ปลูกทุเรียน 42 ไร่ ที่ปทุมธานี ลูกค้าเข้าหาเอง โทร.จอง เก็บขายไม่ทัน

เชื่อว่าถ้าพูดถึงราชาผลไม้อย่าง ทุเรียน หลายท่านคงนึกถึงแหล่งปลูกฝั่งภาคตะวันออก อย่าง จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด หรือแหล่งใกล้กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงคือ จังหวัดนนทบุรี แต่ครั้งนี้ท่านผู้อ่านอาจต้องแปลกใจ เพราะคราวนี้เราจะพูดถึงแหล่งปลูกทุเรียนใกล้กรุงเทพฯ อีกแห่งคือ ที่จังหวัดปทุมธานี หรือจะเรียกได้ว่าสวนแห่งนี้เป็นสวนทุเรียนแห่งแรกในจังหวัดปทุมธานีก็ว่าได้   

นับว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยสำหรับท่านที่ชื่นชอบทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ถึงหน้าทุเรียนอยากจะรับประทานทุเรียนรสชาติดีๆ สักทีก็ไม่ต้องไปไกลแล้ว แต่ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ด้วยความที่สวนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่มาก จึงทำให้ผลผลิตหมดเร็ว ถ้าอยากรับประทานทุเรียนอร่อยๆ ต้องรีบจอง

คุณสุพจน์ ตันพิชัย คือเจ้าของ “สวนทุเรียนหมอนทองพลัดถิ่น” คลองเก้า บ้านเลขที่ 9/8 หมู่ที่ 7 ตำบลบึงสามกา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

คุณสุพจน์ ตันพิชัย เจ้าของ “สวนทุเรียนหมอนทอง พลัดถิ่น คลองเก้า

คุณสุพจน์ มีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทำสวนส้มเขียวหวานมาก่อน ปลูกส้มตั้งแต่ พ.ศ. 2531 แต่ต้องโค่นสวนส้มทิ้ง เหตุเพราะช่วงนั้นเกิดอาการโรคลูกร่วง โรคระบาด ส้มโตได้เท่าลูกมะนาวผลก็หลุด ไม่คุ้มทุน จึงเริ่มปลูกทุเรียนลงไป ในช่วงที่ปลูกส้มได้ทดลองปลูกทุเรียนไว้ก่อนหน้าประมาณ 10 ต้น ปรากฏว่าปลูกแล้วได้ผลดี รสชาติอร่อย ตนจึงโค่นสวนส้มทิ้ง หันมาเอาดีกับการปลูกทุเรียนอย่างจริงจัง ช่วงแรกระหว่างรอผลผลิต คุณสุพจน์จะปลูกกล้วยหอมแซมในสวนทุเรียนก่อน เพราะปลูกทุเรียนต้องรอเวลาผลผลิตนาน 7-8 ปี อาศัยหารายได้จากกล้วยหอม แต่กล้วยหอมสามารถปลูกได้แค่ปีเดียว หลังจากปลูกกล้วยหอมก็เปลี่ยนมาปลูกกล้วยน้ำว้าต่อ การปลูกกล้วยแซมในสวนทุเรียนก็สามารถสร้างรายได้ระหว่างรอผลผลิตทุเรียนได้เป็นอย่างดี แต่คุณสุพจน์บอกว่าทุกวันนี้ตนก็ยังทำสวนส้มอยู่ แต่สวนอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร

ถามว่า ทำแล้วได้ผลไหม ตอบว่าได้ แต่ก็จะมีช่วงที่เกิดปัญหาแบบที่นี่ มาตอนนี้มียาใช้ นำมาผสมน้ำ ใช้สว่านเจาะต้น แล้วใส่เข้าไป 3 เดือน ทิ่มทีหนึ่ง แต่ต้นทุนจะสูงหน่อย แต่วิธีนี้หายได้ผลดี ใบจะเขียว ลูกได้มาตรฐาน

 

ปลูกทุเรียน 42 ไร่ ได้ผลผลิตไม่มาก แต่คุ้มค่า

ที่สวนแห่งนี้มีทั้งหมด 50 ไร่ ปลูกทุเรียน 42 ไร่ แบ่งปลูกมังคุด 8 ไร่ ณ ปัจจุบัน รายได้ส่วนใหญ่ได้จากการปลูกทุเรียนหมอนทอง เพราะมังคุดเพิ่งเริ่มปลูกได้ไม่นาน และถ้าถามว่า ปลูกทุเรียน 42 ไร่ ได้ผลผลิตดีไหม คุ้มค่ากับการลงทุน และเวลาหรือเปล่า ตอบได้เลยว่าคุ้ม ถึงแม้ว่าผลผลิตที่ออกมาไม่เป็นที่แน่นอน บางฤดูออกผลดก บางฤดูติดผลพอประมาณ แต่ที่นี่จะได้ผลผลิตที่มีน้ำหนักดี ลูกใหญ่ เฉลี่ยแล้วลูกละประมาณ 3-3.5 กิโลกรัม มีลูกละ 2 กิโลกรัมบ้าง เป็นส่วนน้อย เนื่องจากตนเริ่มปลูกทุเรียนได้เพียง 15 ปี ประกอบกับสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอนด้วย

