“เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุย” ชิมเมล่อนหวานเจี๊ยบ หอม กรอบ ปลูกด้วยดินชายทะเล

เข้าสู่โหมดฤดูร้อนกันเต็มตัว เป็นช่วงความโหดร้ายของสภาพอากาศที่ต้องทนรับสภาพกันอย่างน้อย 2 เดือนเต็ม อยากหนีไปต่างประเทศก็ไม่ได้

…ไม่เป็นไรเที่ยวเมืองไทยกันดีกว่า!!

คุณอภิเชษฐ์ รตจีน หรือคุณธง เจ้าของ“เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุย”

ร้อนนี้เที่ยวไหนไม่สุขใจเท่าไปทะเล แล้วทะเลที่ไหนไม่ฟินเท่าเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี แหล่งท่องเที่ยวตากอากาศที่คุณตักตวงความสุขได้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นทะเลใสสะอาด ธรรมชาติป่าเขา น้ำตก หรืออาหารอร่อยจากซีฟู้ดและอาหารพื้นบ้าน

ใครที่วางแผนไปเกาะสมุยทริปนี้ อยากเชิญชวนให้ไปเยี่ยมชม “เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุย” ตั้งอยู่เลขที่ 138/1 หมู่ที่ 1 ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย ฟาร์มแห่งนี้ปลูกเมล่อนเชิงพาณิชย์ มีจุดเด่นตรงความหวาน หอม กรอบ เพราะปลูกด้วยดินชายทะเล เป็นเมล่อนเกรดคุณภาพ รับรองมาตรฐาน GAP

ลองทดสอบหวานผลขนาด 6 ขีด ความหวานพุ่งไปถึง 18 บริทซ์

คุณอภิเชษฐ์ รตจีน หรือ คุณธง เจ้าของฟาร์มเมล่อนรายนี้เป็นคนกรุงเทพฯ ซื้อที่ดินและปลูกบ้านไว้ที่เกาะสมุย เห็นมีพื้นที่ว่างจึงใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกเมล่อน ซึ่งเวลานั้นยังไม่มีใครปลูกเมล่อนจริงจัง หาความรู้จากหลายแหล่งเพื่อมาปรับใช้ปลูกเมล่อนบนพื้นที่เกาะสมุยเพราะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรือนจำนวน 2 โรง เพื่อลองปลูกแล้วพบว่าผลผลิตมีคุณภาพดีระดับใช้ได้ มีรสหวาน กรอบ มีคนชื่นชอบ ขายหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงสร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 4 โรง

เรดมูน จองหมดเรียบร้อยแล้ว

คุณธงบอกถึงเหตุผลที่ปลูกเมล่อนได้คุณภาพเพราะเกิดจากความโชคดีที่ก่อนสร้างบ้านขุดหน้าดินเก็บไว้ เป็นหน้าดินใหม่ อยู่ใกล้ทะเลจึงมีแร่ธาตุอาหารสำคัญสะสมจำนวนมาก จึงนำหน้าดินมาเป็นส่วนผสมวัสดุปลูก ช่วยให้เมล่อนมีคุณภาพสูง มีรสหวาน เนื้อแน่น กรอบ อร่อย

โรงเรือนมีขนาด 6 คูณ 12 เมตร ปลูกในถุง โดยวัสดุปลูก ได้แก่ กาบมะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ดินชายทะเลสมุย อัตราส่วน 1 : 1 : 1 โดยต้องแช่กาบมะพร้าวสับและขุยมะพร้าวในน้ำ 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเป็นของเก่าหรือใหม่เพื่อให้สารแทนนินออกให้มากที่สุด ให้แช่ไว้จากน้ำสีน้ำตาลจนน้ำใสส่วนระบบน้ำเป็นแบบน้ำหยด พันธุ์ที่ปลูกมีทั้งผิวเรียบและตาข่าย มีพันธุ์เรดมูน ไข่ทองคำ บารมี หยกเทพ และขณะนี้กำลังเริ่มปลูกสายพันธุ์จากญี่ปุ่น

