วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564
หน้าแรก เทคโนฯ เกษตร สวนคุณลูกหมู ...

สวนคุณลูกหมู นำนวัตกรรมเกษตร 4.0 พัฒนาการผลิต ทุเรียน-มังคุด ส่งออกจีน

ยุคนี้ ทุเรียน เป็นไม้ผลขายดี ที่ใครๆ ก็อยากปลูก แต่การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครอยากเรียนรู้เทคนิคการปลูกดูแลทุเรียนแบบมืออาชีพ ที่ได้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ขอแนะนำให้แวะไปเรียนรู้กันที่ “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตร (ศพก.) เขาคิชฌกูฏ” ของ คุณเปี๊ยก หรือ คุณกิติภูมิ พรเจีย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ที่ 5 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

คุณเปี๊ยก เปิดบ้าน เป็น ศพก. เขาคิชฌกูฏ ศูนย์เรียนรู้การผลิตทุเรียน มังคุด

ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม “ศพก. เขาคิชฌกูฏ” จะได้เรียนรู้เรื่อง การผลิตผลไม้มาตรฐาน GAP เกรดส่งออก ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนพื้นที่ดำเนินงาน 6 ไร่ ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ เทคโนโลยีการผลิต 4.0 (เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศ) และการจัดการสิ่งแวดล้อม (การคัดแยกขยะการเกษตร) เรียกว่า มาสวนคุณลูกหมูแห่งเดียว มีโอกาสเรียนรู้ปลูกดูแลไม้ผลหลากหลายชนิด ทั้ง มังคุด ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับและเทคนิคบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย

เนคเทค (nectec) เข้ามาติดตั้งสถานีตรวจวัดอากาศอัตโนมัติที่สวนคุณลูกหมู

สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโนบายเกษตร 4.0 เพื่อเปลี่ยนภาคเกษตรแบบเดิม ไปสู่ด้วยวิถีทางแห่ง นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่า และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้คัดเลือก “สวนคุณลูกหมู” เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่ได้รับการติดตั้งสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดสภาพอากาศ ประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน และทิศทางของแสง โดยบันทึกข้อมูลและแสดงผลแบบ real-time ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถติดตามผลการทำงานของสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ ผ่านทางเว็บไซต์ http://agritronics.nstda.or.th ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตรของประเทศในอนาคต

แปลงปลูกทุเรียนต้นคู่

ปลูกทุเรียนต้นคู่ ให้ผลตอบแทนสูง

แนวคิดการปลูกทุเรียนต้นคู่ ของ คุณธีรภัทร อุ่นใจ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี คุ้มค่ากับการปลูกทุเรียนเชิงการค้า คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก จึงหันมาขยายพื้นที่การเพาะปลูก โดยปลูกทุเรียนต้นคู่ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น ช่วยป้องกันการโค่นล้มของทุเรียนเกิดจากแรงลม หรือภัยธรรมชาติน้อยลง เนื่องจากการปลูกทุเรียนต้นคู่ เกิดการยึดประสานระหว่างกันของราก ทำให้ต้นทุเรียนมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาความสูญเสียของผลผลิตทุเรียน ประการต่อมา การปลูกทุเรียนต้นคู่ต่อหลุม เมื่อทุเรียนเจริญเติบโตขึ้นมา จะส่งผลให้ระบบรากสามารถหาอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย

คุณกิติภูมิ พรเจีย หรือ คุณเปี๊ยก กับ น้องแอน ลูกสาวคนสวยที่เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลกิจการสวนผลไม้

หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ปัจจุบัน สวนคุณลูกหมู ลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ด้วยการทำธนาคารน้ำใต้ดินกระจายรอบสวน ทำให้ปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ดูแลสวนผลไม้ตลอดทั้งปี ซึ่งหลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินเริ่มจากจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย ยางรถยนต์เก่า หินเบอร์ 2 และหินขนาดใหญ่ ท่อพลาสติก ขนาด 2 นิ้ว ยาว 2.5 เมตร จำนวน 1 ท่อน  และตาข่ายไนล่อน

ขั้นตอนการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ได้แก่

  1. ขุดหลุม ขนาด 2x2x2 เมตร
  2. ใส่ยางรถยนต์เพื่อป้องกันขอบบ่อพังทลาย
  3. ใส่วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ขวดน้ำ (ใส่น้ำ 1 ใน 3 ส่วน) ท่อนไม้ หรือหินขนาดใหญ่ให้เต็มช่องว่างด้านนอกยางรถยนต์
  4. นำท่อ PVC มาวางตรงกลางบ่อ เพื่อเป็นช่องระบายอากาศ หินขนาดใหญ่เติมใส่ช่องว่างด้านในให้เต็ม
  5. คลุมด้วยตาข่ายไนล่อน แล้วทับด้วยก้อนหิน และตามด้วยหินเบอร์ 2 อีกที เพื่อเป็นตัวกรองให้เศษดินหรือขยะไม่ให้เข้าไปอุดตันในบ่อ

    สวนคุณลูกหมู หนีภัยแล้งด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน

ข้อดีของธนาคารน้ำใต้ดินคือ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะช่วยให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ในดิน แก้ปัญหาน้ำเค็ม เพราะมวลน้ำเค็มจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด ฉะนั้น น้ำเค็มจะอยู่ด้านล่าง แก้ปัญหาน้ำสกปรก เพราะระบบน้ำแบบปิดจะช่วยกรองน้ำให้สะอาดขึ้น

