สาวน้อยผู้มีฝัน กลับมาสานต่องานสวนของครอบครัว ด้วยใจรัก

วันหนึ่ง ด้วยความที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ผมจึงได้ยินพ่อกับลูกคุยกัน

“จะไปทำงานให้คนอื่นทำไมว้า ที่สวนนี่พ่อสร้างไว้ให้แล้ว”

“หนูอุตส่าห์ไปเรียนจนจบนะพ่อ ก็อยากทำงานเก็บเงินเป็นของตัวเองบ้าง”

“เก็บเงิน แพร์จะเก็บเงินเอาไปทำอะไร”

“หนูอยากไปสักการะสังเวชนียสถาน ที่อินเดียสักครั้งจ้าพ่อ”

“ใช้เงินเยอะเหรอ”

“น่าจะสี่หมื่นจ้า”

จบบทสนทนาประมาณนี้ ผมก็มีอันต้องอำลากลับ และก็ลืมเรื่องราวนี้ไปแบบไม่ได้คิดว่าผลสุดท้ายบทสนทนานี้จะลงเอยอย่างไร จนวันหนึ่ง หน้าฟีดข่าวในเฟซบุ๊กเด้งขึ้นมา สาวน้อยพวงแก้มเอมอิ่มกำลังขมักเขม้นกับการแพ็กต้นไม้ส่งลูกค้า เห็นชื่อและดูหน้าก็รู้ว่างานนี้ “พ่อชนะ”

แพร์เรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการทั่วไป และทำงานตามความฝันตัวเองอยู่พักใหญ่ กับหน้าที่ต้องรับผิดชอบในงานประจำต้องทำซ้ำอยู่ทุกวัน ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย อีกนัยหนึ่งคำพูดของพ่อก็ดังก้องอยู่ในหู แพร์ตัดสินใจถามพ่ออีกครั้ง หากจะลาออกจากงานไปช่วยงานพ่อที่สวน ยังต้องการอยู่หรือไม่ และคำตอบของพ่อก็ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

“มาเถอะลูก มาทำงานช่วยพ่อ เป็นลูกน้องคนอื่นก็เท่ากับไปทำงานให้เขา มาทำให้พ่อก็เหมือนเป็นหุ้นส่วนกับพ่อ มีรายได้เหมือนกัน ทางหนึ่งเป็นได้แค่ลูกน้อง แต่มาอยู่กับพ่อหนูเป็นหุ้นส่วน รายได้มากน้อยก็อยู่ที่เราขยันทำมันแค่ไหน รู้ไหม แพร์คือไข่นกอินทรีย์ที่เผลอหล่นลงไปในรังไก่ พอแม่ไก่ฟักออกมาก็ทำให้คิดว่าตัวเองเป็นแค่ลูกเจี๊ยบ ทั้งที่จริงมันคือนกอินทรีย์ต่างหาก นกอินทรีย์จะมาคุ้ยเขี่ยหากินแบบไก่ได้ยังไง มาเลยลูก มาเป็นนกอินทรีย์ในสวนเรา”

พ่อทำสวนก็ใช่ว่าลูกจะทำเป็นเช่นพ่อ แพร์ลาออกจากงานมาก็ต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่กับอาชีพที่พ่อสร้างรอไว้ ต้นไม้แต่ละต้นคืออะไรบ้างหนอ นั่นมะม่วง เออใช่ แล้วพันธุ์อะไรล่ะ ที่สวนพ่อของแพร์จะปลูกมะม่วงสายพันธุ์ดีจากไต้หวันไว้มากมาย ส่วนมากตั้งใจปลูกไว้กินเองเพราะติดใจรสชาติและความงาม การที่ต้องมานั่งจำต้นไม้แต่ละสายพันธุ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงงัดเอาวิชาการจัดการทั่วไปมาใช้ที่สวน

“ไม่ยากจ้า แพร์ก็ให้คนสวนลูกน้องพ่อไปด้วย อยากรู้จักต้นไหนก็ถาม พอถามบ่อยๆ เห็นบ่อยๆ ก็ชิน เริ่มจำได้ ยิ่งได้ชิมรสต้นไหนถูกใจแพร์ยิ่งไม่ลืมเลย”

