ผลิตภัณฑ์โกโก้ อุตสาหกรรมในครัวเรือน ปลูกและแปรรูปเอง ที่เชียงใหม่

เมล็ดโกโก้ ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มรสช็อกโกแลต ในเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตมีโกโก้เป็นตัวทำให้รสชาติดี ให้สีน้ำตาล และมีกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่ม ถ้าช็อกโกแลต (Chocolate) ขาดโกโก้ก็จะไม่ใช่ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตจึงขาดโกโก้ไปไม่ได้ ในช็อกโกแลตประกอบด้วยเมล็ดโกโก้ผงผสมกับนม, น้ำตาล และสารปรุงรสอื่นๆ ส่วนเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตที่คนไทยคุ้นเคยและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานไม่น้อยกว่า 80 ปีนั้น มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อ คนไทยจึงคุ้นเคยรู้จักเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตกันดีก่อนกาแฟดังๆ บางยี่ห้อ นอกจากเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตและช็อกโกแลต แล้วเมล็ดโกโก้ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้อีกหลายอย่าง แม้กระทั่งถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง แต่ส่วนใหญ่เมล็ดโกโก้นิยมนำมาทำช็อกโกแลต

โกโก้ Cacao (Theobroma cacao) หรือ Cocoa มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง แถบลุ่มน้ำอะเมซอน ชาวอินเดียนในแถบนั้นเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการปลูกโกโก้และใช้เมล็ดโกโก้มาทำเป็นเครื่องดื่ม ประเทศไทยเริ่มปลูกโกโก้เมื่อปี พ.ศ. 2446 แต่ยังไม่รู้จักการนำเมล็ดโกโก้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม จึงทำให้โกโก้เป็นพืชที่ถูกลืมและถูกทอดทิ้งเลือนหายไป ประมาณปี พ.ศ. 2515 กองการยาง กรมกสิกรรม จึงมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโกโก้ ต่อมาได้มีโครงการปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าว เช่น ชาวสวนมะพร้าวในแถบจังหวัดสมุทรสงครามกับจังหวัดราชบุรี ได้พากันปลูกโกโก้ปะปนอยู่ในสวนมะพร้าวหลายราย ทำให้การขายต้นกล้าโกโก้ในขณะนั้นขายดี จัดหาต้นกล้าให้ได้ไม่ทั่วถึง แต่ด้วยจำนวนผลผลิตที่ออกมาน้อย ทำให้มีตลาดรับซื้อที่ไม่แน่นอนและผลถูกกระรอกกัดกินทำความเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ในสวนมะพร้าวเป็นถิ่นที่มีกระรอกชุกชุม

จากปัญหาดังกล่าว ชาวสวนมะพร้าวจึงเลิกให้ความสนใจกับโกโก้ จากนั้นต้นโกโก้ก็หายไปจากสวนมะพร้าวเกือบหมดสวน ปัจจุบันชาวสวนจำนวนมากเริ่มหันมาปลูกโกโก้กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีราคาดี จึงมีการปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าว สวนปาล์ม สวนยาง และปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว

โกโก้ เป็นพืชเขตร้อน จัดเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็ก อายุยืนเป็นร้อยปี เจริญเติบโตได้ดีตั้งแต่ระดับความสูง 30-300 เมตร จึงไม่เหมาะกับพื้นที่บนดอยสูง อุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโต เฉลี่ยประมาณ 25-28 องศาเซลเซียส ความสูงของต้นประมาณ 3-8 เมตร และสูงได้ถึง 13 เมตร พื้นที่ที่เหมาะสมควรมีฝนตกสม่ำเสมอตลอดทั้งปีหรือมีแหล่งน้ำเพียงพอ โกโก้ชอบดินระบายน้ำดี

สำหรับการปลูกโกโก้ในจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีไม่กี่ราย นอกจาก คุณธีระพล ชัยสุริยะ และที่สาขาไม้ผล  มหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว ยังมีหนุ่มใหญ่ผู้หนึ่งสนใจโกโก้อย่างมาก จึงได้ทดลองปลูกโกโก้และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากโกโก้เองออกมาหลายอย่าง จนสามารถสร้างเครือข่ายชาวสวนผู้ปลูกโกโก้ได้หลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน

คุณสมญา สอนวัฒนา

หนุ่มใหญ่ผู้นี้คือ คุณสมญา สอนวัฒนา ในวัยใกล้จะ 40 อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ที่ 6 ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จบการศึกษาปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2549 และสำเร็จปริญญาโท ส่งเสริมการเกษตร ปี พ.ศ. 2554 จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน คุณสมญาให้ความสนใจกับโกโก้ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2542 อยากศึกษาค้นคว้าทำรายงานเรื่องโกโก้ แต่แหล่งข้อมูลมีน้อยและการเข้าถึงข้อมูลในตอนนั้นยังหาได้น้อยมาก อีกทั้งต้นพันธุ์ก็หายาก จึงทำให้ความสนใจอยากได้โกโก้มาปลูกลดลงไป เมื่อยังไม่มีต้นโกโก้มาปลูก จึงหารายได้ด้วยการปลูกมะนาวในวงบ่อ ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ทำโรงเพาะเห็ดหอม ผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูก

ต่อมาได้รู้จักกับลูกชาย อาจารย์เมืองแก้ว ชัยสุริยะ คือ คุณธีระพล อาจารย์เมืองแก้วนั้น อดีตเป็นนักวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร อดีตผู้อำนวยการสถานีทดลองพืชสวนหลายแห่ง ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อำนวยการ สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี จังหวัดเชียงราย อาจารย์เมืองแก้วเคยทดลองปลูกโกโก้บนดอยปลูกปนกับกาแฟ ที่บ้านป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จให้เป็นที่น่าพอใจ เพราะปลูกแซมกับกาแฟ จึงทำให้ไม่ได้รับแสงแดดเต็มที่ การเจริญเติบโตเป็นไปได้ช้า

ชาวสวนลิ้นจี่ที่เส้นทางไปอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ปลูกโกโก้แซมไว้ในสวนลิ้นจี่ที่มีแสงแดดรำไร แสงแดดประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ทำให้โกโก้ข้อยืด หลังตัดแต่งลิ้นจี่แล้วทำให้โกโก้ออกดอกดี

อาจารย์เมืองแก้ว มีความประสงค์ที่จะให้กาแฟกับโกโก้ได้อยู่คู่กันในภาคเหนือ เนื่องจากช่วงเวลานั้นมีข่าวว่าทางภาคใต้ได้ลดความนิยมในการปลูกโกโก้และปริมาณการผลิตในประเทศก็มีน้อย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศแต่ละปีในปริมาณสูง จึงเป็นการดีที่จะนำมาปลูกในภาคเหนือหรือทั่วประเทศ และเพื่อให้พืชทางเลือกแก่เกษตรกร ประมาณปี พ.ศ. 2549 อาจารย์เมืองแก้วเมื่อทราบว่า คุณสมญา สนใจเรื่องโกโก้จากลูกชาย จึงให้ต้นกล้าโกโก้พันธุ์ชุมพร 1 มาจำนวน 100 ต้น มาทดลองปลูกไว้ที่บ้านหมู่บ้านหน้อย ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และประมาณ 70 ต้น ที่เหลือแบ่งให้เพื่อนมีสวนอยู่ใกล้กันไปปลูก

การปลูกโกโก้และการดูแลรักษาตามแนวปฏิบัติของคุณสมญา

การปลูกโกโก้ให้มีระยะห่างระหว่าง 3×3 เมตร รองก้นด้วยปุ๋ยคอกหมักประมาณ 1 ลิตร กับปุ๋ยสูตร 25-7-7 ประมาณ 1 ช้อนแกง ผสมคลุกเคล้ารองหลุมปลูก โกโก้ปลูกง่ายมาก แต่ช่วงแรกปลูก และช่วงให้ผลผลิตจะต้องการน้ำมาก การให้น้ำจะให้เมื่อฝนไม่ตก ให้น้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โกโก้เป็นพืชที่ชอบน้ำและทนน้ำท่วม สังเกตได้จากพื้นที่น้ำขังแฉะเป็นเดือนไม่เหี่ยวเฉาตาย แต่กลับเจริญงอกงาม สามารถทนน้ำท่วมได้นานถึง 5 เดือน โกโก้เป็นพืชที่ต้องการร่มเงาเมื่อขณะต้นยังเล็กชอบแสงแดดรำไร แต่ถ้าอยู่กลางแจ้งจะเจริญเติบโตช้าในช่วงแรก ในร่มรำไรจะเจริญเติบโตได้ดีกว่า ต้นอยู่กลางแจ้งออกผลดกกว่าต้นที่อยู่ในที่ร่มรำไร ถ้าร่มมากเกินไปจะออกดอกช้า ได้ผลน้อยมาก