วัสดุปลูก3 ชนิดได้แก่ กาบมะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว ดินชายทะเลสมุย อัตรา 1 ส่วนเท่ากัน

คุณธง ให้รายละเอียดวิธีปลูกเมล่อนว่า ซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐาน จากนั้นนำมาแช่น้ำอุ่นไว้ 1 ชั่วโมงก่อน แล้วใช้ผ้าห่อปิดให้สนิท วางในที่ร่ม 24 ชั่วโมง จากนั้นเมล็ดพันธุ์จะงอกคล้ายเขี้ยวงูแล้วจึงนำไปปลูกในถาดหลุมเพาะ ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันจะเห็นมีใบแท้ที่ 2 แล้วจึงย้ายมาปลูกใส่ถุงที่ใส่วัสดุปลูกไว้เรียบร้อย ควรปลูกช่วงเย็นเพื่อให้ต้นอ่อนปรับสภาพคุ้นเคยกับดินปลูกก่อนรับแสงแดดในวันรุ่งขึ้น

ช่วงที่ปลูกทุกวันหรือวันเว้นวันต้องจับยอดมาพันค้างปลูก โดยเล็มแขนงออกจนถึงแขนงที่ต้องการเก็บไว้คือข้อที่ 9-12 ประมาณ 25 วันจะเริ่มมีดอกตัวเมียและตัวผู้ให้ผสมเกสร และควรจดบันทึกหรือทำเครื่องหมายสัญลักษณ์แต่ละดอกที่ผสมเพื่อกำหนดวันเก็บที่ถูกต้อง

แขวนลูก

ปล่อยให้ผลโตขึ้น สังเกตผลที่มีผิว ขนาด รูปทรงที่สมบูรณ์ที่สุดเก็บไว้เพียงผลเดียว ผลที่เหลือตัดทิ้งจากนั้นต้องแขวนผลให้แข็งแรงเพื่อรับน้ำหนักโดยใช้เชือกคล้องที่ขั้วผลแล้วมัดไว้ที่ค้าง แล้วเลี้ยงต่อไปโดยใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นตามอายุปลูก รวมทั้งยังต้องพ่นแคลเซียมโบรอนทุก 3-5 วันเพื่อป้องกันผลแตก และควรให้ผลได้รับแสงสม่ำเสมอ

การนับอายุเก็บเกี่ยว ถ้าเป็นผลผิวเรียบให้นับตั้งแต่ผสมเกสรไปเป็นเวลา 35 วันผลถึงจะสุกตามธรรมชาติ ส่วนพันธุ์ตาข่ายต้องนับเพิ่มไปอีก 10-20 วันแล้วแต่สายพันธุ์ถึงจะสุกตามธรรมชาติพร้อมเก็บ ทั้งนี้ ก่อนเก็บผลผลิต 3 วันต้องงดน้ำเพื่อไม่ให้ผลแตก

บ่มเมล็ดพันธุ์

การให้ปุ๋ย หลังจากย้ายลงถุงปลูกแล้วยังไม่ต้องใส่ปุ๋ย ควรให้เพียงน้ำเปล่าไปก่อนสัก 3 วันเพื่อให้รากคุ้นเคยและปรับสภาพ เมื่อสังเกตเห็นว่าต้นฟื้นตัว มีความแข็งแรง แล้วจึงใส่ปุ๋ยตามระบบน้ำหยด คุณธง ชี้ว่า วิธีการใส่ปุ๋ยตามแนวทางของเขาอาจไม่ตรงกับหลักทฤษฎีนักเพราะจะสังเกตจากสภาพความเป็นจริงว่าต้น ใบ มีลักษณะอย่างไรก็อาจปรับค่าปุ๋ยตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมกับพ่นจุลธาตุและแคลเซียมโบรอนควบคู่ไปด้วยเพื่อป้องกันผลแตก

ค่าความหวานปกติของเมล่อนทั่วไปอยู่ที่ 13-14 บริกซ์ แต่เมล่อนที่ฟาร์มคุณธงได้ค่าความหวาน 15-16 บริกซ์ หรือบางคราวสูงไปถึง 17 บริกซ์เลยทีเดียว เรียกว่าหวานแบบน้ำตาลเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น??

