เทคนิคการขยายพันธุ์มะม่วงในรูปแบบต่างๆ

ปัจจุบัน การขยายพันธุ์มะม่วง เกือบทั้งหมดจะใช้วิธีการทาบกิ่ง มีบางส่วนใช้วิธีการเสียบยอดบนต้นตอในกรณีที่มียอดมะม่วงพันธุ์ดีจำนวนน้อย โดยปกติแล้วต้นที่เสียบยอดจะมีขนาดเล็กกว่ากิ่งทาบ ในความเป็นจริงแล้วมะม่วงจัดเป็นไม้ผลที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย แม้ว่าต้นมะม่วงจะมีอายุหลายปี ถ้าเกษตรกรต้องการจะเปลี่ยนพันธุ์ก็ทำได้ไม่ยุ่งยากโดยมีเทคนิค ดังต่อไปนี้

การทาบกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูแนวใหม่ แบบสวนคุณวารินทร์ ชิตะปัญญา เลขที่107/1 หมู่ 1 ต.บ้านฉาง จ.ระยอง การขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่งแนวใหม่นี้เป็นการประยุกต์ การทาบมะม่วงแบบเก่าที่จะเพาะต้นตอในแปลงเพาะกล้า เมื่อต้นตอมีขนาดลำต้นเท่าแท่งดินสอก็จะสามารถถอนต้นไปปาดแผลขึ้นทาบกิ่งได้เลย โดยไม่ต้องนำต้นตอไปอัดถุงขุยมะพร้าวก่อนแล้วจึงจะนำไปขึ้นทาบได้ เริ่มต้นจากปาดกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูที่ต้องการทาบให้เป็นแผลยาว ประมาณ 1-1.5 นิ้ว จากนั้นถอนต้นตอมะม่วงพื้นเมืองปาดให้เป็นลิ่มแผลยาว ประมาณ 1-1.5 นิ้ว เช่นกัน ส่วนด้านตรงข้ามให้ปาดเป็นแผลเล็กน้อย

จากนั้น ประกบแผลของต้นตอพื้นเมืองกับกิ่งอาร์ทูอีทูให้สนิทใช้พลาสติกพันกิ่งจากด้านล่างขึ้นบนให้แน่น จากนั้นนำขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำแล้วบีบน้ำออกให้พอหมาด ใส่ถุงพลาสติกหูหิ้ว ขนาด 6×7 นิ้ว ประมาณ 1-2 กำมือ ใช้ถุงหูหิ้วที่บรรจุขุยมะพร้าวมัดรวบรากต้นตอพื้นเมือง พร้อมกับมัดอ้อมให้หูหิ้วยึดกับกิ่งอาร์ทูอีทูที่ทาบ จากนั้นใช้เชือกฟางมัดถุงหูหิ้วให้แน่นติดกับกิ่งอาร์ทูอีทูเป็นอันเสร็จ อีกราว 35-45 วัน กิ่งทาบจะมีรากสีน้ำตาลเดินเต็มถุง แสดงว่าจะสามารถตัดไปชำต่อในโรงเรือนได้

หลังการเสริมขาต้นมะม่วง ต้นมีความแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด

ในกรณีขึ้นทาบกิ่งอาร์ทูอีทูขนาดใหญ่นั้น ก็สามารถใช้วิธีดังกล่าวได้ดี เพียงจะต้องมีการทาบสัก 2 ต้นตอ เป็นอย่างน้อย เพื่อให้กิ่งทาบมีรากหากินให้สมส่วนกับกิ่งขนาดใหญ่ จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มขนาดถุงที่บรรจุขุยมะพร้าวนำไปล้อมถุงขุยมะพร้าวเดิมให้มีขนาดถุงใหญ่ขึ้นเพื่อให้เพิ่มจำนวนรากให้มากขึ้น เมื่อมีรากเต็มถุงขุยมะพร้าวจึงจะตัดลงมาชำ อนุบาลในโรงเรือนหรือลงปลูกในแปลงปลูกได้เลย การตัดกิ่งทาบที่มีขนาดต้นใหญ่ แล้วลงปลูกในแปลงเลยนั้นจะต้องมีการดูแลที่ดีคือ จะต้องมีการกางซาแรนบังแดดให้สัก 2 เดือน มีการให้น้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ มีไม้ค้ำยันให้ต้นไม่โยกคลอน

การเสริมขามะม่วงที่เปลี่ยนยอดใหม่ ต้นมะม่วงที่มีการเปลี่ยนยอดใหม่ เช่น สวนคุณวารินทร์ เปลี่ยนต้นมะม่วงพันธุ์เดิมอย่าง น้ำดอกไม้สีทองมาเป็นอาร์ทูอีทูทั้งสวนนั้น รอยต่อของแผลระหว่างต้นมะม่วงเดิมกับกิ่งพันธุ์อาร์ทูอีทูจะเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการฉีกขาด หากกิ่งอาร์ทูอีทูโตขึ้น กิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อมีลมแรงกิ่งก็จะฉีกขาดได้ง่าย และต้นตอมีอายุเกือบ 10 ปี สวนคุณวารินทร์จึงใช้วิธี “เสริมขา” คือ ใช้กิ่งหรือยอดที่แตกออกมาจากต้นตอหรือต้นมะม่วงเดิม (น้ำดอกไม้สีทอง) โดยจะทำการเฉือนยอดต้นตอแล้วเสียบแปะไว้กับกิ่งอาร์ทูอีทู นอกจากช่วยลดปัญหากิ่งมะม่วงฉีกขาดแล้ว การเสริมขาดังกล่าวช่วยในเรื่องของการหาอาหารดีอีกด้วย

การทาบมะม่วงอาร์ทูอีทูกิ่งใหญ่ ของคุณวารินทร์ ใช้ถุงแบบมีหูใส่ขุยมะพร้าว

การขยายพันธุ์มะม่วงของ “ไต้หวัน” ที่ไต้หวัน จะเตรียมต้นตอเหมือนกันบ้านเราโดยจะเพาะเมล็ดมะม่วงพื้นบ้านไว้ในถุงดำ ประมาณ 5-8 เดือน ต้นตอจะมีขนาดเท่าดินสอจึงจะใช้ได้ เตรียมยอดพันธุ์ดี โดยตัดเป็นท่อนๆ แต่ละท่อนยาว 5-8 เซนติเมตร และต้องมีข้อใบทุกท่อน วิธีการขยายพันธุ์ กะระยะความสูงของต้นตอ 20-30 เซนติเมตร ตัดยอดทิ้งแล้วปาดข้างให้แผลยาว 1 นิ้ว นำยอดพันธุ์ดีที่เตรียมไว้ ปาดข้างเช่นเดียวกัน แผลยาว 1 นิ้ว ประกบกับรอยแผลที่ต้นตอ ใช้เชือกหรือยางยืดรัดตรงรอยประกบให้แน่น หลังจากนั้นใช้ถุงพลาสติกครอบและห่อด้วยหนังสือพิมพ์อีกชั้นเพื่อป้องกันแสงแดด มัดด้วยเชือกฟางให้แน่น หลังจากนั้น ประมาณ 30-40 วัน ยอดพันธุ์ดีก็จะแตกยอดออกมา ก็ให้เอาหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกที่ครอบไว้ออก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและใช้อุปกรณ์น้อย

การเปลี่ยนยอดบนต้นตอขนาดใหญ่ วีธีคือ ตัดต้นตอเก่าโดยให้สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร เตรียมยอดพันธุ์ดี โดยเลือกยอดที่มีตุ่มตาผุดออกมาเพื่อความรวดเร็วในการแตกยอด ใช้มีดเปิดเปลือกต้นตอ กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 1 นิ้ว เฉือนแผลต้นตอเป็นรูปลิ่มยาว 1 นิ้ว เสียบลงไปบนต้นตอที่กรีดแผลไว้ ใช้เทปพันแผลให้แน่นครอบด้วยถุงพลาสติกและใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้เพื่อป้องกันแสงแดด ประมาณ 15-20 วัน ตุ่มตาจะเริ่มผลิออกมา ให้แกะกระดาษหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกออก

ไม่นานยอดที่เปลี่ยนก็แตกใบเลี้ยง อนุบาลสักพักก็สามารถนำไปปลูกได้

เทคนิคในการขยายพันธุ์มะม่วงกิ่งใหญ่  คุณเสน่ห์ ลมสถิต บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ที่ 5 ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี  ได้ผลิตกิ่งทาบที่ได้มาตรฐาน มีวิธีการทาบกิ่งมะม่วงขนาดกลางและใหญ่ โดยใช้หลักการทาบกิ่งเหมือนกับการทาบกิ่งเล็กเพียงแต่กิ่งทาบขนาดกลางและขนาดใหญ่นั้น ต้นตอมะม่วงที่จะนำมาทาบกับกิ่งพันธุ์ดีจะต้องมีขนาดต้นตอใหญ่ด้วยและถ้าจะให้กิ่งพันธุ์มีความแข็งแรงและมีเปอร์เซ็นต์รอดตายสูงจะต้องเพิ่มจำนวนต้นตอที่ใช้ทาบมากขึ้น อย่างกรณีการทาบกิ่งของคุณเสน่ห์ถ้าเป็นกิ่งเล็กยังใช้ต้นตอทาบ อย่างน้อย 2 ต้นตอ ขนาดของกิ่งพันธุ์ดีใหญ่มากขึ้นเท่าไรจะต้องใช้จำนวนต้นตอทาบมากขึ้นเพิ่มไปด้วย บางกิ่งจะใช้จำนวนต้นตอทาบถึง 20 ต้น ก็มี

และอย่าลืมว่าถ้ากิ่งพันธุ์ดียิ่งมีขนาดใหญ่เท่าใด ระยะเวลาของการออกรากจะใช้เวลานานขึ้นตามลำดับ บางกิ่งอาจจะใช้เวลาเป็นปีถึงจะตัดลงมาชำได้ คุณเสน่ห์ย้ำให้ดูที่ปริมาณและสีของรากในตุ้มมะพร้าวเป็นหลัก (ถ้ารากมีสีน้ำตาลและปลายรากสีเหลืองอ่อนๆ ตัดกิ่งทาบลงมาได้) คุณเสน่ห์ยังได้บอกถึงเคล็ดลับเพิ่มเติมในการทาบกิ่งและเพิ่มเปอร์เซ็นต์การรอดตาย หลังจากทาบกิ่งเสร็จให้ใช้มีดลอกเปลือกของกิ่งพันธุ์ดีบริเวณใต้ตุ้มทาบลงมาเล็กน้อยให้เป็นแผลเช่นเดียวกับการตอนกิ่งเพื่อเป็นการเตือนและให้กิ่งพันธุ์ดีได้ปรับตัวเมื่อพร้อมจะตัดลงมาชำเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม หมั่นสังเกตตุ้มมะพร้าวของต้นตออย่าให้น้ำขังแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่า เกษตรกรจะต้องกรีดบริเวณปลายตุ้มมะพร้าวเพื่อระบายน้ำออกโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

การเปลี่ยนยอดแบบไต้หวัน ทำง่าย และใช้อุปกรณ์น้อย

เทคโนโลยีการ “ฝากท้อง”มะม่วง  เทคโนโลยีการฝากท้องมะม่วงหรือที่ชาวสวนมะม่วงทั่วไป เรียกว่า “อุ้มบุญ” เป็นวิธีการเพิ่มผลผลิตมะม่วงที่ชาวสวนทั่วไปนิยมทำกันมาก เพราะนอกจากจะได้ผลผลิตจากต้นแม่ตามปกติแล้ว ยังได้ผลผลิตจากกิ่งที่นำไปเสียบฝากไว้อีก เรียกว่าได้ผลผลิต 2 ต่อ การฝากท้องก็คือ การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเสียบยอด ที่เราไม่ต้องตัดต้นแม่ทิ้งในช่วงปีแรกๆ เราสามารถเก็บต้นแม่ไว้ให้ผลผลิต รอจนกว่ากิ่งพันธุ์ดีที่เสียบไว้หรือฝากท้องไว้ในปีแรกโตพอจึงตัดต้นแม่ทิ้งเหลือแต่กิ่งพันธุ์ดีให้เจริญเติบโตต่อไป วิธีการนี้จะไม่เสียประโยชน์จากต้นแม่เลย

