กลุ่มเกษตรกรไร่อ้อย บ้านหนองระกำ จ.นครสวรรค์ เฮ! ปลดหนี้สำเร็จภายใน 3 ปี ชีวิตดี…เพราะมีน้ำ (บาดาล)

สมาชิกกลุ่มเกษตรกรบ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ สร้างรายได้จากการพลิกฟื้นไร่อ้อยแห้งตายเป็นไร่เกษตรเชิงผสมผสานตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่มั่งคั่งจนสามารถปลดหนี้การเกษตรได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ด้วยแหล่งน้ำบาดาลที่มีศักยภาพ

บ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูกของเกษตรกร เนื่องจากในอดีตต้องรอน้ำฟ้าในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว และยังเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ยืนต้นตาย อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง แต่เมื่อพื้นที่ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง รูปแบบที่ 1 จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในปี พ.ศ. 2558

จึงทำให้พื้นที่การเกษตรดังกล่าวมีแหล่งน้ำบาดาลเพียงพอในการเพาะปลูกตลอดทั้งปี โดยสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบาดาลนิยมเพาะปลูกพืชไร่แบบผสมผสาน อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ทานตะวัน กล้วย ไผ่หวาน มะขามเทศ มะเขือยาว มะนาว มะพร้าว และมะม่วง โดยผลผลิตดังกล่าวสามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้ที่มั่นคงสม่ำเสมอให้แก่เกษตรกรทุกครัวเรือน นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรหลายรายยังสามารถปลดหนี้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหนี้นอกระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

สำหรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดย พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยการสร้างความมั่นคงน้ำภาคการผลิตด้านเกษตรกรรม โดยได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรให้พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก รวมถึงพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำมาโดยตลอด

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบ ภัยแล้ง” ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน แล้วเสร็จกว่า 7,465 แห่ง ทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 89,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 7,340 ครัวเรือน สำหรับพื้นที่บ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับระบบกระจายน้ำบาดาลประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล 2 บ่อ เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ขนาด 3 แรงม้า ติดตั้งหอถังพักน้ำ ความจุ 30 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางท่อส่งน้ำ รวมระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร สามารถกระจายน้ำบาดาลได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 216 ไร่ ปัจจุบัน มีสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาลกว่า 11 ราย สร้างรายได้เฉลี่ย 300,000-400,000 บาท ต่อปี เพิ่มมากขึ้น 3-4 เท่าตัว

 

นายสมควร เทพทรัพย์ ประธานสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบาดาลบ้านหนองระกำ เปิดเผยว่า เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้ต้องรอน้ำฟ้าน้ำฝนอย่างเดียว ปีไหนฝนแล้ง ป่าอ้อย ป่าข้าวโพด ก็ยืนต้นตาย เพราะขาดน้ำ ปีนั้นก็จะลงทุนเสียเปล่า ต้องไถกลบทิ้งอย่างเดียว เกษตรกรก็เดือดร้อนต้องไปหางานรับจ้างทำหรือไม่ก็เข้ากรุงเทพฯ หางานอย่างอื่นทำ แต่พอได้บ่อน้ำบาดาลมาก็ดีขึ้นมาก เพราะเรามีน้ำใช้ตลอดทั้งปี คิดจะปลูกอะไรก็ทำได้หมดไม่เดือดร้อนเหมือนเมื่อก่อน รายได้ก็มีมากขึ้น ปลดหนี้ ธ.ก.ส. ได้หมดแล้ว ลูกหลานก็กลับมาช่วยกันทำเกษตรอยู่บ้านเรา ไม่ต้องไปทำงานที่อื่นแล้ว

ทั้งนี้ มี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวง ดร. อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และ นายประทีป ศิลปเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง รูปแบบที่ 1 ณ บ้านหนองระกำ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชายธง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์

พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อทราบข้อมูลลักษณะเชิงพื้นที่และศักยภาพของน้ำบาดาลอย่างใกล้ชิด โดยในอนาคตทั้ง 2 หน่วยงาน จะได้ร่วมกันดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ทั้งในด้านข้อมูลวิชาการและวางแผนปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อนำมาสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับภาวะวิกฤตและภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสมต่อไป

สำหรับประชาชนทั่วไป กลุ่มเกษตรกร หรือหน่วยงานท้องถิ่น มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองสื่อสารและการมีส่วนร่วม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โทรศัพท์ 02-666-7000 หรือ สายด่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Green Call 1310 กด 4 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อโดยตรง ณ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1-12 ทั่วประเทศ

บทความก่อนหน้านี้การผลิตต้นพันธุ์กุหลาบจิ๋ว ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
บทความถัดไป“หมอนขิด” อาชีพเสริมรายได้นอกฤดูทำนา ของชาวบ้านอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร