บ้านสวนเบญจมงคล มินิฟาร์ม รถบ้าขบวนสุดท้าย (ตอนที่ 2)

“รายได้จากการทำเกษตรอย่างเดียวตอนนี้ เลี้ยงคน 9 คน ควาย 4 ตัว หมา 7 ตัว” เป็นโจทย์ที่เล็กทั้งสองตั้งไว้และกำลังเดินหน้าอย่างเต็มพลัง ด้วยสองแรงฮึดจากความฝันบวกกับแรงต้านจากคนรอบข้าง ทั้งสองเดินหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง สร้างอาหารปลอดภัยให้กับตนเอง คนรอบข้าง รวมถึงชุมชน ก็ถึงวันที่ทั้งสองเชื่อมั่นว่าเส้นทางที่เดินมานั้นถูกต้องและยั่งยืนแน่นอนแล้ว จึงชวนครอบครัวน้องๆ มาร่วมเดินไปด้วย


“เล็กเชื่อมั่นแน่นอนเหรอว่าจะพาหลากหลายชีวิตให้เดินไปกับเราจนถึงฝั่งฝัน”
“แน่นอนพี่ เล็กฝ่าด่านใหญ่มาได้แล้ว ก่อนนั้นแม่จะเป็นคนแรกที่ขวางเราอยู่เสมอ ออกมาทำเกษตรแล้วจะได้อะไร จะกินอะไร เงินเดือนก็มากมาย จะมาเหนื่อยทำไม”
“อะไรทำให้มั่นใจ”
“แววตาของแม่จ้า ในวันที่แม่มาช่วยกำผักเตรียมไปขาย วันนี้แม่มีรอยยิ้มที่มีความสุขมาก พูดไม่หยุดปากเลย”
“แล้วน้องๆ มาอยู่ด้วย จะมีงานอะไรให้ทำเหรอ”


“พี่รู้ไหม งานในฟาร์มในแต่ละวัน เราแทบไม่มีเวลาว่างเลยนะ กิจกรรมหลัก กิจกรรมรองมีมาให้ได้ลงมือไม่หยุดหย่อน”
“มีอะไรบ้าง”
“หลักๆ นะพี่ จุดทำปุ๋ยหมัก ที่นี่เราจะทำตามสูตรแม่โจ้ เป็นปุ๋ยหมักไม่กลับกองตามอาจารย์ลุง จุดเผาถ่าน ได้ทั้งถ่านและน้ำส้มควันไม้ แปลงนาก็มีกิจกรรมเสริม หลังเสร็จนาเราก็จะปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ได้ผลผลิตและบำรุงดินไปด้วย บ่อปลาที่เราปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปู ปลา กุ้ง หอย กบ และผักน้ำอยู่รวมกัน เล้าเป็ด-ไก่ แปลงผักสวนครัว แปลงสมุนไพร แปลงไม้ดอก แปลงเพาะชำ ลอมฟาง คอกควาย เรียกว่าแต่ละคนล้วนมีงานให้ทำไม่ขาดมือเลยแหละ”


“เห็นมีเด็กๆ ด้วย”
“ใช่ค่ะ หลานๆ ก็มาอยู่ด้วยกัน ได้เรียนทั้งวิชาการในโรงเรียนและวิชาชีวิตจากแปลงจริง ทุกคนมีหน้าที่ตามกำลังของแต่ละคน เวลาทำงานเราก็ทำร่วมกัน กินข้าว พักผ่อน เราอยู่กันแบบสมัยก่อน เป็นครอบครัวใหญ่ มีความสุขมาก นี่คือความเป็นจริงของอาชีพเกษตรกร อาชีพที่มีความสุขที่สุด”
“หลานๆ ชอบไหม”
“พูดจริงๆ นะพี่ เด็กๆ สมัยนี้เขาติดจอสี่เหลี่ยม ชีวิตต้องมีอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อเขามีหน้าที่ มีกิจกรรมในแปลง ก็ทำให้ห่างจากจอได้บ้าง หลังๆ ก็หันมาสนใจงานในแปลงมากกว่าหน้าจอ เพราะมีเรื่องราวให้ได้เรียนรู้และสนุกอีกมากมาย ที่สำคัญได้กินอาหารอย่างปลอดภัย มีรายได้จากผลผลิตในแปลง เท่านี้ก็ถือว่าเรามาตามฝันได้อย่างสมบูรณ์มากแล้วพี่”