ตัวอย่างเกษตรกร คุณจตุพร พึ่งประดิษฐ์  เจ้าของสวน “ไร่ไทรทอง” เลขที่ 1 หมู่ 1 ต.วังทับไทร  กิ่ง อ. สากเหล็ก จ.พิจิตร ที่ปลูกมะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่นและเพชรบ้านลาดในพื้นที่จำนวน 10 กว่าไร่ และได้นำมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง และน้ำดอกไม้เบอร์ 4 มาเสียบฝากไว้ ปีหนึ่งๆ เก็บผลผลิตได้กว่า 30 ตัน ขายได้เงิน 5-6 แสนบาท สอบถามได้ความว่า ตามปกติแล้วปลูกมะม่วงพันธุ์ฟ้าลั่นและเพชรบ้านลาด ปีหนึ่งจะได้ผลผลิตอย่างสูงไม่เกิน 20 ตัน และได้เงินประมาณ 2 แสนบาท แต่พอนำมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้มาเสียบฝากไว้ ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ขายได้เงินมากขึ้น

คุณจตุพร เล่าว่า เทคโนโลยีเกี่ยวกับการฝากท้องมะม่วงเริ่มเป็นที่นิยมของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงทั่วไป ก่อนหน้านี้ที่สวน ปลูกมะม่วงพันธุ์เพชรบ้านลาดและฟ้าลั่นนับพันต้น ในตอนนั้นราคาถือว่าถูกมากราคาสู้มะม่วงน้ำดอกไม้ไม่ได้ ถ้าจะให้ตัดต้นเพื่อเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองเลย ก็เสียดายเวลา เพราะกว่ายอดน้ำดอกไม้สีทองที่เสียบไว้จะให้ผลผลิตต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี จึงศึกษาเทคนิคการฝากท้องจนเข้าใจและตัดสินใจฝากท้องน้ำดอกไม้สีทอง กับต้นพันธุ์เพชรบ้านลาดและฟ้าลั่น

การเปลี่ยนยอดมะม่วงบนต้นตอขนาดใหญ่

วิธีการฝากท้องก็คือ การเสียบยอด แต่มี “เคล็ดลับอยู่ว่าต้นพันธุ์เดิมจะต้องไม่ มีการแตกใบอ่อนเพราะหากต้นมีใบอ่อนแล้วการเสียบยอดจะไม่ค่อยติด”  แล้วยอดพันธุ์ดี (น้ำดอกไม้สีทอง) ที่จะนำมาเสียบฝากต้องเป็นยอดที่ไม่เป็นโรคและต้องเป็นยอดที่มีตาเต่ง ยอดอวบอ้วน ตามปกติแล้วการเสียบฝากสามารถเสียบได้กับกิ่งทุกขนาด แต่กิ่งขนาดเล็กจะทำได้ง่ายกว่ากิ่งขนาดใหญ่ เพราะกิ่งใหญ่จะลอกเปลือกยากและเปลืองเทปพลาสติกพันยอดมากกว่า

ส่วนตำแหน่งการเสียบนั้นจะต้องเสียบด้านบนของกิ่ง เพื่อป้องกันการฉีกขาดและควรเลือกเสียบบนกิ่งหลักๆ ประมาณต้นละ 3-5 กิ่ง ต้นพันธุ์เดิมจะกรีดแผลเป็นรูปตัวยู (U) คว่ำ กรีดแผลยาวประมาณ 1.50  นิ้ว แล้วใช้มีดงัดเปลือกต้นมะม่วงออก ส่วนยอดพันธุ์ดีใช้มีดปาดเป็นปากฉลามให้แผลด้านหนึ่งยาว 1.50 นิ้ว อีกด้านหนึ่งปาดแผลยาวเพียง 1 เซนติเมตร เท่านั้น ในการปาดยอดพันธุ์ดีจะต้องใช้มีดคมๆ ปาดครั้งเดียวให้ขาด ห้ามให้แผลช้ำ เพราะหากแผลช้ำจะติดเชื้อ แล้วนำยอดพันธุ์ดีไปเสียบใต้ เปลือกต้นพันธุ์เดิม จากนั้นให้พันเทปพลาสติก วิธีพันจะต้องพันจากด้านล่างขึ้นข้างบน เปรียบเหมือนการมุงหลังคาบ้าน และการพันต้องใช้มือกดยอดให้แน่นๆ ถ้าพันแน่นกิ่งจะติดง่าย

