ปลูกมะขามป้อม“ เสริมราก” ต้นเตี้ย ทนแล้ง ออกลูกดกทั้งปี

“ มะขามป้อม ” เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ที่มีสรรพคุณทางยาสูง ในตำราแพทย์แผนไทยใช้มะขามป้อม เป็นส่วนผสมสำคัญในตำรับยามากกว่า 100 ตำรับ เช่น ตำรับยา“ สมุนไพรตรีผลา ” ซึ่งเป็น กลุ่มยาอายุวัฒนะ  ผลงานวิจัยทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปยืนยันตรงกันว่า มะขามป้อมจัดเป็นผลไม้ที่มีปริมาณของสารแทนนินสูงเป็นชนิดที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระต้านสารก่อมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง กำจัดสารพิษจากโลหะหนักออกจากร่างกายและในผลของมะขามป้อมมีปริมาณวิตามินซีสูงมากกว่าส้มถึง 20 เท่า

“ไร่ครูลออ” อ.ไทรโยค..  แหล่งรวมมะขามป้อมพันธุ์ดี

หากขับรถออกจากตัวเมืองกาญจน์ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่วงกิโลเมตรที่ 46 จะเจอน้ำตกไทรโยคน้อย (น้ำตกเขาพัง) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค นับเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก

ครูลออกับมะขามป้อมพันธุ์ท้อยักษ์ไทรโยค

จากน้ำตกไทยโยคน้อย ขับรถเลยออกไปเพียงสิบกว่ากิโลเมตร สังเกตด้านขวามือ จะเจอ  “  ไร่ครูลออ ”  แหล่งรวบรวมมะขามป้อมพันธุ์ดีที่หลายคนรู้จัก  ครูลออ ดอกเรียง รับราชการครูในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี และอาศัยเวลาว่างหลังเลิกงาน มาทำไร่เป็นอาชีพเสริมโดยปลูกมะขามป้อมเป็นพืชหลัก เพื่อขายผลสดออกขายและจำหน่ายกิ่งพันธุ์มะขามป้อมแก่ผู้สนใจ

สาเหตุที่ครูลออตัดสินใจปลูกมะขามป้อมเป็นพืชหลัก เนื่องจากประทับใจในคุณประโยชน์ของมะขามป้อมยักษ์ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และใช้บำรุงผิวพรรณ กำลังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมอาหาร  ยา  และเครื่องสำอาง   ก่อนหน้านี้ ครูลออมีโอกาสไปเยี่ยมชมแหล่งปลูกมะขามป้อมยักษ์เนื้อที่ 20 ไร่ของเกษตรกรรายหนึ่ง แค่เก็บผลออกขายอย่างเดียวสร้างรายได้สูงถึง  4 ล้านบาท ยังไม่นับรวมการขายกิ่งพันธุ์แก่ผู้สนใจ ทำให้ครูลออเล็งเห็นศักยภาพทางการตลาดของมะขามป้อม ว่า เป็นพืชสมุนไพรที่มีโอกาสเติบโตสดใสในระยะยาว

ครูลออได้รวบรวมกิ่งพันธุ์มะขามป้อมยักษ์หลากหลายสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น และตอบโจทย์ตลาด ในเรื่อง ลูกดก ต้นเตี้ย ทนแล้ง ออกลูกทั้งปี  มาปลูกบนเนื้อที่ 4  ไร่  ได้แก่ 1. พันธุ์ท้อพวงองุ่น ( พันธุ์ท้อยักษ์จัมโบ้ , ท้อมหากาฬ) ลำต้นสูงปานกลาง  ลักษณะผลเหมือนลูกท้อ ผิวสวยใส ลูกมีขนาดใหญ่ เนื้อฉ่ำ ให้ผลดกคล้ายพวงองุ่น  2. พันธุ์แม่ลูกดก เป็นไม้กึ่งเตี้ยกึ่งสูง ที่ให้ผลดกมาก ขนาดผลใหญ่ประมาณเหรียญ 10 บาท

  1. พันธุ์แป้นพัชชา ( พันธุ์แป้นเตี้ย ) เป็นมะขามป้อมสายพันธุ์ไทย กิ่งใหญ่แข็งแรง ต้นเตี้ย ลำต้นสูงไม่เกิน 1.5-2 เมตร แผ่ขยายไปในแนวกว้าง หากปลูกในระยะห่าง 5 X 5 เมตร พื้นที่1 ไร่จะปลูกได้ 64 ต้น พันธุ์แป้นพัชชา จะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2-3 โดยปีที่ 3 จะให้ผลผลิต ประมาณ 50 -100 กิโลกรัม หากดูแลจัดการแปลงที่ดีจะได้ผลใหญ่ขนาดเท่าฝาแบรนด์เลยทีเดียว