“พอไหม ทำแค่นี้แหละ ไม่ขยายทำอะไรอีกแล้ว”
“ไม่หรอกพี่ นี่เพียงการวางรากฐานเท่านั้น เราต้องสร้างฐานให้มั่นคง จากนั้นค่อยต่อเติม”
“จะทำอะไรต่อไปล่ะ”
“ฟาร์มสเตย์ค่ะพี่ ฟาร์มสเตย์แบบฟรี”
“ทำได้เหรอ”
“แค่คิดก็มีคนว่าบ้าแล้วพี่ แต่เราไม่ถือสาหรอก เราทำมาทุกเรื่องก็มีคำว่า บ้า มากำกับอยู่แล้ว ดังนั้นฟาร์มสเตย์ก็จะเป็นอีกหนึ่งความบ้าของเรา”


เล็กเล่าว่า ที่ฟาร์มจะทำเกษตรแบบย้อนยุค ปัจจุบันเลี้ยงควายก็เลยอยากทำนาโดยใช้ควาย ใช้ควายไถนา-คราดนา มีกิจกรรมดำนาด้วยแรงคน เกี่ยวข้าวด้วยมือ ทำลานนวดข้าว ทำลอมฟางไว้เก็บฟางเพื่อเอาไว้ทำเห็ดฟาง และเป็นอาหารควายในช่วงที่ไม่มีหญ้าหรือมีน้อย จะมีครกไว้ตำข้าว มีโรงสีมือไว้สีข้าว เรียกว่าใครมาพักช่วงไหนก็จะมีกิจกรรมไม่ซ้ำกันเลยเชียว

 

“คิดเรื่องนี้นานไหม”
“คิดมานานแล้วพี่ ภาพเก่าๆ หายไป เรายังจดจำได้ ก็อยากเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ การจะเก็บไว้เพียงภาพถ่ายและบันทึกก็คงไม่ดี สู้เราทำให้เห็นจริงๆ เลยดีกว่า”
“เล็กทำเป็น เอ๊ย! ทำได้เหรอ”
“ยายสอนเล็กมาตั้งแต่เด็กแล้วพี่ ยายสอนและให้ทำทุกเรื่อง ทั้งงานบ้าน งานนา งานสวน แรกๆ ก็ไม่ชอบเลย อยากไปวิ่งเล่นกับเพื่อนมากกว่า แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นความเคยชินและชอบ ใครไม่บอกก็จะทำแล้ว”
“ขอวกกลับมาเรื่องฟาร์มสเตย์ต่อ ขอรายละเอียดหน่อย ทำไมจึงบอกว่าฟรี แล้วเราจะอยู่ได้เหรอ”
“ต้องย้อนไปหลายปีนะพี่ เราอยากไปเรียนรู้ที่ไหนก็ดั้นด้นไป มีรถก็ขับไป ไม่มีก็ไปรถโดยสาร มีค่าเดินทางตั้งแต่เริ่ม อาจมีค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเรียนรู้ต่างๆ อีก เราก็เลยมานั่งปรึกษากัน เราจะทำแบบของเราดีไหม คนที่จะมาเรียนรู้หรือใช้ชีวิตแบบเรา ก็ต้องเดินทางมามีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว เราเตรียมที่พักที่นอนหมอนมุ้งไว้ให้ ข้าวปลาอาหารก็หาอยู่หากินกัน อยากร่วมกิจกรรมด้วยเราก็ยินดี มีกระปุกไว้ให้ หากเห็นด้วยกับเราอยากสนับสนุนก็หยอดตามกำลัง ไม่มีคำว่ามากหรือน้อย ไม่หยอดก็ไม่ว่ากัน เพราะแค่มาเยือนกันก็เป็นความสุขใจแล้ว เป็นฟาร์มสเตย์ที่เพื่อนทำไว้รอให้เพื่อนมาพักผ่อน”
“ไหวหรือ”
“ไหวสิพี่ ข้าวก็ในนาเราเอง ผักก็อยู่ในสวน ปลาก็ในบ่อ ไข่ก็ในเล้า ผลไม้ตามฤดูกาลในสวนเราเอง ต้นทุนเราน้อยก็เลยไม่มีอะไรมาก คนที่มาก็หุงหากินกันเอง อยากเรียนรู้หรือทำกิจกรรมร่วมเราก็ยินดี แบบนี้สุขใจกันทั้งสองฝ่าย”

