ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ ลงทุนต่ำ รายได้เพิ่ม วัตถุดิบหาได้ตามธรรมชาติ

เมื่อไม่นานมานี้ ได้ไปเยี่ยมชม โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ นำโดย บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เป็นหนึ่งพื้นที่ ที่อินทัชเข้ามาสนับสนุนชาวนาในเรื่องของความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการสร้างรายได้ และส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดสารเคมี

จุดเปลี่ยนผัน ที่หันมาทำอินทรีย์

ได้สัมภาษณ์ คุณลาวัล เพชตบรรพ์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ที่ 1 ตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

สมาชิกกลุ่ม ซ้ายมือสุด คุณลาวัล เพชตบรรพ์

คุณลาวัล เล่าว่า “ก่อนที่จะมาเข้ากลุ่ม ก็ทำนามา 20 กว่าปี แต่ทำเป็นเคมี แล้วมีวันหนึ่งกำลังจะไปฉีดยาข้าว เกิดเคมีหกราดใส่หลัง แล้วแพ้สารเคมี ไปหาหมอตรวจเลือด ก็พบสารเคมีในเลือด เลยคิดว่าทำอย่างไรดีที่เราจะไม่ต้องใช้สารเคมี ก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนตัวเอง แล้วทางหมู่บ้านได้มีการอบรมการทำน้ำหมักของกรมพัฒนาที่ดิน เขามาส่งเสริมให้ทำน้ำหมักช่วยในการจัดการนาข้าว ก็เลยลองไปอบรมกับเขา แล้วก็นำมาปรับเปลี่ยนใช้ แต่ก็ยังใช้ควบคู่อยู่กับยาฆ่าหญ้า ยาคุมข้าว แล้วก็มีเคมีบ้าง”

เมื่อก่อนใช้เคมีอย่างเดียวในการทำนา มีต้นทุนสูง ตกไร่ละประมาณ 3,000 กว่าบาท รวมค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยแล้ว เมื่อก่อนปุ๋ยก็ลูกละ 800 กว่าบาท พอเข้าไปอบรม ก็มีการใช้เคมีควบคู่อินทรีย์ ลดค่าใช้จ่ายไปได้ เหลือไร่ละ 1,000 กว่าบาท คุณลาวัล บอกว่า ใช้เคมีน้อยลง เปลี่ยนมาใช้น้ำหมักเสริมไปด้วย แล้วก็มีการใช้มูลไก่ ในกลุ่มมีการทำปุ๋ยอินทรีย์ ใช้มูลค้างคาว มูลไก่ ฟอสเฟตหรือมูลสุกร หมักรวมกับ สาร พด.2 ที่ได้จาก กรมพัฒนาที่ดิน เมื่อทดลองใช้แล้ว ได้ผลตอบรับที่ดีก็เลยปรับเปลี่ยนมาใช้อินทรีย์โดยที่ไม่มีเคมีร่วม แต่เนื่องด้วยข้าวที่ขายเป็นข้าวอินทรีย์ ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เมื่อนำไปขายที่โรงสี กลับได้ราคาข้าวเท่ากับคนที่ไม่ต้องดูแลอะไร จึงทำให้กลุ่มชาวนาท้อ เพราะไม่มีตลาดไม่มีหนทางที่จะไป จนได้ บริษัท อินทัชฯ เข้ามาช่วยในเรื่องการทำตลาด และเทคโนโลยีเครื่องจักร จากการสมัครขอเข้าร่วมโครงการ และมีคนลงมาดูพื้นที่ มีการประชุม จนได้รับคัดเลือก ก่อนที่จะมีเครื่องจักรคัดพันธุ์ข้าว จะทำโดยใช้พัดลมพัดให้ข้าวไม่ดีปลิวไป ได้ราคาขายที่ถังละ 120 บาท แต่พอมีเครื่องคัดพันธุ์ข้าว ขายได้ราคาถังละ 200 บาท แถมยังทำให้ชาวนาเบาแรงลงอีกด้วย

 

วิธีการทำนา

แต่ก่อนชาววัดโบสถ์จะทำนาปีละ 2 ครั้ง นาปรัง กับนาปี แต่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดภัยแล้ง จึงมีประกาศห้ามให้ชาวนาทำนาปรัง ชาวนาจึงต้องหาอาชีพเสริม มีการรวมกลุ่มกันทำไม้กวาด ทำขนม ไปขาย รายได้จากการทำนาของคุณลาวัล เมื่อทำข้าวอินทรีย์ ได้เกวียนละ 8,000 บาท เพิ่มขึ้นจากทำเคมี 1,000-2,000 บาท ต่อเกวียน สำหรับชาวนาเป็นรายได้ที่อยู่ได้แบบสบายๆ บางครั้งเข้าหลักหมื่น เพราะจากการออกบู๊ธขายข้าวของกลุ่มตามงานเกษตรต่างๆ

