เคล็ดลับ ปลูกองุ่น ให้ได้เงินล้าน ของ ไร่ภูพิบูลย์ สระบุรี

หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ คุณแจ๊ส-รัชนีวรรณ คนหมั่น เจ้าของไร่องุ่นภูพิบูลย์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่

ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น คุณแจ๊ส บอกว่า พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม

1

ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง คุณแจ๊ส ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้เสาปูน เหล็กแป๊บ เป็นโครงสร้างหลักในการก่อสร้าง หลังทำเสาร้านองุ่นเสร็จก็ต้องขึงเชือกเหมือนกับสวนองุ่นทั่วไป ที่นี่ปลูกองุ่นในระยะห่าง ต้นละ 1.20 เมตร ดูแลจัดการผลผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่ที่เข้าสู่ตลาดเป็นสินค้าเกรดเอ ขายได้ราคาดี

ภายหลังการเก็บเกี่ยวในแต่ละครั้ง คุณแจ๊ส จะปล่อยให้ต้นองุ่นพักตัวระยะหนึ่ง ประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ต้นองุ่นได้สร้างอาหารสะสมไว้ในต้น เพื่อใช้สำหรับออกดอกในครั้งต่อไป ในช่วงที่ต้นองุ่นพักตัว ไม่ต้องดูแลมากนัก แค่ให้น้ำเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ดินแห้งจนเกินไป จากนั้นจึงค่อยตัดแต่งกิ่งรอบใหม่

เนื่องจาก อำเภอมวกเหล็ก มีสภาพอากาศดีมาก ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง คุณแจ๊ส จะใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น โดยพิจารณาจากภาวะอากาศเป็นหลัก เมื่อสภาพอากาศเย็น เสี่ยงต่อการเกิดเพลี้ยไฟ และราน้ำค้าง ก็จะเริ่มใช้ยา หากเจอปัญหาเพลี้ยไฟจะฉีดพ่นยาฟอรั่ม น้ำหนัก 15 กรัม/น้ำ 1 ปี๊บ ส่วนปัญหาราน้ำค้างมักเจอในช่วงที่ดอกองุ่นกำลังบาน และมีปัญหาราเข้าช่อ จะใช้วิธีฉีดยากันราน้ำค้างล่วงหน้า ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

2

สวนองุ่นโดยทั่วไปจะนิยมให้ปุ๋ย-ฮอร์โมน 2 ตัว เพื่อเร่งการเติบโตของผลองุ่น แต่คุณแจ๊สทุ่มทุนใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตถึง 5 ตัว พร้อมกัน โดยเริ่มจาก ให้ปุ๋ย สูตร 16-16-16 เพื่อช่วยขยายลูกองุ่นให้มีผลโต และเติมปุ๋ย สูตร 13-13-21 เพื่อช่วยเพิ่มความหวาน โดยเติมปุ๋ยทุกๆ 15 วัน ให้อาหารเสริมที่ผลิตจากสาหร่าย เพื่อช่วยสร้างเปลือก พร้อมเติมแคลเซียม เพื่อช่วยสร้างเนื้อองุ่น และให้อาโทนิค เพื่อช่วยให้ผลองุ่นมีขั้วแข็งแรง และสุดท้ายให้  จิบเบอเรลลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืช เพื่อช่วยให้องุ่นมีผลยาว

4

ช่วงที่ผลองุ่นเริ่มเข้าสี คุณแจ๊ส จะคอยดูแลให้น้ำวันเว้น 3 วัน/ครั้ง เพื่อให้ต้นองุ่นสร้างน้ำตาล น้ำหนักดี และมีสีสวย องุ่นของที่นี่มีคุณภาพดี เกรดเอ ขายได้ราคาดี โดยมีราคาขายส่งกิโลกรัมละ 100 บาท เมื่อพ่อค้ารับผลองุ่นจากสวนแห่งนี้ไปวางขายในตลาดสด องุ่นจะยังคงความสด กรอบ อร่อย นานถึง 5 วัน โดยผลไม่เหี่ยวเฉา หากเก็บไว้ในตู้เย็น จะยังคงคุณภาพดียาวนานนับเดือนเลยทีเดียว

3“การปลูกองุ่นให้ประสบความสำเร็จ มีเคล็ดลับสำคัญ 3 ประการ คือ การตัดแต่งกิ่ง จังหวะตลาด และอากาศ สำหรับการตัดแต่งกิ่งครั้งแรกหรือมีดแรก หากมีการบริหารจัดการที่ดี ก็จะได้เงินทุนคืนทั้งหมด การเก็บเกี่ยวครั้งต่อมาที่เรียกว่า มีด 2-4 ก็ถือว่า เป็นผลกำไรแล้ว เกษตรกรที่เป็นมือเซียนจริงๆ จะต้องคำนวณมีดหนึ่งให้ออก หากโกยทุนในมีดแรกไม่ได้ ไม่ต้องหวังกำไรแล้ว” คุณแจ๊ส กล่าวในที่สุด      

บทความก่อนหน้านี้ชิวาวา สุนัขแสนรู้ ตัวเล็กแต่ใจใหญ่เกินร้อย
บทความถัดไปอบต.ออย จ.พะเยา ยกคณะดูงาน “ถั่งเช่า” เล็งผลักดันอาชีพเสริม