การให้ปุ๋ย ช่วงแรกปุ๋ยคอกปีละครั้ง ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ใช้สูตร 25-7-7 เข้าปีที่ 3 จึงใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-6 ครั้งละ 2 กำมือ

ต้นกล้า
ผลโกโก้บนต้น

โรคแมลงและศัตรูของโกโก้มีน้อยมาก อาจเป็นว่าลักษณะของใบค่อนข้างใหญ่และแข็ง ขนาดมดแดงยังค่อยอยากมาทำรัง มีแมลงกัดกินน้อย แต่อาจมีหนอนเจาะลำต้นทำให้ยืนต้นตายได้ ต้องคอยสังเกตเมื่อพบขุยเนื้อไม้ที่หนอนเจาะตามต้นปรากฏให้เอาก้นบุหรี่ชุบน้ำอุดรู หนอนจะตาย สัตว์ศัตรูตัวฉกาจคือกระรอก ชอบมากินลูกโกโก้ระยะที่ผลห่าม

การตัดแต่งมีการตัดแต่งบ้างเป็นบางครั้ง แต่ถ้าต้นใดดูแล้วมียอดกิ่งก้านจะสูงขึ้นทำให้การเก็บจะลำบากจึงตัดแต่งต้นนั้น ตัดแต่งให้ทรงกางฝ่ามือหงายต้นจะได้เตี้ยเพื่อจะเก็บผลง่าย

หลังจากนั้น เพียง 3 ปี โกโก้ก็ให้ผล ซึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวผลต่อไปได้ทุก 15 วันตลอดทั้งปี จากผลผลิตโกโก้ที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ในปี พ.ศ. 2555 คุณสมญา จึงปรึกษากับพ่อและแม่คือ คุณสมนึก และ คุณกาวิลยา สอนวัฒนา ถึงการแปรรูปโกโก้ คุณสมญาได้ศึกษาค้นคว้าถึงขั้นตอนต่างๆ ในการแปรรูปโกโก้ และทดลองทำกันเองในครอบครัว

ผู้เขียน กับ คุณสมนึก สอนวัฒนา พ่อของคุณสมญา

ขั้นตอนเริ่มจากการเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากโกโก้เป็นพืชอุตสาหกรรมที่กระบวนการแปรรูปไม่ต่างไปจากกาแฟมากนัก ดังนั้น จึงต้องเริ่มจากการหมัก การตาก การกะเทาะเปลือก การคั่ว และการแปรรูป

การเก็บเกี่ยว ผลโกโก้เป็นผลกลมยาวรีปลายแหลมและผลป้อมรีปลายไม่แหลม ผลห้อยลงตามกิ่งและลำต้น ผลมีความกว้างประมาณ 7-11 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 12.5-22 เซนติเมตร ผิวผลแข็งขรุขระ เมื่อผลแก่มีเปลือกผลสีเหลืองอ่อนๆ ปล่อยให้มีสีเหลืองทั้งผลประมาณ 70-80% ซึ่งผลจะเป็นไม่อ่อนไม่แก่เกินไป เก็บระยะนี้จะได้เมล็ดที่คุณภาพดี ถ้าปล่อยให้แก่เหลืองทั้งผล เมล็ดจะแก่จัดและเริ่มจะงอกอยู่ในผลเมื่อนำมาหมักมักจะเกิดเชื้อราเขียวเข้าไปภายในเมล็ด และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายทั้งชุดที่หมักก็ได้จนต้องทิ้งทั้งชุด วิธีเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรคมๆ ตัดขั้วผล เนื่องจากขั้วโกโก้เหนียวมาก เก็บด้วยการดึงผลจนเปลือกฉีกเป็นแผลบริเวณนั้นจะไม่ออกดอก

ผลโกโก้มีเมล็ดประมาณ 20-60 เมล็ด เรียงเป็นแถว 5 แถว ยาวตามแกนกลางของผล ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี มีขนาดกว้างประมาณ 1.2-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2 -2.5 เซนติเมตร มีเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวลื่นๆ คล้ายกับเนื้อของกระท้อนที่หุ้มเมล็ดสีน้ำตาล เนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดมีรสมันหวานนิดๆ ส่วนนี้เป็นที่ชื่นชอบของกระรอกที่มาเจาะผลเข้าไปกินทำความเสียหายทั้งผล

