อาสาเกษตรประจำหมู่บ้าน “โนนกุง” เพาะกล้าไม้ขาย รายได้ดี อยู่กับธรรมชาติ สู้ “โควิค-19”

จากสภาวะในปัจจุบันที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการหาทางเพื่อเอาชนะ “โควิค-19” ที่บางคนบอกว่าเป็นมหันตภัย “ไวรัส ล้างโลก” ที่หลายคนบอกว่าเคยดูแต่หนังหรือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก “มโน” หรือจินตนาการ ที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่วันนี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า บรรดาภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องลึกๆ ลับๆ หรือการสร้างเรื่องขึ้นมาให้น่าติดตาม อาจมีหรือเป็นความจริงในอนาคตได้

กล้าไม้

วันนี้มีโอกาสมาทางพื้นที่ อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ได้นัดหมายกับ คุณนิพนธ์ มุลเมืองแสน ประธานองค์กรผู้ใช้น้ำภาคเกษตรกรรม ลำน้ำโขง และประมงอาสา ตลอดจนเป็นอาสาเกษตรประจำหมู่บ้าน และตำบล และอีกหลายตำแหน่ง …อำเภอโพนนาแก้ว เดิมขึ้นต่ออำเภอเมืองสกลนคร และต่อมาได้แยกการปกครองเป็นอำเภอที่อยู่ฝั่งตะวันออกของหนองหาร ที่เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่มีทะเลสาบน้ำจืดสงขลา และบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอันดับ 1 และ 2 ทะเลสาบน้ำจืดหนองหาร มีพื้นที่ 77,000 ไร่ หรือ ราว 123 ตารางกิโลเมตร

นาข้าว

“หนองหาร” เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ประมาณเส้นรุ้งที่ 107 องศา 6 ลิปดาเหนือ กับเส้นแวงที่ 104 องศา 8 ลิปดาตะวันออก ถึง 104 องศา 18 ลิปดาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยปานกลาง ประมาณ 158 เมตร ความกว้างประมาณ 7 กิโลเมตร ยาว 18 กิโลเมตร พื้นที่รวมทั้งสิ้น 123 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมเขตการปกครองเทศบาลเมืองสกลนคร กับอีก 10 ตำบล ของอำเภอเมืองสกลนครและอำเภอโพนนาแก้ว

น่าซื้อมาปลูก

การเดินทางไปยังพื้นที่อำเภอโพนนาแก้ว เลือกไปได้สองทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมทาง “บ้านท่าแร่” แล้วเลี้ยวขวา เลียบเลาะหนองหาร เส้นทาง บ้านท่าแร่-อำเภอโคกศรีสุพรรณ และอีกเส้นทาง ไปตามถนนสายสกลนคร-นาแก เมื่อถึงบ้านโพนยางคำ จะเลี้ยวซ้าย ไปราว 20 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านด่านม่วงคำ-โคกศรีสุพรรณ แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก ก็จะไปพบกับอำเภอโพนนาแก้ว ซึ่งเป็นอำเภอที่มีเขตติดต่อกับอำเภอปลาปาก และวังยาง จังหวัดนครพนม

น้ำดี

เป้าหมายการเดินทางคือ บ้านโนนกุง หมู่ที่ 8 ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว เมื่อออกจากตัวเมืองสกลนคร จึงเลือกเส้นทางสายถนนสกลนคร-นครพนม มุ่งหน้าสู่บ้านท่าแร่ ราว 25 กิโลเมตร ผ่านบ้านท่าแร่ 3 กิโลเมตร จะพบทางสามแยก แล้วเลี้ยวขวา-ถนนสายท่าแร่-โพนนาแก้ว ผ่านที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว ไปอีกราว 10 กิโลเมตร ก็จะพบกับบ้านโนนกุง

พบกับ คุณนิพนธ์ มุลเมืองแสน วัย 49 ปี และ คุณนันทิยา มุลเมืองแสน ภรรยา หลังทักทาย ดื่มน้ำเย็นเพื่อคลายร้อนแล้ว แต่ไม่ลืมที่จะสวม “แมส” หน้ากากอนามัย แม้จะรู้ว่าปลอดภัย เพราะเป็นทุ่งนาป่าไม้ ธรรมชาติ ก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อน

พร้อมจำหน่าย

คุณนิพนธ์ เล่าว่า หลังเรียนจบก็อยากจะหางานทำ เพราะมองว่าอาชีพทางราชการหรือมีเงินเดือนน่าจะสบาย แต่กว่าจะรู้ความจริงว่าการเป็นเกษตรกร คือการเป็นตัวของตัวเอง จะดีกว่า ทำมากได้มาก ไม่ทำก็ไม่ได้ ประกอบกับที่เป็นคนรักธรรมชาติ ชีวิตคนชนบท และบ้านก็อยู่ติดกับหนองหาร มีลำน้ำก่ำไหลผ่าน จากหนองหารลงสู่แม่น้ำโขงทางจังหวัดนครพนม ชีวิตจึงมีความผูกพันกับสายน้ำและป่าไม้มาโดยตลอด โดยเฉพาะลำน้ำก่ำ เรียกว่าโตมากับน้ำ จึงมีความเข้าใจดี

