พิศักดิ์ ขำแก้ว จบเกษตร รักงานอิสระ เปิดร้านอาหาร ปลูกเมล่อน ที่วังน้ำเขียว โคราช

ผู้ใช้เส้นทาง หมายเลข นม.3052 ที่เชื่อมต่อระหว่างวังน้ำเขียวกับเขาใหญ่ จะคุ้นตากับ ร้านอาหาร Hills Country Steak & bbq ร้านนี้อยู่ใกล้กับที่พักรถ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง

เจ้าของร้านคือ คุณพิศักดิ์ หรือ คุณนิด ขำแก้ว บริเวณนั้นเรียกว่าบ้านบุเจ้าคุณ ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อสมัยยังเป็นหนุ่มน้อย หลังเรียนจบมัธยมต้นจากจังหวัดราชบุรี คุณนิดไปเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่เกษตรจันทบุรี จากนั้นมาจบระดับปริญญาตรีที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทางด้านบริหารธุรกิจเกษตร

คุณพิศักดิ์ ขำแก้ว และภรรยา

เก็บเกี่ยวประสบการณ์ มาลงตัวที่ ร้านอาหาร

หลังเรียนจบ คุณนิดทำงานเกี่ยวกับการเกษตรอยู่ 5-6 เดือน จากนั้นเข้าสู่บริษัทอุตสาหกรรม ทำเกี่ยวกับซับพลายเชน ตามที่ได้เล่าเรียนมา เขาเปลี่ยนที่ทำงาน 4-5 บริษัท ด้วยกัน ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ ด้วยเหตุนี้ บริษัทแม่ ได้ส่งเขาไปประจำในต่างประเทศ เช่น ที่สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ครั้งหนึ่ง 6 เดือน ถึง 1 ปี

เมื่อปี 2550 เขาลาออกจากงาน แต่ก็ยังรับเป็นที่ปรึกษาอยู่บ้าง สาเหตุที่ลาออกเขาอยากหางานอิสระทำ จึงมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่วังน้ำเขียว เริ่มต้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

เขามาทำร้านอาหาร Hills Country Steak & bbq

อาหารที่ร้าน

“ผมชอบทานสเต๊ก ตอนไปอยู่เท็กซัส อเมริกา รวมทั้งรัฐอื่นๆ ก็ได้ไปชิมสเต๊กขึ้นชื่อ ที่สำคัญมากนั้นผมได้ไปเรียนการทำสเต๊กจากเพื่อนที่อเมริกา เขามีธุรกิจทางด้านนี้ จึงมาเปิดร้าน” คุณนิด เล่า

งานขายร้านคุณนิดได้อิงฤดูกาลท่องเที่ยว คือช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม ช่วงนี้ยอดขายดีมาก แต่ผ่านเดือนมีนาคม เข้าสู่เมษายน ฝนเริ่มลง คนลดน้อยลง ก็ต้องพักการขาย

ก่อนหน้านี้ช่วงพัก คุณนิดพักจริงๆ มีขายกาแฟบ้าง ช่วงหลังจึงเริ่มคิดทำการเกษตร เพราะตนเองมีพื้นฐานทางด้านการเกษตร

 

ดูงานของเพื่อนมา 8 ปี มั่นใจจึงลงมือ

คุณนิด มองหางานเกษตรทำ แต่สุดท้ายมาลงเอยที่เมล่อน

เขาให้เหตุผลที่ปลูกเมล่อนว่า เป็นพืชใช้พื้นที่ปลูกน้อย ให้ผลตอบแทนสูง อายุสั้น แต่กว่าที่จะลงมือ เขาไปดูแปลงปลูกของเพื่อน คุณกิตติ แท่นเล็ก สวนไทยเมล่อน จังหวัดอ่างทอง ไปๆ มาๆ อยู่เป็นเวลา 8 ปี จึงเริ่มลงมือเมื่อเดือนตุลาคม 2559

