3 ขั้นตอน คัดเมล็ดมะละกอ ไว้ทำพันธุ์ปลูก ง่ายๆ แค่นี้

มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก  หากใครมีพื้นที่ว่างอยากชวนปลูกมะละกอเป็นไม้ผลประจำบ้าน  แค่หาซื้อผลมะละกอสุกมาผ่าเก็บเมล็ดสำหรับปลูก แต่เกษตรกรมือใหม่บางคน เลือกซื้อมะละกอสุกผลใหญ่ เนื้อหนามาผ่าเมล็ดไว้ปลูก เมื่อครบอายุเก็บเกี่ยว กลับได้ผลผลิตแตกต่างจากต้นพันธุ์เดิม เพราะได้ผลเล็ก เนื้อบาง ไม่มีเมล็ด หากใครเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ขอแนะนำให้หันกลับมาเรียนรู้ธรรมชาติของต้นมะละกอใหม่อีกสักครั้ง

ต้นมะละกอมี 3 ชนิด

โดยทั่วไป ต้นมะละกอสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ

1. ต้นเพศเมีย มีดอกขนาดเล็ก ลักษณะกลม ป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมและมีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน เนื้อผลบาง ไม่มีเมล็ด

2. ต้นเพศผู้ ออกดอกสีขาวเป็นช่อ ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ไม่ติดผล ดอกจะร่วงหมดทั้งช่อ

3. ต้นกะเทย ลักษณะดอกอวบอ้วน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อหนา รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด

วิธีคัดเมล็ดมะละกอไว้ทำพันธุ์

หากใครต้องการคัดเมล็ดมะละกอจากผลที่ซื้อมารับประทานไว้ทำพันธุ์  ขอแนะนำให้เลือกซื้อมะละกอผลใหญ่ สมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลงศัตรูทำลายหรือติดมา เมื่อคัดผลที่ได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว ให้นำผลมะละกอมาตัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนหัว ส่วนกลาง และส่วนท้ายหรือก้น นำเมล็ดจากเฉพาะส่วนกลางของผล ให้ใช้ช้อนขูดออกเบาๆ จนหมด ล้างในน้ำสะอาด บีบส่วนที่เป็นเมือกใสๆ ออก ล้างน้ำอีกหลายครั้งจนพอใจ

หลังจากนั้น นำเมล็ดมะละกอขึ้นผึ่งบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ แล้วเทลงบนกระดาษซับน้ำหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้ เกลี่ยเมล็ดกระจายออก อย่าให้ทับกัน ผึ่งลมไว้อีก 3-4 วัน ให้แห้งสนิทดี แล้ว จึงค่อยคัดเอาเฉพาะเมล็ดที่มีสีดำเท่านั้น ส่วนเมล็ดสีน้ำตาลคัดทิ้งไป

เมล็ดมะละกอสีดำเมื่อนำไปทำพันธุ์ปลูกจะได้ต้นกะเทยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หากบังเอิญมีต้นเพศเมียหรือต้นเพศผู้หลงติดมาก็อย่าได้ตกใจ คุณสามารถเปลี่ยนเพศมันได้ด้วยวิธีใช้มีดสะอาดและคม ตัดคอต้นเพศเมียหรือต้นเพศผู้ให้ขาด เหลือใบไว้เพียง 2-3 ใบ บำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วยน้ำปัสสาวะเจือจางด้วยน้ำ หรือรดด้วยปุ๋ยยูเรียละลายน้ำสะอาดทุกสัปดาห์ ในไม่ช้าต้นมะละกอต้นดังกล่าวจะแตกยอดที่สมบูรณ์ และให้ผลเป็นต้นกะเทย 100 เปอร์เซ็นต์  เมื่อนำไปปลูกจะได้ มะละกอขนาดผลใหญ่ เนื้อหนา และรสหวาน ถูกใจคนปลูก คนซื้อทุกประการ

 

วันพฤหัสที่ 25 เมษายน พ.ศ.2562

บทความก่อนหน้านี้“กะเพรา” ปลูกง่าย ขายดีสุดยุคนี้ ตอบโจทย์ สมุนไพรต้านไวรัส โควิด-19
บทความถัดไป“ดอกไพรีทรัม” สารฆ่าแมลงด้วยวิถีธรรมชาติปลอดภัยต่อคน-สัตว์ มากที่สุด