เมล็ดโกโก้อบแห้ง

การหมัก เมื่อเก็บผลโกโก้มาแล้ว ผ่าผลแกะเมล็ดออกจากผล นำเมล็ดมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาว มาหมักในตะกร้าหรือเข่งพลาสติกบุรูตะกร้าด้วยใบตองโดยรอบและปิดมิดไม่ให้น้ำเข้าหรือความชื้นเข้าได้ คอยคนเพื่อกลับพลิกขึ้น การหมักนั้นห้ามล้างเมล็ดและห้ามให้น้ำถูกเมล็ดอย่างเด็ดขาด หมักทิ้งไว้ 2-3 วัน การหมักเพื่อให้ได้เมล็ดโกโก้ที่มีกลิ่น รส และคุณภาพที่ดี

การตาก เป็นการทำเมล็ดให้แห้ง อาจใช้การตากแดดหรือเตาอบ การตากแดดให้ตากบนเสื่อหรือบนลานซีเมนต์ อย่าให้เมล็ดวางทับกันหนามาก ให้หนา 2-3 เซนติเมตร เพื่อจะให้เมล็ดได้แห้งสนิททั่วทั้งเมล็ด การตากแดดใช้เวลา 2-3 วัน และต้องคอยกลับเมล็ด อย่าให้โดนฝนระหว่างการตาก หลังจากการตากจนเมล็ดแห้งดีแล้ว เมล็ดจะต้องมีความชื้นไม่เกิน 7.5% ภายในเมล็ดจะเปลี่ยนสีเป็นสีโกโก้หรือสีน้ำตาลอ่อน จากนั้นใส่เก็บไว้ในกระสอบรอการแปรรูปต่อไป

การคั่ว เมล็ดโกโก้แห้งจะถูกนำมาคั่วประมาณ 10-30 นาที ที่อุณหภูมิ 120-130 องศาเซลเซียส ถ้าคั่วจำนวนน้อยใช้เตาไมโครเวฟก็ได้ ขั้นตอนการคั่วมีผลกระทบต่อรสชาติสุดท้ายของโกโก้ด้วย

การสี หรือ การกะเทาะเปลือกหุ้มเมล็ด หลังจากคั่วเสร็จแล้วจึงนำมาสีหรือกะเทาะเปลือกหุ้มเมล็ดเพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดหลุดออกไป เมล็ดจากการสีหรือกะเทาะจะแตกออกเปลี่ยนไปจากรูปร่างเดิม สีด้วยเครื่องสีที่ดัดแปลงขึ้นมาเอง เริ่มแรกทดลองทำไม่มากใช้การบี้แกะด้วยมือ

เครื่องบดโกโก้

การบด เริ่มแรกใช้ครกตำ ต่อมาใช้เครื่องปั่นแห้ง หลังจากนั้น ใช้เครื่องบดหินซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้สำหรับการบดเมล็ดโกโก้คั่วโดยเฉพาะ จึงทำให้ได้เนื้อโกโก้ (cocoa mass) ที่สามารถนำมาทำช็อกโกแลตได้คุณภาพสูง เมื่อบีบเนื้อโกโก้เอาน้ำจะได้เนยโกโก้ (cocoa butter) จากนั้นนำกากเนื้อโกโก้ที่เหลือจากการบีบแล้วไปปั่นละเอียดจนเป็นผงคล้ายแป้งเป็นโกโก้ผง (cocoa powder) สำหรับชงดื่มต่อไป ถ้าเป็นช็อกโกแลตเกรดสูงจะไม่มีแยกไขมันหรือเนยออก

ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นเองจากโกโก้

เมล็ดโกโก้อบแห้งแบบแกะเปลือก ได้รับคำแนะนำจากคุณธีระพล ให้ลองทำ เนื่องจากในจากต่างประเทศนิยมรับประทานกัน แต่เมืองไทยยังถือเป็นของใหม่ไม่มีใครทำกัน อบแห้งโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงรสแต่งรสชาติแต่อย่างใด เวลาจะรับประทานบี้หรือแกะเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งหลุดออกอย่างดายไม่ต่างอะไรกับแกะเปลือกถั่วปากอ้าคั่ว เมล็ดโกโก้อบแห้งแล้วบรรจุในถุงพลาสติกสุญญากาศ น้ำหนัก 100 กรัม ถุงบรรจุออกแบบสวยงามให้ง่ายต่อการฉีกเปิดออก รสชาติหอมมัน ติดรสขมไม่มาก ฝรั่งนักท่องเที่ยวในเชียงใหม่นิยมรับประทาน นอกจากฝรั่งนักท่องเที่ยวแล้วคนไทยก็ชอบซื้อไปเป็นของฝาก เนื่องจากเป็นสินค้าแปลกใหม่ สรรพคุณทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย ลดการง่วงนอนเหมาะกับที่จะรับประทานขณะขับรถยนต์ และพวกผู้ชายยังเชื่อว่าช่วยเพิ่มจำนวนน้ำเชื้ออสุจิ ทำให้รู้สึกคึกคัก ผู้ชายจึงนิยมรับประทานกัน สำหรับผู้ที่เคยรับประทานแล้วบอกว่ากินเพียงวันละ 4-5 เม็ด จะให้ความรู้สึกว่าเหมือนอยากสูบบุหรี่