อย่างที่บอกว่าเป็นพืชอายุสั้นนั่นแหละ เพียงปีเดียว เขาปลูกเมล่อนไป 3 รอบแล้ว

ต้นเจริญเติบโตดี

“ผมมี 3 โรงเรือน ใช้พื้นที่ 2 งาน เหตุที่ทำ 3 โรงเรือน เพราะพลาสติกม้วนหนึ่งซื้อมา ใช้กับโรงเรือน 3 โรงพอดี ไม่ขาดไม่เกิน ขนาดของโรงเรือน กว้าง 6.20 เมตร ยาว 30 เมตร โครงเป็นเหล็กแป๊บชุบกาวาไนท์ อยู่ได้ 30 ปี แต่พลาสติกม้วนหนึ่ง 30,000 บาท (3 หมื่น) อายุการใช้งาน 5 ปี แรกๆ ไปดูโรงเรือน ราคาโรงละ 60,000 บาท (6 หมื่น) มาทำจริง 100,000 บาท (1 แสน) ระบบน้ำทำต่างหาก ที่แพงขึ้นเพราะวัสดุขึ้นราคา” คุณนิด อธิบายเรื่องโรงเรือน

 

ปลูกโรงเรือนละ 420 ต้น

เมล่อนในโรงเรือน คุณนิดยกแปลง ใช้พลาสติกคลุม แล้วก็ปลูก มีเกษตรกรบางรายปลูกในถุง โดยใช้วัสดุผสมขึ้นมาใหม่ ซึ่งทั้งสองอย่างมีข้อแตกต่างกัน

การยกแปลงปลูก ดีตรงที่ในดินมีธาตุอาหารรองที่พืชขาดไม่ได้

ขณะที่ปลูกในถุง ผลแตงเล็กกว่าปกติ 10-20 เปอร์เซ็นต์

พันธุ์ที่ปลูกชื่อ “เอมี่” เป็นลูกผสมของสวนไทยเมล่อน ผลมีขนาด 1.5-2.5 กิโลกรัม เนื้อสีส้ม ผิวผลเป็นตาข่าย รสหวาน เนื้อกรอบ ความหวานเฉลี่ย 14 บริกซ์ แต่เคยสูงถึง 16 บริกซ์

พันธุ์อื่นมีเนื้อสีเขียว และพันธุ์ผิวสีเหลือง

 

ปลูกเมล่อนในโรงเรือนต้องช่วยผสมเกสร

“เมล่อนมีแขนงเยอะมาก ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียแยกกัน ซึ่งอยู่ตรงแขนง…ปลูกในโรงเรือนจำเป็นต้องช่วยผสมเกสร เราเลือกแขนงที่เป็นตัวเมีย แขนงที่ 8-12 รวมแล้ว 5 แขนงด้วยกัน ใช้เกสรตัวผู้มาผสม เมื่อติดแล้ว เลือกเอาแขนงเดียว เหลือไว้ลูกเดียวนั่นเอง เคยไว้ 2 มีค่าเท่ากับลูกเดียว เพราะลูกเล็ก”

คุณนิด อธิบายและบอกอีกว่า

“ตั้งแต่เพาะกล้าจนเก็บผลผลิตได้ ใช้เวลา 90 วัน ตั้งแต่เพาะกล้าจนนำลงปลูก ใช้เวลา 14 วัน ผมปลูกเมล่อนใช้ระยะระหว่างต้น 40 คูณ 40 เซนติเมตร โรงเรือนหนึ่งปลูกได้ 420 ต้น พื้นที่บางส่วนเป็นทางเดิน”

 

การดูแลสำคัญมาก

คุณนิด บอกว่า หากอยากปลูกเมล่อนแล้วไม่มีเวลาดูแล ให้ลูกน้องดูแลแทนจะไม่ประสบผลสำเร็จ

