ปลูกมะกรูดพวง เป็นอาชีพเสริม ลงทุนน้อย เก็บขายได้ทุกๆ 3 เดือน โกยรายได้ปีละหลายแสน

คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ที่  3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้ เพราะต้นมะกรูดจะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ

น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมากนิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยา ฯลฯ

การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก 15 วัน ให้เอาปุ๋ยคอกใส่ลงไปครึ่งปี๊บ นำกิ่งตอนวางลงหลุม ตั้งให้ตรงกลบดินกดให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม นอกจากนี้ น้าไพยังปลูกกล้วยน้ำว้าแซมในสวนมะกรูด เพื่อช่วยเป็นร่มเงาและเป็นรายได้เสริมอีกรายหนึ่ง

การดูแลรักษาในสวนมะกรูด แค่รดน้ำเช้าเย็นเท่านั้น ในช่วง 1-2 เดือนแรก เมื่อต้นมะกรูดมีอายุสัก 8 เดือน จึงบำรุงต้นอีกครั้งโดยใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตรเสมอ ใส่รอบๆ บริเวณทรงพุ่ม ให้น้ำเพียงแค่วันละครั้งเดียว เมื่อต้นมะกรูดเติบใหญ่ ขึ้นก็ไม่ต้องให้น้ำ ใช้น้ำฝนตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปต้นมะกรูดจะเก็บใบขายได้เมื่ออายุ 2 ปี พอต้นมะกรูดอายุได้ 3 ปี จึงจะมีผลเก็บขายได้

ต้นมะกรูด มีปัญหาโรคและแมลงรบกวนน้อย ที่เจออยู่บ้าง ได้แก่ หนอนชอนใบ ที่มาทำลายทำให้ใบมะกรูดบิดงอ ใบไม่สวย ไม่สามารถตัดส่งขายได้ วิธีป้องกันคือ เด็ดนำไปเผาทำลายให้หมด หรือฉีดสารสกัดจากสะเดา หรือปุ๋ยน้ำหมักที่เกิดจากการหมักพืชสมุนไพรนานาชนิด เช่น ข่า ตะไคร้ และพริกขี้หนูป่นหมักรวมกันแล้วก็ผสมมาฉีดขับไล่แมลง เมื่อต้นมะกรูดมีอาการดีขึ้นก็ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ชิดติดกัน หรือกิ่งที่คดงอทิ้ง เพื่อให้มีรูปทรงลำต้นที่ดี แถมช่วยเพิ่มผลผลิต ที่สำคัญเป็นการกำจัดโรคแมลงได้ดีอีกทางหนึ่ง

น้าไพ เล่าว่า ราคามะกรูดขึ้นลงตามภาวะตลาดในแต่ละช่วงฤดู สำหรับฤดูฝนมีผลผลิตเข้าตลาดมาก จะขายได้ในราคาถูก แค่กิโลกรัมละละ 20-30 บาท ส่วนฤดูแล้ง จะขายมะกรูดได้ในราคาสูงกว่า 30 บาท ต่อกิโลกรัม ทุกวันนี้น้าไพพึงพอใจกับรายได้จากการขายมะกรูด เพราะไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษเหมือนกับพืชชนิดอื่นๆ และสามารถเก็บผลมะกรูดออกขายได้ทุกๆ 3 เดือน ทุกวันนี้น้าไพมีรายได้จากการขายมะกรูดต่อปีหลายแสนบาททีเดียว

บทความก่อนหน้านี้กยท. ลุยกิจกรรม CSR นำยางพาราแปรรูปปูพื้นสนามเด็กเล่น ส่งเสริมสุขภาพ-พัฒนาการที่ดีของเด็ก ควบคู่การเพิ่มปริมาณใช้ยางภายในประเทศ
บทความถัดไปฤทธิ์ไต้ฝุ่น ’มังคุด’ เตือนฝนถล่ม 31 จว. ระวังท่วมฉับพลัน แนะเช็กอากาศก่อนไป 3 ประเทศนี้!