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเคล็ดลับก็คือ หลังพันพลาสติกเสร็จ ต้องเอาใบมะม่วง 1 ใบ มาปิดยอด ป้องกันแดดส่องตา หากไม่เอาใบมะม่วงมาปิดโอกาสที่ยอดโดนแดดไหม้จะมีมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นช่วงปลายฤดูฝน เพราะจะมีโอกาสติดดีมาก แต่ถ้าคนที่ทำมีความชำนาญ ฤดูไหนก็ทำได้ ยกเว้นฤดูหนาว เพราะช่วงอากาศหนาวยอดจะไม่ค่อยติด เสียบฝากไว้ประมาณ 7 วัน ถ้ายอดพันธุ์ดีที่นำมาเสียบยังเขียวอยู่ โอกาสติดจะสูงมาก ให้อดใจรออีกจนถึง 15 วัน ถ้ายอดเริ่มแทงถือว่าติดแน่นอน เพราะยอดที่ไม่ติดจะดำ เมื่อเห็นว่ายอดเริ่มแทงให้ใช้มีดเจาะพลาสติกด้านบนให้ตาแทงยอดออกมา แต่ห้ามแกะพลาสติกออกหมด ยอดพันธุ์ดีดูแลไม่ยาก เมื่อเราฉีดพ่นสารเคมีให้กับต้นพันธุ์เดิมก็พ่นให้ยอดใหม่บ้าง หรือหากสังเกตเห็นแมลงรบกวน ก็ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดได้

การฝากท้องมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง บนต้นมะม่วงเพชรบ้านลาด

ในการเสียบฝากท้องนั้น ถ้าเสียบยอดในช่วงเดือนกันยายน ยอดพันธุ์ดีจะแตกเป็นช่อดอกสูงมาก ซึ่งถ้าพบว่ายอดที่แตกมาใหม่เป็นช่อดอกให้ตัดทิ้ง  เพราะหากปล่อยไว้ให้ติดผล พบว่ายอดนั้นจะตายภายหลังจากที่เก็บผลเสร็จ แต่ความจริงแล้วเราสามารถปล่อยให้ติดได้ตั้งแต่ปีแรกถ้าเราเสียบฝากในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน  เพราะกว่าจะถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เราดึงช่อดอก กิ่งที่เสียบไว้ก็จะแตกเป็นพุ่มเล็กๆ แล้ว แต่ถ้าต้องการให้กิ่งที่เสียบแตกเป็นพุ่มเร็วแนะนำให้ตัดปลายยอดมะม่วงที่แตกมาบ่อยๆ กิ่งที่แตกมายืดยาวให้ตัดจะเป็นพุ่มเร็ว ยกตัวอย่าง น้ำดอกไม้สีทอง เสียบบนต้นเพชรบ้านลาด

ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จากการฝากท้อง

เมื่อเข้าสู่ปีที่สอง เราตัดแต่งทรงพุ่มของต้นเพชรบ้านลาดและดูแลตามปกติจนถึงเวลาดึงช่อ ดอกก็ทำตามปกติ แต่ผลผลิตแทนที่เราจะได้ผลเพชรบ้านลาดต้นละ 50 กิโลกรัม เหมือนเดิมแต่จะได้ผลผลิตจากน้ำดอกไม้สีทองเพิ่มอีก ต้นละ 10-15 กิโลกรัม พอเข้าปีที่สาม ผลผลิตเพชรบ้านลาดก็ยังได้ต้นละ 50 กิโลกรัม แต่ผลผลิตจากน้ำดอกไม้สีทองที่เสียบฝากไว้จะได้เพิ่มขึ้นเป็นต้นละ 25-30 กิโลกรัม และพอเข้าสู่ปีที่ 5-6 เราก็เริ่มตัดกิ่งเพชรบ้านลาดออกปีละ 2-3 กิ่ง จนหมด เราจะได้ต้นมะม่วงต้นใหม่ที่เป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง

บทความก่อนหน้านี้ชาวแก่งกระจาน เพชรบุรี ปลูกผักกูด ผลิตผลการเกษตรส่งรีสอร์ตและตลาดสด
บทความถัดไปศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เชียงใหม่ ส่งเสริมปลูกอะโวคาโดอินทรีย์