ต้นกล้า

ฟาร์มเมล่อนของคุณธง ใช้น้ำจากบ่อขุดที่มีระยะทางห่างจากทะเลประมาณ 200 เมตร น้ำที่สูบขึ้นมาใช้วัดค่าเกลือได้ 0.3% หรือถ้าวัดเป็น EC ได้ 0.7 ถือเป็นค่าความเค็มจากทะเลที่ช่วยเพิ่มรสหวานให้เมล่อน ขณะเดียวกัน ยังนำน้ำหมักปลาทะเลอัตรา 1 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร รดตามต้นและใบทุก 3 วัน เนื่องจากน้ำหมักปลาช่วยเพิ่มความหวานด้วยเช่นกัน อีกทั้งหน้าดินที่ขุดมาใช้ผสมเป็นวัสดุปลูกมีการสะสมแร่ธาตุอาหารสมบูรณ์หลายชนิด เอื้อต่อการเจริญเติบโต สร้างความสมบูรณ์ แข็งแรงให้กับเมล่อนด้วย

นอกจากนั้นแล้ว ก่อนเก็บผลผลิต 10 วัน คุณธงยังเติมความหวานต่อด้วยการใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-50 ใส่ในน้ำอัตรา 1 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ปล่อยไปกับน้ำหยด กับพ่นที่ใบในอัตราเท่ากันทุก 3 วัน โดยต้องลดปริมาณน้ำควบคู่ไปด้วย แล้วก่อนเก็บผลผลิต 3 วัน หยุดน้ำและปุ๋ยทันที

ใส่ถุงปลูก

อย่างไรก็ตาม แม้ความหวานจะอยู่ในระดับสูงคือ 15-16 บริกซ์ แต่ 2 รอบที่ผ่านมา คุณธงลองใช้น้ำทะเลรด (ในอัตราและเวลาที่เหมาะสม) พบว่าความหวานพุ่งขึ้นไปกว่า 17 บริกซ์ วิธีเหล่านี้ต่างช่วยให้ผลเมล่อนมีสีสวย กลิ่นหอม รสหวานเจี๊ยบ และกรอบ จึงไม่แปลกว่าทำไมผลผลิตเมล่อนจึงถูกสั่งจองหมดก่อนตัดเก็บทุกรอบ

เกาะสมุยมีสภาพอากาศไม่คงที่ในแต่ละวัน มีทั้งฝนและแดดพร้อมกัน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคและแมลงได้ง่าย ลักษณะแบบนี้ถือเป็นปัญหาต่อการทำเกษตรกรรม

ผิวเรียบและตาข่าย

คุณธง บอกว่า ปัญหาโรค/แมลงที่พบคือ โรคราแป้งและเพลี้ยไฟ ทันทีที่พบจะพยายามใช้แนวทางกำจัดหรือยับยั้งแบบอินทรีย์ก่อน หากเกินความสามารถแล้วควบคุมไม่อยู่จึงนำเคมีมาใช้ตามอัตราที่ทางราชการกำหนดเป็นมาตรฐาน อย่างกรณีถ้าเจอโรคราแป้งใช้กำมะถันพ่นช่วงเย็น พอตอนเช้าวันรุ่งขึ้นให้พ่นล้างด้วยน้ำเปล่าอีกที

เรดมูน เนื้อแน่น หวาน หอม กรอบ

ส่วนแมลงศัตรูจะพบเพลี้ยไฟไรแดง แนวทางที่ใช้ด้วยการนำนมจืด 1 กล่อง (เห็นว่าต้องเป็นวัวแดง) ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นตอนแดดจัด เน้นที่ยอด เพราะน้ำนมจะไปอุดรูหายใจของแมลงทำให้ตายได้ วิธีนี้เหมาะกับการแก้ปัญหาเมื่อเจอแมลงไม่มาก แต่อาจใช้เวลา แต่ดีกว่าการใช้สารเคมี ยกเว้นหากมีการระบาดหนักจึงต้องนำสารเคมีมาใช้เท่านั้น ดังนั้น แนวทางการจัดการฟาร์มที่เป็นระบบอย่างถูกต้องเช่นนี้ทำให้เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุยยกระดับเป็นฟาร์มได้รับมาตรฐาน GAP สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

