ปลูกกะหล่ำปลี ในดินแดนสะตอ ใครว่าปลูกไม่ได้

หากคิดถึงภาพภูเขาที่เต็มไปด้วยไร่กะหล่ำปลี แน่นอนว่าทุกท่านจะนึกถึงภาพบรรยากาศของพื้นที่ภูเขาในแถบภาคเหนือ ที่มีอากาศหนาวเย็น เอื้อต่อการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฮิตมากๆ คือ ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

แต่ใครจะรู้ว่า มีเกษตรกรที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการปลูกกะหล่ำปลีอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโครงการลุ่มน้ำปากพนัง มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น

โดยปกติแล้ว กะหล่ำปลี ที่เราบริโภคกันอยู่นั้น ผลผลิตได้มาจากภาคเหนือ และนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งกว่าจะเดินทางมายังผู้บริโภคในแถบภาคใต้ ส่งผลให้กะหล่ำปลีไม่สด ใหม่ มีราคาสูงจากราคาต้นทุนการขนส่ง

ด้วยเหตุนี้เอง คุณเมษายน คงสำราญ เกษตรกรหัวไวใจสู้ จากตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ริเริ่มนำกะหล่ำปลีเข้ามาปลูกในพื้นที่ ตั้งแต่ ปี 2527 โดยคุณเมษายน กล่าวให้ฟังว่า

“ได้เดินทางไปยังภาคเหนือแล้วเห็นแปลงปลูกกะหล่ำปลี จึงมีแนวคิดริเริ่มนำมาปลูกในพื้นที่ของตน โดยทดลองนำเมล็ดพันธุ์ที่มีขายในท้องตลาดมาทดลองปลูก จนได้พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสภาพภูมิอากาศ ในตอนนั้นมีเกษตรกรเพื่อนบ้านที่สนใจร่วมปลูก 3-4 ราย”

ในระยะแรกประสบปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากจำหน่ายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ ต่อมาจึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร โดยมีแนวคิดปลูกเอง ขายเอง ทำให้สามารถกำหนดราคาเองได้ และเริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดในพื้นที่

วิธีการดูแล โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ย ได้รับคำแนะนำจากคุณเมษายนว่า เมื่อปลูกต้นกล้าได้ 7 วัน ใส่ปุ๋ย สูตร 25-7-7 จำนวนครึ่งช้อนชา ต่อต้น เมื่ออายุได้ 15 วัน ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 จำนวนครึ่งช้อนชา ต่อต้น เมื่ออายุ 40 วัน ใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 จำนวนครึ่งช้อนชา ต่อต้น ส่วนปุ๋ยคอก ใส่ช่วงที่เตรียมดิน

ผลผลิตกะหล่ำดอก

คุณเมษายน อธิบายว่า…กะหล่ำปลีที่ปลูก ใช้พันธุ์เดียวกับที่ปลูกทางภาคเหนือ อายุการเก็บเกี่ยว 55 วัน ผลผลิตที่ได้น้ำหนักเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม ต่อหัว

“สามารถปลูกได้ทั้งปี ผลผลิตกะหล่ำปลี รสชาติหวาน กรอบ ศัตรูที่พบมีหนอนใยผัก สามารถป้องกันกำจัดได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด” คุณเมษายน บอก

ปัจจุบันนี้ มีการรวมกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกกะหล่ำปลีในตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 10 ราย มีพื้นที่ปลูกกว่า 30 ไร่ ผลผลิต 4-5 ตัน ต่อไร่ สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรและสมาชิกจากการจำหน่ายกะหล่ำปลี และแขนง กว่า 80,000 บาท ต่อไร่ ต่อ 1 รุ่นการปลูก ซึ่งใน 1 ปี สามารถปลูกได้ถึง 3 ครั้ง

เกษตรกรท่านใดสนใจ ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ คุณเมษายน คงสำราญ โทร. (082) 275-9974 หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. (075) 446-164

บทความก่อนหน้านี้พี่รักสุขภาพประชาชนจริงหรือ สิ่งที่ผู้บริโภคต้องตื่นรู้ และเข้าใจเกษตรกร กับสารพาราควอต และไกลโฟเซต
บทความถัดไปสศก. แจงแผนใช้จ่ายงบปี 62 ไปพลางก่อน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ ก่อน พ.ร.บ.งบปี 63 ประกาศใช้