โซ่คุณค่าของมันสำปะหลัง พืชที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวโลก

มันสำปะหลัง เป็นพืชที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวโลก นอกจากจะนำมาทำเป็นพืชอาหารและยาแล้วยังสามารถนำมาแปรรูปเพื่อการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ ส่งเสริมประเทศด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และความมั่นคงด้านอาหาร

สำหรับมันสำปะหลังจัดว่าเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 5 รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และมันฝรั่ง โดยในแถบทวีปแอฟริกามันสำปะหลังถือว่าเป็นพืชอาหารหลักที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่ชนบท ส่วนในทวีปเอเชียเรานี้มีความต้องการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในด้านพลังงานและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร แอลกอฮอล์ เอทานอล และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ผลิตมันสำปะหลังรายใหญ่ประเทศหนึ่งสามารถปลูกมันสำปะหลังได้มากสุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศไนจีเรีย โดยประเทศไทยถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมันสำปะหลังมาเป็นเวลายาวนานและทำรายได้เข้าประเทศกว่า 2,700 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

หัวมันสำปะหลัง

จากปัญหาความขาดแคลนข้อมูลด้านการตลาด สถานการณ์ และทิศทางการค้าสินค้าเกษตร รวมทั้งข้อมูลอุปสงค์และอุปทานโดยรวม เป็นปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเพื่อการลงทุนของเกษตรกร รวมทั้งเป็นปัญหาต่อการกำหนดนโยบายและการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการค้าสินค้าเกษตรของหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จึงได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนิน “โครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาด” เพื่อกำหนดต้นแบบและยุทธศาสตร์ในการเพิ่มพูนข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับทิศทางการตลาดการค้าสินค้าเกษตรที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันต่อสถานการณ์ ส่งถึงมือเกษตรกร รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรในเรื่องสินค้าเกษตรเป้าหมายทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ตลอดจนทางเลือกสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนการผลิตในแต่ละฤดูกาล เพื่อให้การลงทุนในปัจจัยการผลิตเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด และทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ปรับวิถีแห่งการเป็นเกษตรกร ให้เป็น Smart Farmer ในการก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยอุตสาหกรรมต้นน้ำเริ่มต้นที่เกษตรกรผู้เพาะปลูกมันสำปะหลัง ผลผลิตที่ได้ในช่วงต้นน้ำคือมันสำปะหลังสด การคัดเลือกชนิดของพันธุ์มันสำปะหลังจะแตกต่างกันตามความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกในแต่ละภูมิประเทศ และการเลือกใช้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่ดีให้ได้มันสำปะหลังที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูปต่อไป

ห่วงโซ่การผลิตมันสำปะหลัง

ต่อมาเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่รวบรวมมันสำปะหลังหัวสดจากเกษตรกรนำมาทำการแปรรูปขั้นต้น ผู้ประกอบการที่เป็นช่วงกลางน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ ผู้ประกอบลานมัน โรงงานมันเส้นอัดเม็ด โรงงานแป้งมัน โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานผลิตเอทานอล และโรงงานแปรรูปอื่นๆ

ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปจะนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่งขายตลาดโดยตรง และส่วนหนึ่งส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมปลายน้ำเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหรือสินค้าขั้นกลางของอุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ ต่อไป ถือเป็นการต่อยอดในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังสดไปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและไม่ใช่อาหาร มาถึงขั้นสุดท้าย อุตสาหกรรมปลายน้ำเป็นอุตสาหกรรมท้ายสุดที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับมันสำปะหลังแปรรูปอีกต่อ โดยนำเอาผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นกลางมาเป็นส่วนประกอบวัตถุดิบในการผลิต โรงงานอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีอยู่ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องปรุงรส รวมไปถึงผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างๆ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมสารให้ความหวาน-อาหารเสริม อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมไม้อัด และอุตสาหกรรมกาว เป็นต้น

ลานมันสำปะหลังและโรงงานผลิตอาหารสัตว์

จะเห็นได้ว่ามันสำปะหลังถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายในตลาดสินค้ามากขึ้น (ดังแสดงในภาพ ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ไม่ใช่อาหาร) จึงช่วยสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตที่สามารถนำสินค้าออกขายให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ไม่ใช่อาหาร

นอกจากการนำประโยชน์จากหัวมันมาใช้แล้ว ปัจจุบันเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จึงได้มีการนำส่วนต่างๆ ของมันสำปะหลังมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายวิธีขึ้นไปอีก เช่น เอาเหง้ามันสำปะหลังมาใช้ผลิตไฟฟ้าในโรงงานไฟฟ้าชีวมวลและการนำกากมันสำปะหลังไปใช้เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารสัตว์ แต่ที่น่าสนใจคือการใช้ประโยชน์จากใบมันสำปะหลัง เนื่องจากใบมันสำปะหลังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีนที่สามารถเทียบค่าโปรตีนที่มาจากพืชชนิดอื่นๆ อย่างเช่น ข้าวโพด ปลายข้าว มันเส้น และกากถั่วเหลืองได้ ใบมันสำปะหลังสามารถนำมาทดแทนวัตถุดิบที่ให้โปรตีนชนิดอื่นได้เป็นอย่างดี ดังที่แสดงในตาราง

เมื่อมีการนำใบมันสำปะหลังมาใช้เป็นแหล่งสารอาหารโปรตีนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์แล้วก็จะช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศได้อีกทางด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในประเทศทางอ้อม

ตาราง คุณค่าทางโภชนาการของใบมันสำปะหลังแห้ง เปรียบเทียบกับวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดอื่น

เมื่อมันสำปะหลังยังเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นพืชอาหารหลักของมนุษย์และสัตว์ เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ประกอบการผลิตในอุตสาหกรรมมากมาย จึงจำเป็นต้องหาแนวทางในการปรับปรุงและยกระดับโซ่คุณค่าของมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของโซ่คุณค่ามันสำปะหลังอยู่รอดและสืบทอดกิจการต่อไปอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้การจะหากำไรจากการผลิตมันสำปะหลังคงต้องเริ่มหาจากการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ ผลิตในปริมาณที่ตลาดและภาคอุตสาหกรรมยอมรับ อาจต้องนำนวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ เข้ามาช่วยปรับปรุงการผลิตหรือมาช่วยลดต้นทุน ถ้ามีการวางแผนการผลิตที่ดีก็จะช่วยลดการเกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดและถูกตัดราคาได้

 

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร แก้วตระกูลพงษ์ และคณะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาด ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์