มะเขือเทศ-เมล่อน ยุค 4.0 โดนใจคนไทยและต่างชาติ

เกษตรกร ยุค 4.0 เน้นศึกษาข้อมูลก่อนลงมือปลูกจริง และไม่ตามกระแสตลาดมากจนเกินไป ทำให้ประสบความสำเร็จในการเพาะปลูก ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสชิมมะเขือเทศสดๆ และเห็นหน้าตาแอปเปิ้ลเมล่อน ซึ่งเป็นพันธุ์นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2561 เกษตรสร้างสุข ยุคดิจิตอล ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 24-27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ที่ชั้น 3 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ที่ผ่านมา นับว่าเป็นงานที่สร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมงานสมกับชื่อที่ตั้ง โดยนอกจากจะมีบรรยากาศการเที่ยวชมงานที่คึกคักแล้ว ยังได้เห็นเกษตรกรรุ่นใหม่ อายุเฉลี่ย 40-55 ปี เป็นเจ้าของสวน อย่างที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปชมงานก็ได้พูดคุยกับ “คุณพีระ จิตประไพ” เจ้าของสวน ชื่อ “แพน’ส ฟาร์ม” (Pann’s Farm) บนเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ในจังหวัดปทุมธานี เมืองดอกบัว ใกล้ๆ กรุงเทพมหานครนี่เอง

คุณพีระ จิตประไพ เจ้าของ Pann’s Farm

สวนแพน’ส ฟาร์ม ของ คุณพีระ จิตประไพ มีพระเอก คือ มะเขือเทศสีเหลืองลูกโต มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 5-7 เซนติเมตร รสชาติหวานกลมกล่อมและกรอบ สด ส่วนพระรองที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานก็คือ แอปเปิ้ลเมล่อน นำเข้าสายพันธุ์จากประเทศไต้หวัน โดยผู้เข้าชมงานชิมผลไม้จากสวนคุณพีระได้อย่างสบายใจ เพราะว่าคุณพีระใช้วิธีการปลูกแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่ใช้สารเคมีแม้แต่นิดเดียว โดยคุณพีระเล่าว่า มีการทำโรงเรือนเพาะปลูกอย่างดี โดยเน้นดีไซน์ที่เหมาะกับการปลูกมะเขือเทศและแอปเปิ้ลเมล่อน ซึ่งชอบพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อน ไม่ชอบอากาศหนาว

ชาวออสเตรเลียสนใจอย่างมาก

“เราไม่ได้ลงทุนเต็มที่ แต่เน้นที่การสร้างโรงเรือน และการดีไซน์ ในช่วงแรก รวมทั้งการวางระบบการจัดการน้ำ อย่างเกษตรกรบางพื้นที่ หรือบางคนเขาปลูกบนดิน ผมไม่เอา ก็มีคนบอกว่า ถ้าเทปูนอย่างนี้ต้นไม้ก็ตายหมด เพราะความร้อนมันขึ้นมา แต่จริงๆ ทั้งแอปเปิ้ลเมล่อน และมะเขือเทศ เหมือนกันเป๊ะเลย ชอบอากาศร้อน และไม่ได้ชอบอากาศหนาว แค่ปลูกในโรงปิด และทำลานขึ้นจากพื้น แล้วก็ใช้เป็นระบบน้ำผ่าน ซึ่งโรงเรือนแบบนี้ก็ป้องกันแมลงได้ด้วย แต่คำว่า แมลง มันเข้าได้ไหม มันก็ยังเข้าได้ เราก็ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างกลางคืน แมลงหวี่ ชอบสีเหลือง เราก็ไปหาพลาสติกสีเหลืองทากาว แล้วก็เอาไปไว้ตามระยะต้นไม้ ไม่ต้องพ่นสารเคมี แมลงก็มาติดกาว” คุณพีระ เล่าให้ฟังอย่างอิ่มใจหลังจากได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และผู้เข้าร่วมชมงาน ซึ่งงานเกษตรมหัศจรรย์ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่คุณพีระนำผลงานมาเปิดตัว ก็เรียกว่า ทำให้ผู้เข้าชมงานกลายเป็นลูกค้าใหม่ของคุณพีระ