    มะขามป้อมพันธุ์ท้อยักษ์ไทรโยค
  2. พันธุ์ท้อยักษ์ไทรโยค  ลักษณะผลก้นมีจะงอย คล้ายผลลูกท้อผิวสวยใส ลำต้นสูง2-3 เมตร ขนาดผลใหญ่เท่ากับมะขามป้อมสายพันธุ์อินเดีย  เฉลี่ยประมาณ  25-30 ผลต่อกิโลกรัม ออกลูกดกทั้งปี ปลูกดูแลง่าย ทนอากาศแล้งได้ดี ใช้เวลาปลูก 2-3 ปี เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว มะขามป้อมสามารถปลูกได้ทุกสภาพดินทั่วประเทศ แต่ดินที่ให้ผลผลิตได้ดีคือดินร่วนปนทราย ดินลูกรัง

มะขามป้อมยักษ์  ปลูกดูแลง่าย

มะขามป้อมเป็นไม้ผลที่ปลูกดูแลง่าย ทนแล้งได้ดี ควรปลูกในดินที่มีส่วนผสมของขี้ไก่ แกลบดิน แกลบดำ และดินในอัตราส่วน 1:1:1:2 ปลูกโดยขุดหลุมลึกประมาณ 50×50 เซนติเมตร เทปุ๋ยขี้ไก่หรือขี้วัวรองก้นหลุมประมาณ 1 กิโลกรัม เติมน้ำลงให้ท่วมหมักไว้ประมาณ 10 วันเพื่อให้เกิดการย่อยสลาย คลายความร้อน  เติมหน้าดินลงไปเล็กน้อย จึงค่อยนำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูก ปักไม้พยุงต้น  เมื่อต้นมะขามป้อมที่ปลูกมีความสูงระดับหัวเข่า ให้ตัดยอดทันทีเพื่อให้แตกกิ่งออกด้านข้างเป็นทรงพุ่ม  วิธีนี้จะช่วยบังคับให้ต้นเตี้ย ง่ายต่อการดูแลรักษาและเก็บผลผลิต

การปลูกในปีแรก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ  2-3 วัน/ครั้ง เมื่อย่างเข้าปีที่ 2 หลังหมดฤดูฝน ควรงดให้น้ำเพื่อกระตุ้นให้ต้นมะขามป้อมยักษ์เกิดการสะสมอาหารที่กิ่ง ตาดอก และปล่อยให้ต้นสลัดใบทิ้ง เพื่อจำศีลในช่วงฤดูแล้ง เมื่อฝนตกจะกระตุ้นให้ต้นแตกใบ ออกดอก และติดลูกดี

มะขามป้อมยักษ์พันธุ์ท้อพวงองุ่น

หลังปลูก ควรให้ปุ๋ยเคมีสูตร  25-7-7 จำนวน 1ช้อนชา โรยรอบทรงพุ่ม ทุกๆ 7 วัน/ครั้ง พร้อมใส่ปุ๋ยสูตรเสมอและขี้ไก่ทุก 14 วัน/ครั้ง  และโรยปุ๋ยขี้ไก่พร้อมแกลบรอบทรงพุ่มประมาณ 1 กระสอบ และฉีดพ่นปุ๋ยน้ำทางใบ เพื่อเร่งต้นโต ผลโต สะสมตาดอกอีกทางหนึ่ง

เทคนิคปลูกเสริมราก 

ที่ผ่านมา ครูลออผลิตกิ่งพันธุ์เสริมรากออกจำหน่ายแก่ผู้สนใจ ก็ได้รับความสนใจจากเกษตรกรทั่วไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากกิ่งพันธุ์เทคนิคเสริมราก เมื่อนำไปปลูกในปีแรก ต้นมะขามป้อมยักษ์จะมีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่า  ยิ่งปลูกแบบเสริม 10 ราก  แค่ปลูกในระยะเวลาเพียง 2 ปี ลำต้นมะขามป้อมยักษ์จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง  3 – 4 เมตรกันเลยทีเดียว

ในระยะแรก  ครูลอออาศัยเรียนรู้เทคนิคการเสริมราก จากตำราวารสารการเกษตร และนำมาทดลองเสริมรากกับต้นมะขามหวานจำนวน 10 ต้น ปรากฏว่า ติดรากอยู่เพียงต้นเดียว จึงนำข้อผิดพลาดดังกล่าวมาปรับปรุง และฝึกฝนฝีมือกับไม้ผลอื่นๆ  เช่น  ต้นมะม่วง  ต้นกระท้อน มะปราง มะยงชิด จนประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