ช็อกโกแลตโฮมเมด ใช้เมล็ดโกโก้ที่คั่วและกะเทาะเปลือกแล้วเข้าเครื่องบดจนได้เนื้อโกโก้ (cocoa mass) นำเนื้อโกโก้แมสมาอุ่นจนละลาย ผสมกับน้ำตาลมะพร้าวปั่นจนละเอียด ผสมให้เข้ากันแล้วเทใส่พิมพ์ แช่ตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง ก็จะได้ช็อกโกแลตโฮมเมด แกะรับประทานได้ต่อไป ส่วนการทำช็อกโกแลตนมนำเนื้อโกโก้แมสมาอุ่นจนละลาย ผสมกับน้ำตาลมะพร้าวปั่นเติมนมผงปั่นจนละเอียดผสมให้เข้ากันแล้วเทใส่พิมพ์ แช่ในตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง เช่นกัน

ผลิตภัณฑ์และสินค้าที่คุณสมญามีจำหน่าย ได้แก่ เมล็ดโกโก้อบแห้ง, โกโก้กะเทาะเปลือก (cocoa nibs) เนื้อโกโก้ รับทำช็อกโกแลตโฮมเมด, โกโก้ผง, ช็อกโกแลตเจ (vaggiechoco) และจะผลิตเนยโกโก้ในอนาคต ยังจำหน่ายต้นกล้าพันธุ์และผลโกโก้ พร้อมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบดเมล็ดโกโก้

คุณสมญา ได้สร้างเครือข่ายผู้ปลูกโกโก้ มีตัวแทนรับซื้อในแต่ละจังหวัดทั่วภาคเหนือตอนบน มีพื้นที่เพาะปลูก ประมาณ 2,000 กว่าไร่ อยู่ที่เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน แม่ฮ่องสอน (ปาย) และน่าน เฉพาะที่น่านมีพื้นที่เพาะปลูก ประมาณ 1,000 ไร่ มีเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการปลูกโกโก้ ประมาณ 300 ราย รับซื้อผลสดในกิโลกรัมละ 5 บาท ตอนนี้ผลผลิตจากเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการยังไม่ออก โดยตัวแทนรับซื้อจะหมักและตาก จากนั้นบรรจุใส่กระสอบส่งมาให้คุณสมญา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างอาคารขนาดเล็กเพื่อจะใช้เป็นโรงแปรรูปโกโก้รองรับผลผลิตโกโก้จากเกษตรกรที่กำลังจะออกมา ด้านการตลาดในอนาคตมีการติดต่อกับทางต่างประเทศร่วมกับคุณธีระพล

เมื่อผลผลิตในแหล่งส่งเสริมการปลูกโกโก้แต่ละพื้นที่เริ่มออกมาเป็นจำนวนมาก เขาเริ่มย่างก้าวจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนเล็กๆ กำลังขึ้นสู่อุตสาหกรรมเกษตรอย่างเต็มตัว ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรในภาคเหนืออีกหลายราย

ปัจจุบัน มีการทดลองผลิตภัณฑ์ในตลาดค้าปลีก ที่ร้าน aggie hut และร้านค้าคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้ง 2 ร้านอยู่ใกล้กับร้านค้าโครงการหลวงดอยคำ คณะเกษตรศาสตร์ และทางออนไลน์

ผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ คุณสมญา (089) 951-5843 หรือ คุณสมนึก (081) 162-3383

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560

บทความก่อนหน้านี้เลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน ใช้พื้นที่น้อย ต้นทุนต่ำ รายได้ดี คุณภาพแน่นที่บางปะกง
บทความถัดไปจากพนักงานบริษัท…สู่เกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน ที่ทำรายได้ 4-6 ล้านบาท/ปี