นอกจากมะม่วง ที่สวนยังมีน้อยหน่ายักษ์ไต้หวัน น้อยหน่าสับปะรด ชมพู่อีกหลายสายพันธุ์ ส้มโอ ส้ม มัลเบอร์รี่ ฝรั่งพันธุ์เจินจู (เนื้อขาว) ฝรั่งหงเป่าสือ (เนื้อแดง ไส้แดง) กล้วย ส่วนมากจะเป็นผลไม้สายพันธุ์ไต้หวันเป็นหลัก เพราะผลสวย รสชาติอร่อย และยังมีน้อยมาก จึงต้องมาหัดขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าต่อไป

“ยากพอสมควรเลยค่ะ สำหรับการเริ่มเรียนรู้การขยายพันธุ์ ทั้งตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตา ต้องมาเรียนรู้ทั้งสิ้น ดีที่ว่าพ่อทำเป็น และลูกน้องพ่อก็เก่ง แพร์ก็เลยพอทำได้บ้าง”

“หลักๆ ในแต่ละวัน แพร์ต้องทำอะไรบ้าง”

“ตั้งแต่ตื่นมาก็เข้าสวน เดินดูต้นไม้ ดูกิ่งตอน กิ่งทาบ กิ่งไหนรากเดินดี หรือทาบติดดีแล้วก็ตัดลงมาชำ มาอบต่อไป จากนั้นก็กินข้าว บางทีก็ลืม ทำงานเพลินจนลืมกินข้าวเช้าก็มีค่ะ ยามบ่ายแดดร้อนก็เข้าบ้าน แพ็กของส่งลูกค้า ยามเย็นค่ำก็สวดมนต์ไหว้พระ ชีวิตที่ไม่ต้องตอกบัตร ทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีพันธนาการ หิวก็กิน ง่วงก็นอน แดดร้อนก็เข้าร่ม มีเวลาได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้ทำอาหารกินเอง เก็บผักในสวนมาปรุงอาหาร เล่นกับหมา กับหมูบ้าง เรื่องราวแบบนี้ใครที่ยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศจะไม่รู้หรอก ตอนนี้หนูสะกดคำว่า ความสุข ได้แล้วนะคะ”

“หากให้ไปทำงานเป็นสาวออฟฟิศอีกครั้ง”

“ไม่แล้วจ้า ทุกวันนี้มีความสุขมากแล้ว”

ที่สวนของแพร์ พ่อได้สร้างระบบไว้ดีแล้ว มีการจัดการร่องสวนอย่างสะอาดตา ปลูกไม้อย่างเป็นระเบียบ แยกประเภทต้นไม้แต่ละชนิดไว้เป็นกลุ่มๆ มีน้ำเต็มร่องอยู่เสมอ เพราะติดกับคลองระพีพัฒน์ ปลาที่ปล่อยในร่องก็เจริญเติบโตได้ดี ยามว่างที่แดดโรยสำหรับแพร์ก็เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศแห่งความสุข พายเรือในร่องสวน แวะเก็บผักไปทำอาหาร บ้างก็พริก มะเขือ กะเพรา หน่อไม้ มะละกอ ตำลึง ฯลฯ เรียกว่าแค่เดินตามร่องสวนก็มีเมนูอาหารเตรียมไว้รอกันแล้ว

นอกจากบ้านพักและบ้านคนสวนแล้ว ยังมีโรงเพาะชำประจำสวน ที่นี่จะเป็นที่พักไม้รอจำหน่ายให้ลูกค้า และส่วนหนึ่งก็จัดเตรียมเพื่อนำไปลงปลูกในแปลงต่อไป เป้าหมายของที่สวนก็จะเดินหน้าด้วยไม้ผลสามสี่ชนิด เช่น ฝรั่ง ชมพู่ พุทรา น้อยหน่า รอเก็บผลผลิตจำหน่ายต่อไป ส่วนงานขยายพันธุ์ก็ยังเดินหน้าไปไม่ได้หยุด