หากใครสนใจเทคนิคเสริมรากต้นมะขามป้อมยักษ์ สูตรครูลออ ก็ทำตามได้ไม่ยาก เริ่มจากเตรียมต้นพันธุ์มะขามป้อมป่า ตามจำนวนที่ต้องการเสริมราก หลังจากนั้นให้นำต้นพันธุ์ปลูกลงดินพร้อมกับต้นพันธุ์ดีที่ต้องการปลูก 1 ต้น หลังปลูก 1 เดือนให้นำพันธุ์ต้นป่าที่สมบูรณ์ 1 ต้น มาเสริมรากให้ต้นพันธุ์ดี  ทั้งนี้เกษตรกรสามารถเพิ่มจำนวนรากได้ตามที่ต้องการ แต่ควรเว้นระยะห่างในการเสริมรากแต่ละครั้งประมาณ 1 เดือน

 

เทคนิคการเสริมรากช่วยให้ต้นโตไว ให้ผลดก ขนาดไซส์ยักษ์

ครูลออแนะนำเทคนิคการเสริมราก 2 แนวทาง คือ  เทคนิคแรก ใช้วิธีการเสียบยอด โดยเลือกต้นพันธุ์ดี มีตุ่มตากำลังแตก มาลิดใบทิ้งเพื่อลดการคายน้ำ จากนั้นตัดกิ่งพันธุ์ให้เหลือความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว ทาปูนแดงที่ปลายกิ่งด้านหนึ่งเพื่อป้องกันเชื้อรา ส่วนอีกด้านเหลาให้เป็นลิ่ม ระหว่างนี้ห้ามให้นิ้วมือสัมผัสกับรอยแผล

จากนั้นนำต้นพันธุ์ป่ามาตัดยอดและผ่าลำต้น นำลิ่มกิ่งพันธุ์ดีเสียบเป็นยอด สวมกันให้พอดี แล้วใช้ผ้าเทปพันปิดแผลไว้ไม่ให้น้ำเข้า ก่อนนำถุงพลาสติกมาครอบและมัดปากถุงไว้ ประมาณ 2 อาทิตย์ ต้นพันธุ์จะเริ่มแตกยอดอ่อน รอจนกว่าต้นจะแตกใบจริงแล้วจึงค่อยถอดถุงพลาสติกออก โดยข้อควรระวังคือระหว่างกางถุงพลาสติกห้ามใช้มือเข้าไปคลีถุงด้านใน แต่ควรใช้วิธีสะบัดเพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งพันธุ์ติดเชื้อ

เทคนิคที่ 2 ใช้วิธีการทาบกิ่งหรือแนบกิ่ง นำต้นเพาะเมล็ดมะขามป้อมพันธุ์ป่า ลงปลูกเคียงกับต้นพันธุ์ดี กะระยะให้ต้นพันธุ์ป่าสามารถโน้มหาต้นพันธุ์ดีได้พอเหมาะ จึงใช้มีดปาดสร้างแผลต้นพันธุ์ป่าและต้นพันธุ์ดี โดยแผลของต้นพันธุ์ดีควรมีความลึกแค่ถึงเนื้อไม้ ความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อให้แผลมีพื้นที่ในสัมผัสกันได้มากขึ้น หลังจากนั้นใช้ผ้าเทปพันปิดแผลไว้ ประมาณ 45-60วัน เมื่อแผลติดกันแล้ว จึงค่อยแกะผ้าเทปออก ช่วงแรกที่เปิดแผล ควรใช้เชือกหรือผ้าเทปคล้องทั้ง 2 ต้น ไว้ด้วยกันก่อนเพื่อกันแผลฉีกขาดหรือต้นดีดออกจากกันเพราะแรงลม รอจนครบ 60 วัน เมื่อแผลสมานกันเป็นเนื้อเดียวแล้ว จึงค่อยแกะเชือกออกจากกัน

มะขามป้อมพันธุ์แป้นพัชชาที่รอการเก็บเกี่ยว

“ เทคนิคการปลูกแบบเสริมราก มีคุณประโยชน์หลายด้าน ได้แก่ 1 .ช่วยค้ำยันลำต้นไม่ให้ล้มง่าย  2 . มีรากเยอะ ช่วยหาอาหารได้มากขึ้น  ทำให้ต้นเจริญเติบโตเร็ว 3.  ลำต้นใหญ่ สามารถเลี้ยงลูกได้ดี  ไม่มีปัญหาเรื่องผลร่วง  4 . ผลมะขามป้อมมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ” ครูลออกล่าวในที่สุด

 

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2560