เกษตรกรอินดี้ เจ้าของรีสอร์ทที่เขาใหญ่ ไม่มีความรู้เรื่องเกษตร อาศัยใจรัก ปลูกอะไรก็ได้กิน ผลผลิตดีกินไม่ทัน จนต้องแจกชาวบ้าน

ลิ้นจี่อัมรินทร์

เมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสกลับบ้านที่อำเภอปากช่อง พี่สาวของผู้เขียนเห็นบ้านเพื่อนทำสวนผสม จึงแนะนำให้ลองลงพื้นที่ไปดูสวนแห่งนี้ พอไปถึงความรู้สึกแรกคือ ประทับใจในความเป็นกันเองของเจ้าของบ้าน และบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ผล ต้นไม้ให้ความสดชื่น เข้าไปแล้วรู้สึกอบอุ่น

เจ้าของสวนคือ คุณลือชัย หวังสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 15 ตำบลขโนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

คุณลือชัย หวังสุวรรณ

คุณลือชัย เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายข้าวราดแกง อยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี แต่ได้มีโอกาสมาทำสวนกับรีสอร์ทที่เขาใหญ่ เพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เพื่อนชวนมาเที่ยวที่เขาใหญ่ เกิดถูกใจที่ตรงนี้จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน เนื้อที่ 8 ไร่ เดิมทีเป็นไร่อ้อยมาก่อน จึงลงมือพัฒนา เริ่มแรกสร้างบ้านไว้พักผ่อนเพียงหลังเดียว แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบต้นไม้ ไปที่ไหนเห็นต้นไม้ต้นไหนดี ต้นไหนสวย ก็ซื้อมาปลูกไว้หมด ปลูกโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย มีแต่ความชอบและใจรักเท่านั้น

ภายในสวนโล่งสะอาด

พื้นที่ 8 ไร่ ปลูกอะไรได้บ้าง

ที่สวนของคุณลือชัย มีพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ ด้วยกัน เขาไม่ได้ปลูกเพียงไม้ผลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ได้สร้างรีสอร์ท ชื่อว่า “เพชรกลางภู” ที่มาของชื่อรีสอร์ทก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เนื่องจากรีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่กลางขุนเขา และตนเองเป็นคนเพชรบุรี จึงได้ตั้งชื่อรีสอร์ทขึ้นมา ที่เพชรกลางภูเป็นบ้านพักหลังเล็กๆ มีมุมผ่อนคลาย ไว้ให้สำหรับแขกที่มาพัก แต่ตอนนี้รีสอร์ทยังไม่ได้เปิดให้บริการ อยู่ในช่วงเตรียมการ ผู้เขียนจึงถือโอกาสเยี่ยมชมสวนไม้ผล เด็ดโน่น ชิมนี่ ซะจนอิ่ม โดยคุณลือชัยได้แบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผลไว้ประมาณ 3 ไร่ จุดประสงค์เผื่อในอนาคตรีสอร์ทเปิดตัว สวนที่ตนทำไว้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ หรือเปิดให้แขกที่มาพักได้เพลิดเพลินไปกับการเก็บผลไม้กินเอง

ชมพู่น้ำดอกไม้

ภายในสวนปลูกไม้ผลหลายอย่างด้วยกัน คุณลือชัย บอกว่าที่สวนของตนก็ไม่ได้ปลูกอะไรเยอะแยะ ปลูกอย่างละต้นสองต้น แต่ที่ปลูกทั้งหมดเน้นไม้ผลกินได้ มีทั้งลิ้นจี่อัมรินทร์ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ทุเรียนพวงมณี ชมพู่น้ำดอกไม้ มะม่วงมันขุนศรี ลำไย เงาะ ลองกอง ตะลิงปิง สะตอ มะขามป้อม และอื่นๆ

ตะลิงปลิงดกเต็มต้น
ลิ้นจี่อัมรินทร์

ปลูกเพราะใจรัก ยังไงก็ได้กิน

คุณลือชัย แอบกระซิบมาว่า ไม้ผลที่ปลูกมาทั้งหมด ตนไม่มีความรู้เรื่องเกษตรมาแม้แต่นิดเดียว อาศัยความชอบการเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ชอบกินอะไรก็ปลูกอันนั้น ไม่เกี่ยงราคาต้นพันธุ์ว่าจะถูกหรือแพง ชอบก็ซื้อมาปลูกทิ้งไว้ ปลูกได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง เป็นธรรมดา ขอแค่ใจรัก ขยันดูแล ปลูกยังไงก็ได้กิน อย่างทุเรียนต้นเตี้ยที่สวน ก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรมาก ขุดหลุมลึกกว้างกะเอาเอง ความห่างตามสมควร ให้ปุ๋ยฉีดฮอร์โมนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ปุ๋ยที่ตนให้เป็นปุ๋ยชีวภาพซื้อมาจากจังหวัดจันทบุรี แกลลอนละ 2,000 บาท รดน้ำเช้า-เย็น อย่าให้ขาด เรื่องการตัดแต่งกิ่ง 1 ปี ตัดแต่ง 1 ครั้ง 7-8 ปี ให้ผลผลิต ทุเรียนต้นเตี้ยไม่ได้อยู่ที่สายพันธุ์ แต่อยู่ที่การตัดแต่งกิ่ง

ทุเรียนมีผลผลิต

ที่สวนแห่งนี้ไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า แต่ปลูกเพราะความชอบ ความรัก ได้ยืนมองผลไม้ที่ตัวเองปลูกก็สุขใจ ถึงหน้าผลไม้ออกก็เก็บกินเอง แจกเพื่อนบ้าน ใครขอซื้อก็ไม่ขายแต่แจกฟรี เรียกว่าปลูกได้ไม่หวังอะไรจริงๆ

ถามว่า การเป็นเกษตรกรยากไหม

“ยากสำหรับเรา เพราะเราไม่มีความรู้มาก่อน แต่ให้ดูผมเป็นแบบอย่างได้ เริ่มจากปลูกอย่างละต้นสองต้นก่อน ถ้าดีแล้วค่อยขยาย มันต้องมีสักวันที่ประสบผลสำเร็จ ถ้าเราไม่ถอดใจไปซะก่อน” คุณลือชัย กล่าว

สำหรับท่านที่สนใจเยี่ยมชมรีสอร์ทและสวนไม้ผล คุณลือชัย หวังสุวรรณ ยินดีให้คำปรึกษา แต่ต้องโทร.นัดหมายก่อนร่วงหน้า เพราะเจ้าของไม่ได้อยู่ที่สวนประจำ โทร. (081) 906-8510

ป้ายรีสอร์ท “เพชรกลางภู”
บรรยากาศภายในรีสอร์ท
บทความก่อนหน้านี้เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามเเผน “ผลิตข้าวครบวงจร-นาแปลงใหญ่” หวังลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต
บทความถัดไปเจ้าเหมียวอ้วนใหญ่ “โอมาร์” เตรียมขึ้นแท่น แมวตัวยาวที่สุดในโลก