หนุ่มประจวบฯ หันปลูกแตงร้าน แทนสวนยางฯ ให้ผลผลิตไว ลงทุนน้อย อยู่ได้แม้ราคาตก

คุณเอกนรินทร์ คงแท่น

แตงร้าน เป็นพืชที่ส่วนมากจะนำผลมารับประทานสดเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผักเครื่องเคียงที่รับประทานคู่กับน้ำพริก หรือเป็นผักเคียงที่เข้าได้กับอาหารหลากหลายเมนู นอกจากนี้ ยังมีการนำมาแปรรูปในรูปแบบการดอง ตลอดไปจนถึงนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงามได้อีกด้วย

จากความต้องการของผู้บริโภคที่ยังนิยมรับประทานอยู่นั้น จึงทำให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งทำให้ คุณเอกนรินทร์ คงแท่น อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มองเห็นถึงโอกาสของพืชชนิดนี้ เพราะเป็นพืชล้มลุกออกผลผลิตไว สามารถเก็บผลผลิตได้เร็วตามไปด้วย เกษตรกรผู้ปลูกจึงมีรายได้ทันใช้จ่าย ไม่ต้องรอผลผลิตนานเป็นแรมปีเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อีกด้วย

ปรับเปลี่ยนสวนยางพารา
มาปลูกพืชล้มลุก

คุณเอกนรินทร์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับทางด้านช่าง ต่อมามีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในช่วงนั้นก็ได้มีสวนยางพาราเป็นสิ่งที่ครอบครัวทำเป็นอาชีพกันมาอย่างยาวนาน เมื่อประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของราคา เขาถึงได้คิดปลูกพืชที่มีอายุสั้นมาปลูก เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีทันใช้กับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน

“พอเริ่มที่จะปลูกพืชชนิดอื่น ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปลูกพืชล้มลุก เพราะสมัยที่เด็กๆ ก็เคยเห็นแม่ปลูกไว้กินในครัวเรือน ไม่ได้ทำจริงจังอะไร เราก็คิดว่าพืชชนิดนี้ น่าจะใช้เวลาสั้นกว่าทำอย่างอื่น ก็เลยเริ่มที่จะมาปลูกแบบนี้ให้มากขึ้น ก็จะมีแตงโม ฟักทอง แตงร้าน พอปลูกมาได้สักระยะ แตงร้านตลาดมีความต้องการ ก็เลยปลูกแตงร้านตั้งแต่นั้นมา” คุณเอกนรินทร์ เล่าถึงความเป็นมา

จากสิ่งที่ได้พบเห็นตั้งแต่ครั้งเป็นเด็กที่ดูจากพ่อแม่ทำ จึงทำให้การปลูกพืชล้มลุกเป็นสิ่งที่เขาทำแล้วประสบผลสำเร็จ และผลิตสินค้าตามที่ตลาดตั้งการอีกด้วย

ใช้เวลาปลูก 35-40 วัน
ก็มีผลให้เก็บจำหน่ายได้

ในขั้นตอนของการเตรียมแปลงนั้น คุณเอกนรินทร์ บอกว่า จะใช้รถไถพรวนหน้าดินก่อน โดยยกหน้าดินให้เป็นสันแปลงสูงขึ้นจากหน้าดินเล็กน้อย เพื่อที่เวลาฝนตกมากๆ น้ำก็จะไม่ท่วมบริเวณแปลงที่ปลูกแตงร้าน ในระหว่างที่เตรียมแปลงจะนำปุ๋ยคอกมาใส่ผสมลงไปในแปลงด้วย เพื่อให้ดินมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

จากนั้นนำต้นกล้าของแตงร้านที่เพาะไว้ มาปลูกลงในแปลงที่เตรียมจนเสร็จแล้ว ซึ่งต้นกล้าที่นำมาปลูกจะมีอายุประมาณ 5-7 วัน