“เนื่องจากทุเรียนไทยได้รับความนิยมสูงจากตลาดจีน ขายได้ราคาดี มีเท่าไรก็ไม่พอขาย สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี มีการตัดโค่นต้นยางถึง 4,000 ไร่ เพื่อนำมาปลูกทุเรียน ซึ่งคาดว่า ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า ปริมาณน้ำในแหล่งธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะมีไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการใช้งาน ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดจันทบุรี เกษตรกรชาวสวนทุเรียนจึงควรลงทุนขุดสระเก็บน้ำหรือธนาคารน้ำใต้ดินของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต” คุณเปี๊ยก กล่าว

ทุเรียนนกหยิบ ของสวนคุณลูกหมู

“นกหยิบ” ขายดี ทนทานทุกสภาพอากาศ

คุณเปี๊ยก แนะนำให้เกษตรกรมือใหม่ ปลูก “นกหยิบ” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปลูกทุเรียน เนื่องจาก นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทนทานต่อปัญหาโรคพืชของทุเรียนได้เป็นอย่างดี ด้านการปลูกดูแล ก็ไม่แตกต่างจากการปลูกทุเรียนสายพันธุ์ทั่วไป นกหยิบใช้เวลาปลูกดูแล 5 ปี ก็ให้ผลผลิต โดยมีผลผลิตเฉลี่ยปีละ 50-60 ผล ต่อต้น ที่สำคัญขายได้ราคาดีกว่าทุเรียนหมอนทองเสียอีก

“ปัจจุบัน ตลาดจีนสนใจรับซื้อทุเรียนพันธุ์นกหยิบ เพราะมีรสชาติหวานมัน เนื้อเนียน ถูกใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับ ทุเรียนมูซังคิง ซึ่งเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย ปีที่ผ่านมา ทุเรียนหมอนทอง ขายได้กิโลกรัมละ 150-180 บาท แต่ทุเรียนพื้นบ้าน เช่น นกหยิบ และพวงมณี ขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านตลาดออนไลน์ ได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาทแล้ว ทุเรียนพันธุ์นกหยิบปลูกดูแลง่าย ทนทานต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และปัญหาโรคพืชได้ดีกว่าหมอนทอง ซึ่งเป็นทุเรียนสายพันธุ์ลูกผสมเสียอีก นอกจากนี้ หลังเจอภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน ทุเรียนพันธุ์นกหยิบก็ไม่สลัดผลทิ้งเหมือนทุเรียนพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย ถือได้ว่า นกหยิบ เป็นทุเรียนพื้นบ้านที่ทนทานต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงอากาศได้ดีที่สุด” คุณเปี๊ยก กล่าว

แปลงปลูกทุเรียนของสวนคุณลูกหมู

ตลาดทุเรียน

คุณเปี๊ยก กล่าวว่า ปีนี้ ไทยมีผลผลิตทุเรียนเข้าสู่ตลาดน้อยลง เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะการเปลี่ยนสภาพอากาศ ฝนมาเร็วกว่าปกติ และเจอสภาพอากาศร้อนชื้น กระตุ้นให้ต้นทุเรียนที่ติดผลแล้ว แตกใบอ่อนอีกรอบ พร้อมสลัดผลอ่อนทิ้ง 10-30% แม้ใช้สารเคมีเข้าช่วยแต่ไม่ได้ผล เพราะปริมาณความชื้นในอากาศสูงมาก มังคุดก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศด้วยเช่นกัน ทำให้ผลผลิตเสียหายมากถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลง สวนทางกับยอดสั่งซื้อทุเรียนจากจีน ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ล้ง 600 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เกิดการแข่งขันด้านราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้น แม้กระทั่งทุเรียนผลดำ ผลทุเรียนที่หนอนเจาะ ซึ่งเป็นทุเรียนตกเกรด เดิมเกษตรกรมักขายทิ้งในราคาถูก 10-20 บาท ต่อกิโลกรัม แต่ปีนี้ล้งจีนประกาศรับซื้อทุเรียนตกเกรดเหล่านี้ ในราคาประกันขั้นต่ำ กิโลกรัมละ 60 บาท ดังนั้น ปีนี้คงเหลือทุเรียนขายในประเทศไม่มาก และราคาขายแพงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา” คุณเปี๊ยก กล่าวในที่สุด

แปลงปลูกมังคุด ของสวนคุณลูกหมู
มังคุดเกรดพรีเมี่ยม คุณภาพส่งออก

………………..

ทริปพิเศษ ตะลุยสวนผลไม้ให้อิ่มพุงกาง 1 ปี มีครั้งเดียว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” อาสาพาทัวร์ตะลุยสวน “ชวนชิม & ช็อปผลไม้ จันทบุรี” วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564

ผู้สนใจ สมัครจองที่นั่งก่อน แล้วโอนเงิน1,800 บาทเข้าธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประชาชื่น เลขที่บัญชี 193-079484-5 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) Fax (02) 580-2300 เลขที่ผู้เสียภาษี 0107536001451 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342, 2343 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บทความก่อนหน้านี้สาวเมืองสุพรรณบุรี ปลูกผกากรองคุณภาพ อาชีพเสริมยามว่างหลังทำนา สร้างรายได้ดี
บทความถัดไปเกษตรกรราชบุรี ทำสวนมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ลูกค้ารับซื้อยกสวน