หลังจากนั้น เมื่อแต่งงานกับคุณนันทิยา มีครอบครัวแล้วก็ขยับมาอยู่ที่บ้านตนเอง บนเนื้อที่  6 ไร่เศษ ที่อยู่ติดกับลำน้ำก่ำ อาศัยที่ดินดังกล่าวทำการเกษตร เลี้ยงไก่ เป็ด และห่าน ดำเนินชีวิตตามวิถีแบบชาวบ้าน และจากที่เคยอยู่กับพืชผัก ป่าไม้ และรุ่นพ่อ แม่ นอกจากทำนาแล้วยังมีการเพาะกล้า ไม้ป่า ไม้พื้นเมือง ออกจำหน่าย จนเป็นที่รู้จักทั่วไป ไม้ที่เพาะกล้า มีทั้งประเภท อายุยาว และอายุสั้น เช่น มะละกอ ขนุน มะนาว ฯลฯ ผักสวนครัว ไม้ประดับ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังใช้พื้นที่ขุดบ่อเลี้ยงปลา บ่อใหญ่ 1 บ่อ และบ่อแบบธรรมชาติอีก 1 บ่อ ซึ่งจะมีปลาจากธรรมซาติด้วย

เลี้ยงไก่

คุณนิพนธ์ เล่าว่าจากการที่ชาวบ้านเห็นว่าเป็นผู้ที่เพาะกล้าไม้ พืชต่างๆ และสามารถนำเสนอได้ บอกเล่าได้ จึงได้รับเลือกให้เป็นเกษตรอาสาประจำหมู่บ้านและตำบล ตลอดจนประมงอาสาด้วย นอกจากนั้น จากการที่เป็นนักอนุรักษ์ (เอ็นจีโอ) ร่วมต่อสู้และคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของน้ำ จึงได้รับการเลือกเป็นประธานองค์กรผู้ใช้น้ำภาคเกษตรกรรมลำน้ำโขง แวะเวียนไปศึกษาดูงานในประเทศเพื่อนบ้านมาแล้ว เพื่อพัฒนาในพื้นที่

คุณนิพนธ์ บอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีปัญหาเรื่องของโรคที่ระบาด การประชุมหรือกิจกรรมใดๆ ต้องหยุดก่อน ก็มีเวลามาเพาะต้นไม้ กล้าไม้ ช่วยภรรยาและลูกๆ อีกแรงหนึ่ง รายได้หลักมาจากการขายเพาะกล้าไม้ ทุกชนิดที่ มีออเดอร์แ ละเพาะไว้ขายที่บ้าน

เลี้ยงห่าน

รายได้ปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ วันละ 700-1,000 บาท ซึ่งมีต้นทุน ประเภท ปุ๋ยคอก ถุง และแรงงาน ต้นไม้หรือพืชที่จำหน่ายดีมากจะเป็นพวก มะละกอ ทุกประเภท รับจัดเพาะให้ ในราคามิตรภาพ มีทั้งนำส่งและจำหน่ายปลีก ไม่ว่าจะเป็นมะนาว มะละกอ ขนุน และอีกมากมาย สามารถสั่งได้ การนำส่งขึ้นอยู่กับปริมาณ ท่านที่ต้องการสามารถติดต่อได้

คุณนิพนธ์ บอกว่า การเพาะต้นไม้ กล้าไม้ เรียนรู้มาจากที่เคยทำมากับเพื่อนบ้านและในครอบครัวทำมาก่อน โดยครั้งแรกก็ลองผิดลองถูก แต่ปัจจุบันไม่มีปัญหา ภรรยาและลูกก็เพาะกล้าขายได้เช่นกัน ดังนั้น วันนี้บอกได้ว่า อาชีพเกษตรกรรมหากเรารู้จักพัฒนา แสวงหา ใฝ่รู้ จดจำ อ่านหนังสือตำรามาเพิ่มเติม ทุกคนก็สามารถทำได้ เพราะพื้นฐานเดิมเรามาจากอาชีพการเกษตร ความจริงการทำเกษตรไม่มีใครรู้จริงเท่าเกษตรกร เพราะว่าเขามีประสบการณ์ด้วยตนเอง ส่วนหน่วยงานอื่นก็เข้ามาแนะนำ ในที่สุดก็มีการนำไปสู่การใช้ประเภทสารเคมี เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พืชโตไว แต่ผู้บริโภคหรือคนตายเร็ว

คุณนิพนธ์ ทำกิจกรรมเกษตร โดยไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี แต่จะเน้นไปที่เกษตรอินทรีย์ธรรมชาติ นาข้าวทำเพียง 2 ไร่เศษ พื้นที่เหลือ ปลูกพืชทุกอย่างที่กินได้ ขายได้ และเหมาะสม ที่นี่เป็นแหล่งจำหน่ายพันธุ์กล้าไม้ทุกชนิด สำหรับท่านที่ต้องการนำไปปลูกหรือจำหน่าย ติดต่อได้ที่ คุณนิพนธ์ มุลเมืองแสน โทร. 089-574-3522 ทุกวัน

บทความก่อนหน้านี้ปลาหมอ แข็งแรงทนต่อสภาพแวดล้อม เลี้ยง 5 เดือน เห็นเงิน
บทความถัดไปสัตวศาสตร์เจ้าคุณทหาร พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง เลี้ยงแพะพันธุ์บอร์ เป็นอาชีพเสริมบนความสุข