สำหรับน้ำหนักผลผิวเรียบเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม ต่อผล ส่วนผลตาข่ายน้ำหนักเฉลี่ย 1.8-2.2 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่ากับฟาร์มนี้ผลิตเมล่อนมีความหวานสูง

คลุมพลาสติกสำหรับปลูกหน้าฝนเพื่อป้องกันโรคแมลง

คุณธง บอกว่า ลูกค้าเมล่อนเป็นคนเกาะสมุยล้วน เป็นชาวบ้านทั่วไป อาจเป็นเพราะที่สมุยยังไม่มีเมล่อนปลูกขาย ต้องนำมาจากที่อื่นทำให้มีราคาสูง ดังนั้น พอฟาร์มเมล่อนแห่งนี้มีผลผลิตคุณภาพ อร่อย ราคาไม่แพง ทำให้คนสมุยจับจองกันอย่างคึกคักก่อนตัดผลผลิตด้วยซ้ำ

จุดเด่นของเมล่อนที่เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุยอยู่ที่มีรสหวาน หอม เนื้อแน่น กรอบ อันเป็นผลมาจากการนำดินชายทะเลเกาะสมุยมาปลูกทำให้มีรสหวานธรรมชาติโดยไม่ได้ปรุงแต่ง คุณธงใช้สิ่งนี้เป็นซิกเนเจอร์เด่นของสินค้า แล้วยังเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถผลิตเมล่อนคุณภาพได้บนเกาะสมุย มีผลไม้อร่อยให้ชาวสมุยรับประทาน

ไข่ทองคำลูกเล็กความหวาน 14 บริทซ์ รออีก 3 วันคาดพุ่งขึ้นแน่

คุณธงดูแลฟาร์มคนเดียว ทำทุกหน้าที่ ฉะนั้น จึงไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นนอกจากงานในฟาร์ม ลูกค้าต้องเดินทางมาซื้อเมล่อนที่ฟาร์มเท่านั้น ไม่สะดวกส่งให้ หรือแม้ลูกค้าจากที่อื่นหากต้องการก็ไม่สามารถส่งทางไปรษณีย์ได้เช่นกัน

ในโรงเรือน

คงเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับท่านที่ไม่ได้อยู่เกาะสมุยคงหมดโอกาสชิม เพราะทุกวันนี้สินค้ายังผลิตไม่พอกับความต้องการของชาวสมุย แม้กระทั่งห้างเซ็นทรัลสมุยที่ต้องการซื้อเมล่อนก็ยังไม่มีให้เช่นกันในตอนนี้

ย้ำกันอีกครั้งสำหรับท่านที่มีแผนท่องเที่ยวเกาะสมุย อย่าลืมแวะไปชิมเมล่อนที่ฟาร์มคุณธง โทรศัพท์ (099) 452-5665 หรือเข้าไปชมได้ที่เพจ เรือนไทยเมล่อนฟาร์มสมุย ที่สำคัญควรติดต่อล่วงหน้าเพื่อประกันความผิดหวัง

ท้ายนี้ คุณธง กระซิบว่า ที่ฟาร์มกำลังทดลองปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่จำนวน 1 โรงเรือน เป็นมะเขือเทศรับประทานสดหรือใส่สลัด ได้ผลผลิตแล้ว มีคุณภาพดีเกินคาด ไม่ต้องบอกว่ารสหวานเพียงใด เพราะยังไม่ทันไร ถูกสั่งจองเรียบ!! เอาไว้คราวหน้าค่อยมาติดตามกันว่าคุณธงปลูกมะเขือเทศอย่างไรจึงได้คุณภาพดีเช่นนี้

บทความก่อนหน้านี้ผักสลัด ให้ระวังโรคใบจุดตากบ
บทความถัดไปส้มโชกุน กลางหุบ ที่ปะเหลียน