เทคนิคการผลิตสับปะรดที่ดี

การปลูกสับปะรดให้ได้ผลดี ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกพื้นที่ปลูก ต้องสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 600 เมตร มีความลาดเอียงเล็กน้อย หากปลูกสับปะรดบรรจุกระป๋อง จำเป็นต้องอยู่ใกล้โรงงาน

ดินปลูก ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี หน้าดินลึก หากมีอินทรียวัตถุระดับปานกลางขึ้นไปยิ่งดี ดินมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ระหว่าง 4.5-6.0 มีปริมาณน้ำฝนตลอดปี 1,000-1,200 เมตร การกระจายตัวของน้ำฝนดี อุณหภูมิที่พอเหมาะอยู่ระหว่าง 24-30 องศาเซลเซียส

พันธุ์ปลูก พันธุ์ปัตตาเวียเหมาะสำหรับผลิตส่งโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนพันธุ์ภูเก็ต ตราดสีทอง และนางแล เป็นพันธุ์สำหรับบริโภคสด

การเตรียมดิน ไถดะ 1 ครั้ง ลึก 20-40 เซนติเมตร ตากดินให้แห้งเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงไถพรวนอีก 1-2 ครั้ง เก็บเศษไม้และวัชพืชออกจนสะอาด ปรับผิวดินให้เรียบและลาดเอียงเล็กน้อย ป้องกันน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนัก หรือมีการให้น้ำในช่วงแล้ง หากเป็นแปลงปลูกสับปะรดมาก่อนให้ตัดสับเศษซากสับปะรด ตากแดดทิ้งไว้เป็นเวลา 2-3 เดือน จากนั้นจึงไถกลบลงดิน และยกแปลงปลูกสูงขึ้นประมาณ 20-25 เซนติเมตร

ส่วนขยายพันธุ์ ใช้ได้ 2 ส่วน คือหน่อ และจุก การใช้หน่อปลูกสามารถบังคับให้ออกดอกได้ภายใน 8-12 เดือน ส่วนการปลูกด้วยจุกจะบังคับให้ออกดอกได้ภายใน 10-14 เดือน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะปลูกด้วยหน่อหรือจุกต้องคัดขนาดให้เท่ากันสำหรับใช้ปลูกในแปลงเดียวกัน

ปัจจุบันแนะนำให้ปลูกเป็นแถวคู่ ใช้ระยะปลูก 25x50x100 เซนติเมตร ได้จำนวน 8,533 ต้น ต่อไร่ ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 16-20-0 อัตรา ต้นละ 1 ช้อนแกง โรยรอบต้นหรือเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หากดินขาดอินทรียวัตถุให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ตัน ต่อไร่ พร้อมหินฟอสเฟต อัตรา 100 กิโลกรัม ต่อไร่

เมื่อสับปะรดอายุครบ 1 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยที่กาบใบล่าง ด้วยสูตร 12-6-15 หรือ 13-13-21 อัตรา 3 ช้อน ต่อต้น โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง ทุก 2 เดือน การให้ปุ๋ยทางใบ ด้วยสูตร 23-0-25 หรือใช้ปุ๋ยยูเรียผสมกับปุ๋ยโพแทสเซียมซัลเฟต อัตรา 1:1 ละลายน้ำสะอาดเจือจางฉีดพ่นที่ใบหรือหยอดที่ซอกใบ 3 ครั้ง คือก่อนการบังคับให้ออกดอก 30 วัน 5 วัน

หลังจากบังคับการออกดอกแล้ว 20 วัน ควรให้น้ำหลังจากหยอดปุ๋ยที่กาบใบพอชุ่ม จากนั้นให้น้ำในช่วงแล้ง อัตรา 300 ซีซี ต่อต้น ต่อสัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ และต้องหยุดให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน 2-4 สัปดาห์

การบังคับให้สับปะรดออกดอก ก่อนใช้สารบังคับให้ออกดอก ต้องกำจัดวัชพืชในแปลงให้สะอาด อายุสับปะรดที่เหมาะกับการใช้สาร ควรมีอายุ 8-14 เดือน ใช้เอทธิฟอน 39.5 เปอร์เซ็นต์ 8 ซีซี และปุ๋ยยูเรีย 300 กรัม ละลายในน้ำ 1 ปี๊บ คนให้เข้ากัน หยอดที่ยอดสับปะรด อัตรา ต้นละ 60-75 ซีซี 2 ครั้ง ห่างกัน 4-7 วัน

หรืออาจใช้ถ่านแก๊สหรือแคลเซียมคาร์ไบด์หยอดที่ยอดต้นสับปะรด แล้วหยอดน้ำ ประมาณ 50 ซีซี ตามทันที จากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ สับปะรดจะเริ่มแทงดอกและช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ หลังการบังคับการออกดอกแล้ว 145-165 วัน การเก็บเกี่ยวให้ใช้มือซ้ายจับที่ผลและตัดก้านผลด้วยมีดที่คมและสะอาด เหลือความยาวก้านติดกับผลประมาณ 10-15 เซนติเมตร วางลงในภาชนะบรรจุและส่งโรงงานทันที

โรคระบาดที่พบเสมอ เช่น โรครากเน่า หรือต้นเน่า เกิดจากเชื้อราไฟทอปทอร่ามักระบาดรุนแรงในฤดูฝน ทำให้รากและต้นเน่าเสียหาย วิธีป้องกันกำจัด ปรับปรุงแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำได้ดี และต้องแช่หน่อหรือจุกในสารเมตาแลคซิน อัตรา 20-40 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ หรืออะลูมินั่ม เอทิลฟอสเฟต อัตรา 80-100 กรัม น้ำ 1 ปี๊บ เป็นเวลา 20-30 นาที เป็นอย่างน้อย เมื่อพบต้นที่เป็นโรคให้ถอนเก็บไปเผาทำลาย โรยปูนขาวลงบริเวณหลุมปลูกต้นที่เป็นโรค จะช่วยให้อาการของโรคบรรเทาลง

อาการผลเปลือกไหม้ เกิดจากการแผดเผาของแสงแดดในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะผลที่ก้านผลเอียงเข้ารับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ทำให้ผลมีสีสุกเพียงด้านเดียว ต่อมาผลจะแตก หรือไม่แตกก็อาจบิดเบี้ยวขายไม่ได้ราคา วิธีป้องกัน แนะนำให้รวบใบ ใช้ฟางข้าวหรือหญ้าแห้งพรางแสงในช่วงแล้งแสงแดดจ้า

 

บทความก่อนหน้านี้ทุ่ม 32 ล้าน ลุยศูนย์ “นวัตกรรมสมุนไพร” ครบวงจรภาคเหนือ
บทความถัดไปภาค 3 ถอดแบบเรียนปัญหาไฟป่า เน้นรณรงค์-พูดคุยกับชาวบ้าน