หมอลำชาวอุบลฯ ทำเศรษฐกิจพอเพียง รายได้งาม แถมจิตใจเบิกบาน ร้องรำทำเพลงให้ต้นไม้ฟัง

ศิลปินหมอลำ หันมาทำเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เลี้ยงครอบครัวช่วงว่างจากงานแสดง ปรากฏสร้างรายได้งาม เพราะมีเงินเข้าเป็นรายวัน รายเดือน สามารถใช้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปีหลายแสนบาท

เกษตรกรและศิลปินรายนี้ คือ คุณอรุณรัตน์ จำปาเทพ อายุ 46 ปี หรือชื่อในการแสดงคือ อรุณี พูลสว่าง อยู่บ้านนาเจริญ ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

คุณอรุณรัตน์ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา และตัวเองได้ประกอบอาชีพแสดงหมอลำกลอนมาตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปี

ที่ผ่านมา ครอบครัวปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด และพบว่า แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น แทบไม่คุ้มกับที่ลงทุนทำนา

คิดว่าในอดีตคนโบราณไม่ใช้สารเคมี ทำไมถึงปลูกข้าวได้เจริญงอกงาม สามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลไปขายทำรายได้ ส่งลูกหลานเล่าเรียนหนังสือได้อย่างสบาย

แต่ตนเองทั้งที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ไร่ และมีรายได้จากการรับแสดงหมอลำกลอนตามงานบุญเดือนต่างๆ ตลอดทั้งปีมีช่วงว่างเว้นเพียง 3-4 เดือน ยังประสบปัญหากับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะต้องส่งลูกเรียนหนังสือ

จึงคิดปรับเปลี่ยนแนวคิดหันมาปลูกพืชผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นพระราชทานให้กับประชาชนได้เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จึงเข้ารับการอบรมการทำเกษตรผสมผสานกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอสิรินธร และหน่วยงานอีกหลายแห่ง รวมทั้งไปศึกษาดูงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงจากแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ

ปี 2547 จึงเริ่มปลูกพืชผสมผสานเป็นสวนยางพารา 6 ไร่ ปลูกข้าว 3 ไร่ ที่อยู่อาศัย คอกเลี้ยงสัตว์ และปลูกผักสวนครัวในเนื้อที่อีก 1 ไร่ ซึ่งเริ่มเห็นผลจากรายได้ที่หมุนเวียนเข้ามาในครัวเรือน และหลังปรับเปลี่ยนพื้นที่จากเกษตรที่เคยใช้สารเคมี มาเป็นเกษตรอินทรีย์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

ในปี 2558 ได้ทำเกษตรผสมผสานเต็มรูปแบบ คือสวนยางพารายังคงเดิม 6 ไร่ ลดพื้นที่ปลูกข้าวลงมาเหลือ 2 งาน ทำนาบัว 2 งาน ปลูกไผ่เลี้ยง 1 งาน ปลูกพืชผักสวนครัว 1 งาน และปลูกกล้วย 1 ไร่ พื้นที่ที่เหลือใช้เลี้ยงเป็ดพันธุ์เนื้อ เลี้ยงไก่พื้นเมือง โคพันธุ์พื้นเมืองเกือบ 100 ตัว เลี้ยงปลาดุกในนาข้าวและนาบัว จำนวน 2,000 ตัว เลี้ยงกบอีก 300 ตัว ต่อรอบ พร้อมขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ในไร่นา 1 บ่อ

ทำให้แปลงเพาะปลูกของคุณอรุณรัตน์ เกษตรกรหมอลำกลอน ไม่เคยขาดแคลนน้ำใช้ในการเพาะปลูก และมีรายได้จากการขายผลิตผลเข้ามาในครอบครัวเป็นรายวันเฉลี่ยเดือนหนึ่งมีรายได้ 30,000-40,000 บาท ทำให้เกิดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของครอบครัว และแม้จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังคงรับงานแสดงหมอลำกลอนในช่วงหน้างาน รวมทั้งยังใช้ชีวิตแบบประมาณตน ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไปตามรายได้ที่มีเข้ามามากในแต่ละเดือน

โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้เองในการดำรงชีวิตประจำวัน หมั่นปรับปรุงบำรุงดิน จนลดปริมาณแมลงศัตรูพืชในแปลงเพาะปลูก ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการขาดทุนจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของตนเองได้เป็นอย่างดี จนได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำเกษตรกรดีเด่น และให้แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรหมอลำผู้นี้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

รวมทั้งเกษตรกรรายนี้ ยังมีวิธีทำเกษตรให้มีจิตใจเบิกบาน โดยระหว่างเข้าเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือเพาะปลูกลงแปลงใหม่ คุณอรุณรัตน์ มักจะร้องรำทำเพลงไปด้วย ซึ่งผลผลิตที่ปลูกและสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้จะรับรู้ด้วยหรือไม่ เธอไม่รู้ แต่แน่ๆ เธอมีจิตใจที่เบิกบานระหว่างที่เข้าไปทำงานในแปลงเพาะปลูก แปลงเลี้ยงสัตว์ จนคิดว่าวันเวลามันช่างผ่านไปเร็วยิ่งนัก ทำงานประเดี๋ยวเดียวก็ใกล้ค่ำมืดอีกแล้ว

ซึ่งจริงหรือไม่ก็ดูเอาจากหน้าตาของเกษตรกรหมอลำรายนี้ แม้อายุจะย่างเข้าใกล้เลข 50 แต่หน้าตายังใสปิ๊งอยู่เลย

สำหรับเกษตรกรหรือผู้ใฝ่รู้ต้องการเรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวไปเป็นเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จ ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (083) 735-3839, (086) 247-4322 เจ้าตัวยินดีให้คำแนะนำและเปิดให้เข้าเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

รวมทั้งงานแสดงหมอลำ ก็ติดต่อได้

………………………..

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้“จุรินทร์” ปลื้ม เงินสะพัดในงาน “THAIFEX – VTS” ทะลุเป้า นำเงินเข้าประเทศ 2,362 ล้านบาทเตรียมเดินหน้าจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2022 อย่างยิ่งใหญ่ พ.ค. ปีหน้า