เรื่องของปุ๋ยสำคัญไม่น้อย เจ้าของให้ทุกวัน โดยผสมน้ำแล้วปล่อยไปกับสายน้ำ

เมล่อนระยะเล็กๆ (ต้นกล้า) ให้ปุ๋ย 0.5 กรัม ต่อต้น ต่อวัน เป็นสูตร 20-20-20

ระยะผสมดอก ใช้สูตร 20-20-20 จำนวน 1 กรัม ต่อต้น ต่อวัน

ระยะคัดลูก ใช้สูตร 20-20-20 จำนวน 1.5 กรัม ต่อต้น ต่อวัน

วิธีการคำนวณก็ไม่ยุ่งยาก ใช้น้ำ 200 ลิตร ผสมกับปุ๋ย 420 กรัม เมื่อปล่อยปุ๋ยไปตามสายน้ำ ก็จะได้ ต้นละ 1 กรัม เพราะแตงมี 420 ต้น ต่อโรงเรือน

เมื่อผลโต เปลี่ยนสูตรปุ๋ยบ้างคือ 13-0-46 บวกกับ 20-20-20 เพื่อขยายผล

ก่อนเก็บผลผลิต 2 สัปดาห์ ทำหวาน โดยใช้สูตร 0-0-50 จำนวน 150 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ให้ตามสายน้ำ

ปุ๋ยที่ใช้ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม ราคา 1,800 บาท

เนื้อสีส้ม

ถึงแม้ปลูกในโรงเรือน แต่หากมุ้งขาดก็มีพบศัตรูทำลาย ที่ผ่านมา ลูกน้องคุณนิดตัดหญ้า มุ้งขาด จึงมีการทำลาย แต่แก้ได้

“โรค มีพวกรา อย่าง ราแป้ง พบมากก็ใช้สารป้องกันกำจัดแบบอ่อนๆ ช่วงใดฝนเยอะโรคก็เยอะ ผมเคยผสมปุ๋ยและสารป้องกันกำจัดศัตรูเข้มเกินไป ในสภาพโรงเรือนแดดมีน้อย พออากาศเปลี่ยน แดดออก ใบเสียเลย เมล่อนใบเสียนี่หมดเลย ถึงมีลูกแล้ว ลูกไม่โต ไม่หวาน ผิวไม่สวย” เจ้าของเล่าเรื่องโรค

 

ผลิตตามออเดอร์

เนื่องจากคุณนิดมีคนรู้จักไม่น้อย ตั้งแต่ที่ทำงานเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมมาแล้ว เมื่อมาผลิตเมล่อน ก็บอกกันปากต่อปาก ผลผลิตจึงจำหน่ายได้ดี ที่เห็นอยู่ในโรงเรือน จองกันหมดแล้ว สนนราคาที่จำหน่าย กิโลกรัมละ 120 บาท เจ้าของรับประกันให้ ไม่หวาน หรือเสียหายส่งให้ใหม่

“ผมทำงานเกี่ยวกับการวางแผนมาก่อน…ตรงนี้จึงทำให้มีหมุนเวียน โรงเรือนหนึ่งปลูกได้ปีละ 3-4 ครั้ง เต็มที่ แต่ต้องพักดิน ปีหนึ่งจึงตก 3 ครั้ง หากปลูกได้ 3-4 ครั้ง ต่อปี สามารถคืนทุนโรงเรือนได้แล้ว จากนั้นก็กำไร…ในอนาคตยังน่าสนใจอยู่ เมล่อนคุณภาพในโรงเรือนยังมีความต้องการมาก…ผมทำงานทุกวันนี้มีลูกน้อง 1 คน ครอบครัวหนึ่งมีสามีและภรรยา ดูแลเมล่อนขนาดของผมได้ ต้องดูกันละเอียดมาก…สำหรับหน้าเทศกาล ผมก็ทำเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปขายหน้าร้าน อย่างช่วงปีใหม่ คนมาเที่ยวที่วังน้ำเขียวเยอะ” คุณนิด บอก

สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือซื้อผลผลิต ติดต่อได้ตามที่อยู่ หรือโทรศัพท์ (081) 834-0069 หรือ fb: melon startup

บรรจุส่งลูกค้า