น่าสนใจมาก

ระหว่างที่ผู้เขียนกำลังสัมภาษณ์คุณพีระอยู่นั้น ผู้เข้าชมงานบางท่านเป็นชาวต่างประเทศ บินมาไกลจากประเทศออสเตรเลีย ก็จะนำไอเดียและแนวคิดการปลูกมะเขือเทศและแอปเปิ้ลเมล่อนของคุณพีระไปใช้กับไร่ที่ออสเตรเลียด้วย เพราะเป็นช่วงที่กำลังมองหาพันธุ์ผลไม้ไปเพาะปลูกที่นั่น

ภาพของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทำให้คุณพีระปลื้มใจกับการออกงานเกษตรมหัศจรรย์อย่างมาก และ เล่าให้ฟังต่อถึงเทคโนโลยีในการปลูกมะเขือเทศและเมล่อนว่า จะเน้นที่ระบบการให้น้ำ ซึ่งได้รับจากการศึกษาข้อมูลอย่างหนัก ก่อนลงมือเพาะปลูกอย่างจริงจัง โดยเริ่มสร้างโรงเรือนเพาะปลูกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2560 และ จัดระบบการให้น้ำแบบ 2 ชั่วโมง ให้ครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งที่ให้ใช้เวลาไม่นาน

ผลผลิตที่นำมาโชว์ในงาน

“เราให้ความสำคัญกับระบบน้ำมากที่สุด แต่จากการศึกษามา ต้นไม้ต้นหนึ่งต้องการน้ำเพียง 1.5 ลิตร ต่อวัน ตอนนี้ถ้าเราไปลงให้น้ำทุกวัน น้ำก็ซึมหายไปหมด แต่ถ้าสามารถคุมน้ำให้หยดทีละหยดๆ จะดีกว่าไหม ซึ่งก็ทำได้ 2 ชั่วโมง ก็หยดน้ำสักพักหนึ่งแล้วก็หยุดไป เราไม่ต้องหยดตลอดทั้งวัน แต่ให้หยด ครั้งละ 2 ชั่วโมงหยดที โดยจะให้เฉพาะช่วงเช้ากับช่วงกลางวัน เพราะน้ำถ้าเราให้มากเกินไป ต้นไม้ก็ดูดซึมไม่ได้ มันก็จะไหลทิ้งไป ซึ่งโดยทั่วไปๆ ของชาวสวน บางครั้งจะให้น้ำมากเกินไป ได้ผลผลิต แต่ไม่ได้คุณภาพ เพราะต้นไม้ก็เหมือนคน ถ้าทานน้ำมากๆ ก็รับไม่ไหว” คุณพีระ เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคการทำดินให้สมบูรณ์ พร้อมให้อาหารกับผลไม้ที่ปลูกในโรงเรือน

“ผมปลูกเหมือนกับระบบไฮโดรโปนิก เป็นโรงเรือนปิด แต่หลักการของเรา เราไม่ผสมปุ๋ย เราไม่ได้ทำอย่างนั้น หลักการของเราคือ เราใช้ทราย มีขุยมะพร้าว แล้วก็ใส่เหมือนสูตรดินเล็กๆ เป็นสารอาหารไว้ตรงกลาง แล้วก็ใช้น้ำหยด คือเราไม่ต้องมาต่อสายไฟให้มันมากเกินไป ผมใช้หลักการเดียวกันทั้งไร่” คุณพีระ เล่าอย่างมั่นใจในระบบที่ได้จากการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนลงมือทำ

เพราะวิธีการของคุณพีระคือ ก่อนจะลงมือปลูกอะไรนั้น จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งจากอินเตอร์เน็ต และ การลงพื้นที่ดูไร่และสวนตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งการศึกษาจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรโดยตรง ทำให้คุณพีระยอมรับว่า ประสบความสำเร็จจากการเริ่มต้นทำการเกษตร ซึ่งใช้ระยะเวลาการปลูกและทำตลาดยังไม่ถึง 1 ปี

