เกษตรทอง” เล่าว่า ปีนี้ มีการชื้อพื้นที่เพิ่ม จากเดิม 300 ไร่เศษ ผ่านไปเพียง 4 ปี ซื้อที่เพิ่มอีก เป็น 511ไร่ และปรับปรุงแปลง มีการปลูกมะละกอแซมในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันด้วย นอกจากนั้น ยังปลูกขนุนเพิ่มขึ้นมาอีก จำนวน 5,000 ต้น ขณะนี้อายุอยู่ที่ 1 เดือน

เสี่ยทอง บอกว่า สำหรับขนุนนั้น ได้รับออเดอร์มาจากพ่อค้าประเทศจีน ให้ปลูกขนุน ซึ่งตนมองว่าลู่ทางขนุนน่าจะไปได้ดี เป็นการปลูกครั้งแรก และปลูกแซมกับมะละกอ ซึ่งแต่เดิมมะละกอที่เก็บผลผลิตได้ มีจำนวน 300 ไร่ และลงแซมพืชต่างๆ จนเต็มกว่า 400 ไร่แล้วขณะนี้ เป็นการปลูกสลับต่อช่วงเพื่อให้ผลผลิตออกมาต่อเนื่อง

ปาล์มน้ำมันและมะละกอ

ขนุนที่นำมาปลูก เป็นพันธุ์ “ทองประเสริฐ” โดยทางพ่อค้าจีนตกลงว่าจะรับซื้อผลผลิตทั้งหมด ตามราคาท้องตลาดทั่วไป ซึ่งคาดว่าอีก 4 ปีข้างหน้า ขนุนจะออกสู่ตลาด

ในด้านการดูแลในพื้นที่ ได้จ้างนักวิชาการเกษตรมาคอยแนะนำดูแลเรื่องของโรค ตลอดจนการบำรุงรักษาดูแลให้เป็นไปตามหลักวิชาการ

จากปัญหาที่ภาวะแล้งมาเยือนเร็วปีนี้ ผลผลิตลดลงมาก โดยเฉพาะมะละกอที่ปลูก ครั้งแรกส่งประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตันละ 2,200 บาท แต่เนื่องจากประสบปัญหาแล้ง จึงต้องลดลง เดิมจะเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้วันละ 3-4 ตัน แต่ช่วงนี้จะได้วันละ 1 ตัน หรือตันครึ่งเท่านั้น

มะละกอรายได้ดี

ปัญหาหนึ่งของการทำเกษตรคือ เรื่องน้ำ แม้ในสวนของตนจะมีบ่อน้ำ จำนวน 3 บ่อ รวมแล้วประมาณ 20 ไร่ น้ำก็ยังขาดแคลน ใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่าประโยชน์สูงสุด และปัจจุบันน้ำมีปริมาณลดลงมาก หากฝนไม่ตกsiหรือทิ้งระยะเวลาห่างออกไปจะต้องมีปัญหาแน่นอน

สิ่งที่อยากได้ขณะนี้คือ บ่อบาดาลเพิ่ม เพราะจะได้แก้ปัญหาเรื่องน้ำได้อย่างพอเพียง

เสี่ยทอง บอกว่า ขณะนี้ได้หันกลับมาฟื้นฟู มะนาวที่ปลูกไว้ จำนวน 200 วงบ่อ ที่ให้ผลผลิตแล้ว บางส่วนอากาศแห้ง ถูกไฟเผาไปเกือบทั้งสวน และได้เตรียมพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 200 วงบ่อ ทดแทนจากที่ถูกไฟใหม้ไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าไม่นานมะนาวก็จะกลับมาอีก

มีระบบน้ำ

ในส่วนของมะนาวนั้น เมื่อก่อนลงแปลงปลูก และประสบปัญหาเรื่องราคา มะนาวล้นตลาด นำมาแจกแลกแถมฟรี ไม่มีใครอยากได้ ประเภท ขายไข่ไก่ 1 แผง แถมมะนาว 1 กิโลกรัม ลูกค้ายังไม่อยากรับ

แต่วันนี้ ราคามะนาวน่าจะพอไปได้ จึงได้หันกลับมาลงมะนาวไว้อีก เพิ่มจำนวน 200 วงบ่อ

อย่างไรก็ตาม แม้จะทำเป็นเกษตรแปลงใหญ่ แต่เป็นแบบผสมผสาน ไม่ใช่เชิงเดี่ยว จนวันนี้จะมีพืชที่เป็นหลัก มะละกอ (ฮอลแลนด์) ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ขนุน กล้วย มะนาว และอื่นๆ

เริ่มปลูกขนุน

เสี่ยทอง บอกว่า การทำเกษตรจะต้องทำแบบผสมผสาน เพราะอัตราความเสี่ยงจะน้อยลงกว่าการปลูกเชิงเดี่ยว เช่นวันนี้ ปลูกมะละกอแซมกับพืชที่ใช้อายุยาว เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และขนุน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี หากหน่วยงานราชการหรือเกษตรกรที่สนใจอยากศึกษา หรือนำผลผลิตไปจำหน่าย ติดต่อได้ที่ “เสี่ยทอง” คุณอานนท์ คูสกุลธรรม โทร. 098-660-8464  

หมายเหตุ แหล่งจำหน่าย ตลาดส่งสินค้า ห้างดัง (ตลาดไท แม็คโคร) และตลาด กทม.

บทความก่อนหน้านี้เกษตรกรราชบุรี เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยพื้นที่กว้าง ไก่มีสุขภาพดี ไข่ขายได้ราคา
บทความถัดไปตราฉัตร มอบข้าวสารช่วยวิกฤต COVID-19