 


แปลงไผ่ 3 ไร่ เริ่มให้หน่อก็ทั้งขายหน่อสดและแปรรูป รวมถึงชำเหง้าขายเป็นรายได้ประจำฟาร์ม ผักสลิดที่ปลูกไว้ก็เริ่มให้ดอก ชำกิ่งไว้ขยายเองและขายให้กับผู้ที่สนใจด้วย ไข่เป็ดก็แปรรูปเป็นไข่เค็ม ไข่ไก่ก็ขายเป็นไข่สด ผักสวนครัวมากมายที่ทำมาครบวงจร คือ กิน แจก แลก ขาย มีหมุนเวียนไม่ขาด อยากกินปลาก็เพียงทอดแหลงไป


“พอใจไหมเล็ก กับภาพที่เห็นในตอนนี้”
“หากวัดที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เล็กว่าเราเดินมาได้เกินเจ็ดสิบแล้วพี่ ที่เหลือเพียงตกแต่งบางเรื่องราวให้สอดคล้องกันเท่านั้น”
“อะไรที่ยังฝันอยากทำ”
“เราอยากเห็นภาคเกษตรเข้มแข็งมากกว่านี้ค่ะ เกษตรกรต้องพึ่งตนเองบนความเป็นจริง ทุกคนต้นทุนไม่เท่ากัน การจะให้ทำแบบเดียวกันคงยากที่จะสำเร็จ แต่อยากเห็นการรวมกลุ่ม นำความแตกต่างของแต่ละคนมาเสริมกันและกันในกลุ่ม”
“ทุกวันนี้ความฝันเดินหน้ามาเยอะไหม”
“มีคนมาขอดูงานบ่อยๆ ค่ะ เมื่อเราทำแล้วประสบผลสำเร็จก็มีคนอยากเดินตาม เราจึงต้องทำให้เห็นภาพจริงทั้งหมดในแปลง แล้วให้กิจกรรมต่างๆ เป็นผู้เล่าเรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้เน้นการรวมกลุ่มค่ะ”
“แล้วนอกจากงานในฟาร์ม ทุกวันนี้เห็นว่าเดินทางเป็นว่าเล่นเลย”
“ค่ะ พี่เล็ก-มงคล ได้รับการยอมรับจากพี่น้องเกษตรกรทุกอำเภอ ให้ทำงานใหญ่ในปีหน้าค่ะ”
“อยากถามต่อ แต่เนื้อที่ก็หมดแล้ว เอาไว้ตอนหน้ามาลงรายละเอียดกันเนอะ”
ผมหลับตานิ่งมองเห็นภาพในวันข้างหน้า ภาพครอบครัวคนเมืองที่อยากใช้ชีวิตแบบเกษตรกร พากันมาเรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมต่างๆ มองเห็นภาพไถนาด้วยควาย มองภาพทุ่งรวงทองที่พลิ้วตามสายลมหนาว มีผู้คนกำเคียวมาเกี่ยวรวงข้าว ภาพการนวดข้าวบนลาน ภาพกองฟางและซ้อนด้วยภาพเด็กน้อยที่เข้าไปนอนในลอมฟาง กลิ่นหอมกรุ่นของฟางและความอบอุ่นในยามสายลมหนาวพัดพลิ้ว ผมลืมความคันคะเยอไปเสียสิ้น
รีบเปิดตัวเร็วๆ นะ อย่าทิ้งฝันเสียล่ะ ผมจะไปเป็นสมาชิกฟาร์มสเตย์ด้วยคน

บทความก่อนหน้านี้โรบัสต้า ราคาพุ่ง 85 บาท/กก. “โรงคั่ว-พ่อค้า” วิ่งซื้อฝุ่นตลบ
บทความถัดไปลำไยยักษ์ พันธุ์ “จัมโบ้” ผลใหญ่ เมล็ดลีบ ปลูกได้ทั่วประเทศ (ตอนจบ)