“ที่สวนเป็นไม้นำเข้าค่ะ พ่อเอามาปลูกให้ติดลูกแล้วชิม หากอร่อยก็ขยายพันธุ์แบ่งขายให้ไปปลูกกัน หากไม่ถูกปากก็แค่ปลูกไว้ให้พอมีในสวน ที่นี่จะเน้นมากๆ คือฝรั่งหงเป่าสือ เนื้อแดง ไส้แดง กลิ่นหอม กรอบ หวานอร่อยมาก ส่วนเจินจูก็เป็นฝรั่งเนื้อขาวไส้ขาวที่มีรสหวานกรอบไม่น้อยหน้า เราชิมจนมั่นใจว่ามีตลาดรองรับแน่นอน จึงลงมือปลูกในแปลงใหญ่อีกแปลงต่อไป”

“ถามเอาความรู้ ฝรั่งนี่ปลูกห่างเท่าไหร่จ๊ะ”

“3 เมตรค่ะ ระยะห่าง 3 เมตรก็เพียงพอ ที่สำคัญ ฝรั่งเป็นไม้ผลที่เอาใจคนปลูก เพราะใช้เวลาไม่นาน แค่ไม่ถึงปีก็ได้ชิมผลผลิตแน่นอนแล้ว ที่สำคัญ ความอร่อย หวาน กรอบนี่แหละ ทำให้สวนเราต้องเดินหน้ากันต่อ”

“เห็นว่าที่สวนตอนนี้คึกคักน่าดู”

“เพื่อนๆ พ่อก็เยอะค่ะ มีซื้อต้นไม้ มาเรียนรู้การขยายพันธุ์ บ้างก็เอาอาหารมานั่งกินด้วยกันจ๊ะ”

“ที่นี่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้วยหรือ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ แต่ก็มีมาไม่ขาด ส่วนมากก็จะนัดกันมาก่อน มาเป็นหมู่คณะบ้าง มาเดี่ยวๆ บ้าง”

“รับไหวนะ”

“ได้เลยค่ะ แพร์เองก็เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย ต้องมาเรียนรู้ลงมือทำจริงจนพอทำได้ พอขายได้”

“เอางี้ ตอนนี้ที่สวนมีอะไรขายให้ไปปลูกกันบ้าง”

“ฝรั่งก็มีเจินจู หงเป่าสือ แตงโม น้อยหน่ายักษ์ไต้หวัน น้อยหน่าสับปะรด ชมพู่ ทุเรียน อ้อ! หนูจะบอกว่าที่สวนเรามีทุเรียนพันธุ์กบต่างๆ ไว้จำหน่ายนะคะ ที่เป็นข่าวลูกละเป็นหมื่นเราก็มีต้นขายค่ะ”

“ราคาเป็นไงบ้าง”

“ก็ถูกแพงตามความยากง่ายของแต่ละสายพันธุ์จ้า มาดูได้ ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่าอะไร แค่มาพูดคุยกันก็ถือว่าเป็นพี่น้องกันแล้ว เผื่อวันไหนนึกอยากปลูกไม้ผลที่อร่อย ตรงตามสายพันธุ์จะได้นึกถึงกัน”

“มีอะไรพิเศษไหม”

“มีแน่นอนจ้า สำหรับท่านผู้อ่านเทคโนโลยีชาวบ้าน หากถือหนังสือเล่มนี้มาที่สวนด้วย ท่านจะซื้อต้นไม้ในราคาพิเศษเลยจ้า”

“พิเศษแบบไหนจ๊ะ และขอเบอร์ด้วยนะ”

“ลด แลก แจก แถม ได้เลยจ้า รับรองว่าแม่ค้าใจดีแน่นอนจ้า สนใจติดต่อมาที่เบอร์ (089) 239-6332 หรือ (095) 052-5745 ยินดีต้อนรับทุกท่านเลยจ้า”

“ถามอีกข้อเดียว ตอนนี้เก็บเงินพอจะไปอินเดียได้หรือยัง”

“ยังเลยจ้า รอลูกค้าใจดีมาช่วยอุดหนุนนี่แหละจ้า ขอบคุณนะจ๊ะ”

 

………….

เผยแพร่เป็นครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้“พริกไทยซีลอน” พืชเศรษฐกิจมีอนาคต ให้ผลผลิตดี ใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เก็บขายได้นานหลายปี
บทความถัดไปเกษตรกรวัยเก๋า ทำเกษตรผสมผสาน มีรายได้ สัปดาห์ละ 1,000 กว่าบาท