กำจัดวัชพืชโดยเครื่องพรวนดิน

ขั้นตอนการทำนาของกลุ่ม ตอนแรกต้องไถดะ แล้วมีการคุยกันว่าจะตกกล้าเมื่อไร แล้วจึงจะไปทำเทือก เพื่อที่จะให้รถเข้าไปดำนาให้ ขั้นตอนที่สองทำเทือก หลังจากการทำเทือกก็จะใส่ปุ๋ยหมักย่อยสลายฟาง ขั้นตอนที่สามดำนา ดำเสร็จก็มีการดูแลใส่ปุ๋ย ดูแลเรื่องหญ้า ขั้นตอนที่สี่เกี่ยวข้าว จะเกี่ยวโดยจ้างรถเกี่ยว หลังจากเกี่ยวเสร็จก็ไปจ้างโรงสี พอโรงสีคัดเสร็จก็จะนำกลับมาที่ศูนย์เพื่อที่จะเข้ากระบวนการแพ็ก

ในกระบวนการแพ็ก สมาชิกในกลุ่มจะแยกแผนกกันทำ ตั้งแต่เริ่มชั่งกิโล อัดใส่ถุงไล่อากาศ เข้าเครื่องซีล จนติดสติ๊กเกอร์

 

เมื่อมีของดี ก็ย่อมมีศัตรู

ในนาข้าวเมื่อมีวัชพืช ชาวนาก็ต้องมีการกำจัดออก ซึ่งก็มีหลายวิธีแล้วแต่จะเลือกทำ แต่ของคุณลาวัลจะเป็นการถอน ที่ใช้เครื่องพรวนดิน ยู้ไปมาตามแนวร่องของต้นข้าว และในกลุ่มก็กำลังทดลองทำน้ำหมักกำจัดวัชพืชฆ่าหญ้า โดยไม่ใช้สารเคมีอีกด้วย

ศัตรูไม่ได้มีแค่วัชพืชอย่างเดียว แต่ยังมีพวกแมลง หนอน แต่คุณลาวัลบอกว่า “เราไม่กลัว” เพราะเราใช้น้ำหมักทำเอง มีวัตถุดิบเป็นสะเดา ตะไคร้หอม หางไหล กลอย ที่มาจากบนเขา แล้วก็หนอนตายหยาก โดยการนำมาหมักรวมกัน ใช้สาร พด.7 ที่ขอมาจากกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งใช้แล้วได้ผลดี ไล่แมลงได้ ทำนา 1 ครั้ง จะฉีด 2 รอบ รอบแรกฉีดตอนหลังจากปักดำได้ประมาณ 1 สัปดาห์ รอบที่สองฉีดตอนข้าวท้อง กันไว้ก่อนที่ข้าวจะออกรวง

 

รายได้จากการทำข้าวอินทรีย์

การทำอินทรีย์มีการลงทุนต่ำกว่าทำข้าวเคมี เพราะทำข้าวเคมี ยาฆ่าแมลง 1 ขวด ราคา 600-700 บาท แต่ทำข้าวอินทรีย์ใช้ยาไล่แมลงที่ทำเองในกลุ่ม ประหยัดกว่าและวัตถุดิบก็หาได้ตามธรรมชาติ บางอย่างก็ขอกรมพัฒนาที่ดิน

รายได้จากการทำนา 20 กว่าไร่ ถ้าราคาข้าวไม่ดี 10 กว่าเกวียน ได้กำไรประมาณ 30,000-40,000 บาท แต่ถ้าราคาข้าวดีก็จะได้ถึงหลักแสน คุณลาวัลไม่เพียงแต่ทำนาอย่างเดียว เพราะ 1 ปี ทำได้แค่ครั้งเดียว จึงมีการทำไร่มันสำปะหลัง เพื่อเป็นรายได้เสริม เพราะ 1 ปี รายได้จากการปลูกก็หลักแสน จึงทำให้ชาวนาอยู่ได้

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มท่างาม

ผลิตภัณฑ์จากโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ ของชุมชนท่างาม จะมีข้าวสารหอมมะลิ 105 ปลอดสารเคมี เมล็ดพันธุ์ข้าว กข 49 และพิษณุโลก 2 จำหน่าย ในตรา “ถิ่นงาม” ซึ่งตราสินค้า “ถิ่นงาม” สื่อถึงแหล่งผลิตข้าวชั้นดี ด้วยวิถีคนท่างาม มีจำหน่ายตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัม 1 กิโลกรัม 5 กิโลกรัม หรือจะสั่งเป็นเกวียนก็ได้ เพราะตอนนี้ชาวบ้านกำลังรับออเดอร์

ถ้าใครสนใจ โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ หรืออยากจะสนับสนุนชาวนา เดินทางไปเยี่ยมชมได้ที่ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก หรือติดต่อ คุณลาวัล เพชตบรรพ์ โทร. (082) 407-1341 หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มช่างเชื่อม โนนสูง เลี้ยงไก่ดำมองโกเลีย ไก่ดำเคยู-ภูพาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไก่เนื้อ
บทความถัดไปวัดปทุมไอเดียดี ทำรางสไลเดอร์ให้ลอยกระทง ปลอดภัยใช้ขนมปังได้บุญให้อาหารปลา