ปลูกทุเรียนที่ปทุมธานีไม่ได้ยากอย่างที่คิด สมัยที่คุณสุพจน์ปลูก ซื้อกิ่งพันธุ์มาจากนนทบุรีและจันทบุรี ราคาสมัยนั้นต้นละ 30 บาท สมัยนี้ไม่ได้แล้ว ต้นละเป็น 100 บาท คุณสุพจน์แนะนำว่าทุเรียนปลูกที่ไหนก็ได้ ขอให้มีน้ำ ทุเรียนปลูกได้ทุกดิน แต่ถ้าปลูกกับดินเหนียวรสชาติทุเรียนจะดี รสชาติจะเหมือนทุเรียนนนทบุรี แต่ดินเหนียวจะปลูกยากสักนิดเพราะดินเหนียวให้น้ำแฉะไป ดินแห้งยากต้องดูด้วย อาจจะลำบากหน่อย ถ้าปลูกดินเหนียวช่วงเล็กๆ จะโตดี แต่ตอนโตจะสู้ดินทรายไม่ได้ ระบบไร่จะโตเร็ว ต้นจะสูงกว่านี้

 

วิธีการปลูก

ขุดหลุม กว้างประมาณ 1 เมตร เวลาปลูกให้ยกลอยขึ้นมา เท่ากับให้เป็นเนิน ความลึกไม่มาก ประมาณ 30 เซนติเมตร เริ่มใช้ต้นกล้า อายุไม่มากความสูงของต้นประมาณ 70 เซนติเมตร วางต้นสูงจากพื้นดินมาครึ่งหนึ่ง เวลาปลูกเอาดินกลบหลุมแบบเดิม แล้วเอาต้นทุเรียนวางตั้งไว้ เพื่อให้รากขยาย ลงต้นไปครึ่งถุงทุเรียน เพื่อให้เป็นเนิน พรวนดิน เวลารากออกจะขยายง่าย เพราะพื้นดินที่นี่เป็นพื้นดินเก่า ไม่เหมือนดินใหม่ที่ร่วนอยู่แล้ว

ความห่างระหว่างต้นที่สวนคุณสุพจน์ ปลูก 6 เมตร ถือว่าแคบไปนิดหนึ่ง เพราะเราทำสวนส้มมาก่อน จึงปลูกระหว่างส้มก่อน พอตายปุ๊บมีตอส้มเราทำอะไรไม่ได้ ส้มที่ปลูกเว้นระยะห่าง ประมาณ 3 เมตร ต่อต้น จึงต้องเว้นระยะปลูกทุเรียนที่ 6 เมตร แต่ถ้าจะให้ดีต้องเว้นความห่างระหว่างต้นไว้ที่ 8 เมตร กำลังสวย กิ่งก้านจะขยายได้กว้าง อากาศเข้าได้ดี ผลผลิตก็จะได้มากกว่านี้

 

การดูแลรักษา

ช่วงปลูกใหม่ๆ ให้คลุมฟางไว้เก็บความชื้น รดน้ำบ่อยๆ ถ้าจะให้ดีใช้ซาแรนบัง เพราะทุเรียนปลูกใหม่ไม่ชอบความร้อน ทางที่ดีคือให้ปลูกไม้ผลช่วยบังแดด

ใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-16 หรือใส่ปุ๋ยยูเรีย ใหม่ๆ ให้รดน้ำ ดูสภาพของดิน ถ้าดินแห้งรดบ่อยๆ เพราะทุเรียนถ้าแห้ง ใบจะร่วงแล้วตายไปเลย

ทำไม้ค้ำต้นทุเรียน กันลมแรงแล้วต้นหัก

ระบบน้ำ

ช่วงแรก ใช้วิธีตักน้ำในร่องสวนรด เมื่อต้นทุเรียนโตขึ้นมาหน่อย เราจะใช้เรือรดน้ำ อย่าให้แฉะไป หรือแห้งไป ถ้าใส่ปุ๋ยก็ให้น้ำมากหน่อย