ปลูกต้นกล้าแตงร้านให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 80-100 เซนติเมตร และระยะแถว 1.50 เมตร พร้อมทั้งภายในแปลงจะสร้างร้านสำหรับให้ต้นเลื้อยขึ้นไปในระหว่างที่เจริญเติบโต จากนั้นรดน้ำดูแลตามปกติ เมื่อแตงร้านเริ่มมีอายุประมาณ 10 วัน จะใส่ปุ๋ยและฉีดฮอร์โมนเสริมเข้าไปให้ต้นมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

“พอได้อายุที่กำหนด ก็ใส่ปุ๋ย สูตร 21-0-0 เพื่อบำรุงต้นและใบ จากนั้นนับไปอีก 15 วัน ก็จะเปลี่ยนเป็นใส่ปุ๋ย สูตร 14-14-21 เพื่อเตรียมพร้อมให้พืชแทงตาดอก จากนั้นก็รอเก็บผลผลิต เพราะแตงร้านจะใช้เวลาประมาณ 35-40 วัน ก็จะมีผลแตงชุดแรกออกมาให้เก็บขายได้ โดยหลังจากที่เก็บชุดแรกไปแล้ว ก็จะใส่ปุ๋ยบำรุงเข้าไปทุก 7 วันครั้ง ซึ่งแตงร้านที่ปลูกจะเก็บขายได้ประมาณ 30 ครั้ง จากนั้นก็จะถอนทิ้งแล้วเริ่มปลูกใหม่ทั้งหมด” คุณเอกนรินทร์ บอก

มีพ่อค้าแม่ค้า มารับซื้อถึงหน้าสวน

ซึ่งการส่งจำหน่ายให้กับตลาดนั้น คุณเอกนรินทร์ บอกว่า จะส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ตามตลาดแถวบ้านก่อน ต่อมาเมื่อเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น ก็จะเริ่มมีลูกค้ามาติดต่อขอรับซื้อถึงที่หน้าสวน โดยให้ราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 10-18 บาท ซึ่งราคาสามารถขึ้นลงได้ตามกลไกตลาด

“แตงร้าน ต้องบอกก่อนว่า ราคาสามารถขึ้นลงได้ตามกลไกของตลาด ช่วงที่ราคาต่ำสุดเคยขายได้อยู่ กิโลกรัมละ 5 บาท ขึ้นไปสูงสุดก็ กิโลกรัมละ 18 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาแล้ว ก็ยังถือว่ายังได้ผลกำไรอยู่ แม้ราคาจะลงไปต่ำสุด เพราะการลงทุนเราลงทุนทีเดียว ไม้คานที่ทำร้านก็อยู่ได้เป็น 3 ปี อะไรที่เก่าเราก็ค่อยๆ เปลี่ยน ก็ทำให้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก เท่ากับการปลูกแต่ละครั้งไม่ได้ลงทุนเยอะ ก็ยังสามารถมีกำไรได้ แม้จะเป็นช่วงได้ราคาน้อยก็ตาม” คุณเอกรินทร์ บอก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกแตงร้านเป็นอาชีพ คุณเอกนรินทร์ แนะนำว่า สิ่งแรกที่ต้องมีคือเรื่องของการมีใจรัก เพราะถ้ามีใจรักในด้านการทำเกษตรแล้ว ไม่ว่าจะปลูกพืชผักชนิดไหนก็แล้วแต่ ก็สามารถประสบผลสำเร็จได้แน่นอน และที่สำคัญหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ผลผลิตทางด้านการเกษตรก็จะให้ผลกำไรตอบแทนกลับมาได้อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเอกนรินทร์ คงแท่น หมายเลขโทรศัพท์ (080) 608-5373

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ ระยอง สั่งลุย อาหารปลอดภัยรองรับอีอีซี
บทความถัดไปชาวแม่ใจปลื้ม พบแหล่งฟักไข่เต่านาในพื้นที่หนองเล็งทราย เร่งประชาสัมพันธ์กันพื้นที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อการศึกษาเรียนรู้