มะเขือเทศ พระเอกของ Pann’s Farm

“ถือว่าประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องทำตลาดอีกเยอะ ผมเริ่มทำไม่ถึงปี เริ่มปูพื้นเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เมื่อก่อนสวนที่บ้านผม เป็นสวนมะม่วงก็โดนน้ำท่วมไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ผมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มีที่อยู่ปทุมธานี เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ไปซื้อไว้ ก็คิดทำการเกษตรต่อ จึงเริ่มจากการศึกษาไปเรื่อย มีอะไรใหม่ๆ เราก็ศึกษาไปเรื่อยๆ  และลองทำไปเรื่อยๆ อย่างตอนนี้ผมกำลังมองเรื่อง มันญี่ปุ่น เป็นมันหวาน ก็ทดลองอยู่ อะไรที่มันสนุก มันแปลก ก็ลองทำดู ต้องศึกษาข้อมูลก่อน แล้วค่อยทำ ทั้งศึกษาจากทางเว็บไซต์ และดูงานด้วยตนเอง อย่างที่พิษณุโลก ภาคตะวันออก ชลบุรีก็ไปมาแล้ว ภาคอีสานก็ไป ผมรู้สึกสนุก ท้าทาย ในช่วงที่ศึกษาหาข้อมูลก็ไปเจอ อาจารย์ชัยณรงค์ เจ้าของชัยณรงค์ฟาร์ม แล้วก็ไปเจออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และไปดูฟาร์มที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ได้ความรู้จากอาจารย์ต่างๆ หลายท่านมาเป็นแนวทาง จากนั้นก็มาปลูกจริง แล้วมาเป็นไอเดียต่างๆ ในการเลือกผลไม้ที่จะมาปลูก อย่าง แอปเปิ้ลเมล่อน ก็ลองศึกษาดูว่าเทคโนโลยีตัวไหนเป็นอย่างไร เราเริ่มจากตรงนั้น” คุณพีระ เล่าให้ฟังอย่างภูมิใจ

มะเดื่อฝรั่ง เมล่อน และมะเขือเทศ

เจ้าของสวนผลไม้รุ่นใหม่วัย 50 ปี ยังเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำสวนเกษตรยุคดิจิตอลว่า มาจากลูกชายในช่วงอายุไม่กี่เดือน ได้รับประทานแอปเปิ้ลเมล่อนและมีแววตาเป็นประกาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เดินหน้าศึกษาเมล่อนแอปเปิ้ล และมะเขือเทศ ตามมาด้วยการทำกล้วยตากจากโซล่าร์เซลล์ โดยใช้หลักการทำเกษตรผสมผสาน บนพื้นที่ไม่มาก

“มีลูกชาย เป็นลูกอ่อน วันหนึ่งเขาก็ทานเมล่อน แล้วเขาก็ทำตาโต เป็นประกาย ตอนนั้นลูกชายอายุประมาณ 7-8 เดือน เราก็ไม่รู้ปลอดภัยไหม เราก็เริ่มศึกษาดู ศึกษาเดินสายทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่ผมจบเศรษฐศาสตร์ และมีงานประจำด้วยเป็นพนักงานในธุรกิจสายการเงินการธนาคาร พอมาจับตรงนี้ และใช้เวลาวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ไปทำ ผมว่าก็ไม่ยาก และผมมองว่าทุกอย่างมันทำได้หมด ที่สำคัญผมชอบทำเกษตร คือได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับสิ่งที่เราเห็นและสร้างมันขึ้นมา พอเราได้ผลผลิตที่ประสบความสำเร็จ เราก็ดีใจกับมัน อย่างผลผลิตแอปเปิ้ลเมล่อน จริงๆ คือ เป็นพันธุ์เมล่อนที่ทานได้ทั้งเปลือก ก็มีคนถามเหมือนกันว่า มันคือ แอปเปิ้ล หรือ เมล่อน จริงๆ มันคือ เมล่อน แต่เป็นเมล่อนที่เป็นเอกลักษณ์คือ ทานเปลือกได้ เมล่อนของผมนำเข้ามาจากไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันสายพันธุ์เมล่อนมาจาก 2 ที่ คือ ไต้หวัน กับอิสราเอล แต่ผมเลือกนำพันธุ์จากไต้หวันเข้ามาปลูก” เกษตรกรรุ่นใหม่เปิดใจถึงจุดเริ่มต้นการก้าวสู่เส้นทางเกษตรกรรมมืออาชีพ

แอปเปิ้ลเมล่อน พันธุ์จากไต้หวัน

วันนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณพีระชื่นชอบมะเขือเทศ โดยวัดได้จากการไปออกงานต่างๆ อาทิ งานฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต และงานเกษตรมหัศจรรย์ ซึ่งจัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านในเครือมติชน ซึ่งคุณพีระก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า ผลจากการศึกษาก่อนลงมือทำ และไม่ตามกระแสนั้น ทำให้ได้ผลผลิตการเพาะปลูกที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำตลาดตามมาด้วยนั่นเอง สนใจซื้อผลผลิตคุณภาพดี สอบถามได้ที่ โทร. (081) 329-7820