ช่วงก่อนออกดอกต้องเว้นน้ำ พอให้ใบเริ่มเหี่ยวนิดๆ แล้วค่อยรดน้ำเข้าไป สักพักดอกจะออก ค่อยๆ พรมไปเรื่อยๆ

ปลูก 4-5 ปี ออกดอก ฉีดยาฆ่าแมลง ดูแล ให้อาหารเสริม ให้เจริญเติบโต

นับจากดอกบาน 3 เดือนครึ่ง เก็บผลผลิตได้

ขนาดผล ขึ้นอยู่กับอาหารที่ใส่เข้าไป หมั่นใส่ปุ๋ย 1 ปี ใส่ปุ๋ยคอกครั้งหนึ่ง ปุ๋ยเคมีก็ต้องใช้บ้าง รสชาติหวานมัน เนื้อเหนียว

ผลผลิต

ปลูกทุเรียน 42 ไร่ หักที่ตายไปบ้าง จะเหลือประมาณ 25 ไร่ 1 ปี ให้ผลผลิต ประมาณ 20 ตัน เพราะทุเรียนที่สวนยังไม่ดกทุกต้น แล้วแต่บางปีถ้าติดเยอะจะได้ผลผลิตประมาณ 20-30 ตัน

ลูกนี้ น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัม
เนื้อใน สวย น่ารับประทาน

โรคแมลง

คุณสุพจน์ บอกว่า มีตลอด คือหนอนเจาะต้น ตัวนี้อันตรายที่สุด ยาฆ่าแมลงก็เอาไม่อยู่ ต้องหาให้เจอแล้วจับออกมาเอง ยาฆ่าแมลงให้ผลแค่คุมไม่ให้หนอนมาวางไข่ ต้นทุเรียนที่โดนหนอนเจาะ สังเกตจากต้นจะมีแผลเยิ้มๆ ปูดๆ ออกมา ดูยากมาก ต้องดูตอนเช้า-เที่ยง พอบ่ายจะมองไม่เห็น ถ้ากินเยอะให้ดูที่โคนต้น เปลือกไม้จะกองอยู่ เอาสกรูไรไปเคาะ ต้องหมั่นตรวจสวน เพราะถ้ากินแล้วข้างในต้นทุเรียนกลวงหมดเลย ดูภายนอกต้นจะปกติแต่ข้างในไม่เหลือแล้ว ถ้ากินทั้งต้นใบจะเหลือง กินไวมาก ตัวนิดเดียวแต่วันหนึ่งกินไม่ธรรมดา

การตลาด

ราคาขายทุเรียนที่สวนคุณสุพจน์ จะมีเฉพาะทุเรียนหมอนทอง กิโลกรัมละ 130 บาท ลูกเล็ก-ใหญ่ ขายราคาเท่ากันหมด ไม่มีตกเกรด แล้วแต่คนชอบ

เจ้าของขายเองโดยตรง ลูกค้าจะมาซื้อเองที่สวน แม่ค้ามารับที่สวนมีบ้างแต่น้อยมาก ส่วนใหญ่ลูกค้าจะโทร.มาจอง โทร.มาเร็วก็มีของ ถ้าช้าก็หมด ผลิตไม่ทันตลาด ไม่ต้องหาตลาด ถึงฤดูแม่ค้า ลูกค้า เข้าหาเอง ส่วนมากลูกค้าที่มาก็อยากได้ทุเรียนที่มีคุณภาพ รสชาติดี

ปอกทุเรียนให้ชิม

เจ้าของบอกว่า ไม่คิดแปรรูป เพราะขายแบบนี้ง่ายกว่า ใช้แรงงาน 4 คน อยู่ได้สบาย ผลผลิตออกมาแบบพอดี ไม่ดกมาก เฉลี่ยลูกละ 3 กิโลกรัม ทุเรียนขนาดประมาณ 3-3.5 กิโลกรัม กำลังอร่อย ตลาดนิยมตัดขาย 3 กิโลกว่าถึง 4 กิโล คนรับประทานจะชอบลูกไม่เกิน 3 กิโลกรัม ถ้ามากกว่านี้ราคาจะสูง ขายยาก

สำหรับท่านที่สนใจอยากปลูกทุเรียนในเมืองดูบ้าง หรือสนใจอยากรับประทานทุเรียนหมอนทองอร่อยๆ มีคุณภาพ สามารถติดต่อ คุณสุพจน์ ตันพิชัย ได้ที่เบอร์โทร. (081) 918-9072

บทความก่อนหน้านี้“โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริ” 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2560
บทความถัดไปอโศก….คือไม่โศก หรือสุขฤทัย