รวม 4 นวัตกรรมเกษตรจากชาวสวน ทำแล้วลดค่าไฟได้ 7,000 บาท/เดือน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรเข้ามามีบทบาท และเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับชาวสวนได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ควบคุมคุณภาพ หรือแม้กระทั่งการพยากรณ์อากาศได้ล่วงหน้า เพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทางทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดจันทบุรี เดินทางไปที่สวนจันทร์เรือง ปลูกทุเรียน-มังคุดเป็นหลัก พื้นที่รวมกว่า 50 ไร่ และนอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างภายในสวนเล็กๆ น้อยๆ ปลูกพืชผักอีกหลายชนิดสร้างรายได้เสริม โดยจุดประสงค์ที่พวกเราไปวันนั้นก็เพื่อถ่ายทำคลิปวิดีโอการเลี้ยงผำระบบปิดแนวตั้ง ซึ่งเมื่อคลิปวิดีโอได้เผยแพร่ออกไปก็ได้ยอดวิวกว่า 2.5 ล้านวิว เป็นที่มาของการคิดต่อยอดคอนเทนต์เรื่องของการใช้พลังงานทดแทนภายในสวนจันทร์เรืองมาฝากทุกคน เพื่อเป็นไอเดียการทำเกษตรแบบใหม่ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์

คุณณัฐ-ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของสวนจันทร์เรือง อดีตวิศวกรเคมี ผันตัวเป็นเกษตรกร ใช้วิชาความรู้จากที่ได้ศึกษาเล่าเรียน และทำงานประจำมากว่า 10 ปี มาพัฒนาสวนด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตรหลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยหลักๆ ที่สวนมีการนำเอาเทคโนโลยี IoT หรือ (Internet of Things) มาใช้ และมีการเขียนโปรแกรมควบคุมมอนิเตอร์ค่าต่างๆ ภายในสวน เพื่อให้รู้ทิศทางจัดการสวน ว่าควรจะไปในทิศทางไหน

และส่วนของการใช้พลังงานทดแทน นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ กับการทำเกษตรในยุคนี้ คุณณัฐเล่าให้ฟังว่า สำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานทดแทนในสวนหลักๆ จะมีอยู่ประมาณ 4 นวัตกรรมด้วยกัน คือ 1. Wind Energy (พลังงานลม) 2. Solar Cell (พลังงานแสงอาทิตย์) 3. Biomass (พลังงานชีวมวล) 4. Biogas (ก๊าซชีวภาพ) และจบที่กลั่นน้ำมัน

1. Wind Energy (พลังงานลม) ที่สวนจะติดตั้งเป็นกังหันลมขนาดเล็ก 400 วัตต์ ที่ไม่จำเป็นต้องมีลมแรงอยู่ตลอดเวลา ใช้งบประมาณในการติดตั้งรวมค่าอุปกรณ์ประมาณ 4,500-5,000 บาท ก็สามารถปั่นไฟเก็บลงแบตเตอรี่ได้ ติดตั้งง่าย ได้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (24 V AC) แปลงเป็น DC เก็บไปลงแบตเตอรี่ เวลาจะใช้งาน อินเวอร์เตอร์ (Inverter) แปลงไฟกระแสสลับ (220 V AC) หรือไฟบ้าน ไปใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เลย

2. Solar Cell (พลังงานแสงอาทิตย์) มีการติดตั้งหลายขนาดตั้งแต่ 300-500 วัตต์ ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) แล้วเก็บชาร์จลงแบตเตอรี่ เมื่อถึงเวลาใช้ไฟบ้าน ตัวอินเวอร์เตอร์ (Inverter) แปลงจากไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ไปเป็นกระแสสลับ AC และใช้งานได้ปกติ

ซึ่ง Solar Cell สามารถบอกได้ว่าแต่ละวันเราเก็บไฟฟ้าได้กี่กิโลวัตต์ โดยตอนนี้ Solar Cell ที่สวนสามารถผลิตไฟได้ประมาณ 7 กิโลวัตต์ต่อเดือน

หมายเหตุ : ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current: DC) คือ ไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลเพียงทิศทางเดียวจากขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วกลับเข้าไปยังขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอีกครั้ง

ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current: AC) คือ ไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปในทางกลับกัน กล่าวคือ กระแส มันไม่มีขั้ว มีทิศทางการไหลที่กลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา

3. Biogas (ก๊าซชีวภาพ) จากการหมักขี้วัว ได้เป็นพลังงานในรูปแบบของแก๊สหุงต้ม ที่เราใช้ทำกับข้าวทั่วไป แล้วเราก็เอาเป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องปั่นไฟ

4. Biomass (พลังงานชีวมวล) ที่ได้มาจากการนำเศษกิ่งไม้ในสวนมาเผาถ่าน พอได้ถ่านไปใช้แล้ว จะมีเศษถ่านที่เหลืออยู่เราก็เอามาเข้าเครื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นมาทำให้เกิดแก๊สเป็นรูปแบบของเชื้อเพลิง แล้วก็เอาแก๊สมาเข้าเครื่องปั่นไฟเก็บลงแบตเตอรี่ ไว้ใช้ในโรงเรือนเลี้ยงพืชระบบปิดต่อไป

รวมถึงการนำเอาเศษขยะถุงพลาสติกเหลือใช้ นำมากลั่นเป็นน้ำมันดีเซล ใช้กับเครื่องตัดหญ้า เครื่องปั่นไฟ และอื่นๆ ถือเป็นการใช้ของเสียให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายได้หลายส่วน

โดยปัจจุบันที่สวนสามารถประหยัดค่าไฟได้เดือนละ 6,000-7,000 บาท จากนวัตกรรมทั้ง 4 ตัวนี้ ซึ่งในมุมของคนทำสวนถือว่าเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยชาวสวนได้เยอะมากในแง่ของการลดไฟฟ้า ลดค่าพลังงานเชื้อเพลิง “เราได้ไฟฟ้ามาจากแสงแดดที่มีให้เราใช้ฟรีอยู่แล้ว เราแค่เอามาใช้ประโยชน์แล้วลดต้นทุนให้เรา มันก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ อย่างตอนนี้ที่สวนของผมมีการใช้นวัตกรรมเหล่านี้มา 5 ปีแล้ว โดยการนำงบประมาณพัฒนาสวนในแต่ละปีมาใช้ จากกำไรจากสวนทุเรียนเราก็จะแบ่งส่วนหนึ่งมาไว้พัฒนาตรงนี้ แล้วผมก็ลดค่าไฟผมได้เรื่อยๆ ตอนนี้คืนทุนหมดแล้วครับ ที่เหลือคือกำไร” คุณณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

หากท่านใดสนใจนวัตกรรมลดต้นทุนการเกษตร สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 085-697-9594