ชะอม พืชริมรั้วกลิ่นแรง ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยว ตอนกิ่งขาย ตลอดปี

…เมนูอาหาร ชะอมชุบไข่ทอด แก้งส้มชะอมชุบไข่ทอด แกงป่าไก่ เนื้อ ใส่ชะอม แกงคั่วหอยขมใส่ชะอม ชะอมลวกจิ้มน้ำพริกกะปิ ล้วนเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นสิ่งบ่งบอกได้ว่า ชะอมเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม…

มียอดเก็บทุกวัน

ชะอม เป็นผักพื้นบ้านอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยรู้จักและนิยมรับประทานกัน ทุกๆ บ้านจะใช้พื้นที่ว่างตามรั้วบ้านปลูกชะอมเพียงไม่กี่ต้น เพื่อเก็บไว้รับประทานกันเองในครอบครัวจนถึงปัจจุบันนี้

ความต้องการบริโภคชะอมที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ปัจจุบันชะอมกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดที่เกษตรกรหันมาปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครนายก ทำให้มีเงินสะพัดปีละหลายล้านบาทจากการปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายและตอนกิ่งขายในชุมชน รองจากข้าวและไม้ผลอย่างมะยงชิด

ปลูกห่างกัน เน้นขนาดต้นและยอด

คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ หนึ่งในเกษตรกรที่หันมาให้ความสนใจปลูกชะอมตัดยอดจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยใช้พื้นที่บริเวณรอบบ้านปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ปลูกชะอม

“ในชุมชนส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนาปี ซึ่งจะมีเวลาเหลือค่อนข้างมาก ชาวบ้านจึงมองหาพืชอื่นๆ มาปลูกเสริมเพื่อหารายได้เสริมเข้ามาช่วย ซึ่งในช่วงนั้นมีการนำไม้ผลอย่างขนุนและมะยงชิดมาปลูกแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ บางปีไม่ติดผล จึงเริ่มหาพืชอื่นๆ เข้ามาปลูก ซึ่งในช่วงปี 48 เข้า ปี 49 มีพ่อค้าตลาดสะพานใหม่มาแนะนำให้ปลูกชะอม และจะรับชื้อผลผลิตทั้งหมด ซึ่งในขณะนั้นมีคนให้ความสนใจไม่มากนัก”

ต้นชะอม อายุ 3 เดือน

พื้นที่ว่างตามริมรั้วหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถูกปรับปรุงเพื่อใช้ปลูกชะอม ปลูกผสมผสานในสวนผลไม้ ซึ่งผลผลิตที่ใด้ส่งจำหน่ายออกไปในรูปแบบมัดกำ ราคากำละ 2-6 บาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวข้าวที่เป็นอาชีพหลัก

“ชะอม เราปลูกประมาณ 2 เดือนขึ้นไป ยอดจะแตกออกมาให้เก็บผลผลิต ยิ่งมีการดูแลที่ถูกวิธีและให้น้ำอย่างสม่ำเสมอสามารถเก็บยอดได้วันเว้นวัน ซึ่งแต่ละครั้งจะได้ประมาณ 50 กิโลกรัม ในฤดูจะสูงถึง 100 กิโลกรัม”

ระบบน้ำในสวนชะอม

รายได้จากการปลูกชะอม กลายเป็นแรงจูงใจให้คนในตำบลปากพลีทุกหมู่บ้าน หันมาปลูกชะอมเป็นอาชีพเสริมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพื้นที่บริเวณรั้วบ้านและพื้นที่ว่างเปล่าของทุกครัวเรือนถูกเนรมิตทำเป็นสวนชะอม พูดได้ว่าบ้านไหนที่ไม่มีต้นชะอมบ้านนั้นถือว่าเชย

ปัจจุบัน คุณบุญเรือง มีพื้นที่ปลูกชะอม ทั้งหมด 1 ไร่ โดยพันธุ์ชะอมที่คุณบุญเรืองและชาวบ้านเลือกมาปลูกจะเป็นพันธุ์ที่มียอดขนาดใหญ่และปริมาณยอดมากในหนึ่งต้น

คุณบุญเรือง ได้เล่าถึงขั้นตอนการปลูกชะอมให้ได้ปริมาณและยอดอย่างต่อเนื่องให้ฟังว่า หัวใจสำคัญคือ ระยะของการปลูกระหว่างต้นและแถวต้องมีระยะปลูกที่เหมาะสม

“ระยะปลูกเราใช้ความห่างระหว่างต้น 1 เมตร แถว 1 เมตร หากปลูกชิดกันมากกว่านี้เมื่อต้นชะอมโตขึ้นยอดจะชนกันทำให้ยอดแตกออกมาน้อย แต่ถ้าปลูกให้ในระยที่เหมาะสมคือ 1 เมตร (ระหว่างต้นและแถว) จะทำให้ได้ต้นชะอมที่ใหญ่และยอดจำนวนมาก

เก็บยอดทุกวัน

ชะอม เป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย ขั้นตอนการปลูกลงดินจึงทำไม่ยาก หลังจากปรับพื้นที่เสร็จเรียบร้อย ให้ขุดหลุมที่มีขนาดเท่ากับตุ้มของกิ่งที่ตอน จากนั้นนำกิ่งตอนลงหลุมปลูกและกลบดิน รดน้ำ โดยการวางระบบท่อน้ำสปริงเกลอร์ตามแนวของแถวชะอม”

หลังจากปลูกใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ชะอมจะเริ่มออกยอดให้เก็บ แต่ก็ยังไม่มาก ซึ่งหลังจากเก็บยอดชะอมในช่วงเช้าเป็นที่เรียบร้อย จะเริ่มเปิดน้ำและใส่ปุ๋ยเคมี 46-0-0 ปุ๋ยมูลสัตว์ (มูลไก่) บำรุงต้นเพื่อช่วยกระตุ้นให้ต้นแตกกิ่งใหม่

คุณบุญเรือง ปิ่นเกตุ

แต่สิ่งอื่นใดการทำให้ชะอมออกยอดตลอดนั้น คุณบุญเรือง บอกว่า จะต้องฉีดฮอร์โมนทางใบ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาส่งเสริมและสอนวิธีการทำ ซึ่งหลังจากมีหน่วยงานราชการเข้ามาคอยเป็นพี่เลี้ยง ทำให้เราสามารถเกิดการร่วมกลุ่มของสมาชิกผู้ปลูกชะอมทำให้เกิดความเข็มแข็งและมีพลังการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลางทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องของการตลาดได้ทางหนึ่ง

สมาชิกผู้ปลูกชะอมในชุมชน

นอกจากนี้ การรวมกลุ่มยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ใหม่นำมาพัฒนากลุ่มให้มีศักยภาพในการผลิตและการต่อรองจากพ่อค้าแม่ค้า

ในแต่ละปี ต้นชะอมที่ปลูกจะทำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่ง ซึ่งจะมีคนเข้ามารับเหมาตอน กิ่งละ 2 บาท 1 ปี จะตอนประมาณ 2 รอบ สำหรับต้นแม่ที่สมบูรณ์

สำหรับตลาดรับชื้อตอนนี้ ส่งทั้งตลาดไท ตลาดสะพานใหม่ ราคากำละ 20 บาท ซึ่งแต่ละคนจะตัดและส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามระบบของกลุ่มจะไม่แย่งและตัดราคากันเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บ้านเลขที่ 303 หมู่ที่ 3 ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

…………..

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2563