กรมหม่อนไหมสู้ภัยแล้ง แนะวิธีดูแลแปลงหม่อน พบใช้เชื้อรา “ไมคอไรซา” ผสมปุ๋ยใส่แปลงหม่อน ช่วยหม่อนทนแล้งและเพิ่มผลผลิต

นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนมากในช่วงหน้าแล้งจะส่งผลกระทบต่อการปลูกหม่อน ทำให้ใบหม่อนมีเปอร์เซ็นต์น้ำในใบต่ำ คุณภาพของใบหม่อนจะส่งผลต่อผลผลิตรังไหม เกษตรกรที่ปลูกหม่อนหรือเลี้ยงไหมในช่วงหน้าแล้ง จึงมีข้อควรปฏิบัติในการดูแลแปลงหม่อน ดังนี้

1. ตัดแต่งกิ่งหม่อน โดยควรเลื่อนการตัดแต่งกิ่งหม่อน จากปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เป็นหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ฝนจะเริ่มตกมากขึ้นในหลายพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว วางแผนการเลี้ยงไหมให้สอดคล้องกับการตัดแต่งกิ่ง เนื่องจากหลังตัดแต่งกิ่งแล้ว ประมาณ 2- 3 เดือน ต้นหม่อนถึงจะเจริญเติบโตพอที่จะเก็บใบไปเลี้ยงไหมได้และภายหลังการตัดแต่งควรมีการบำรุงรักษาต้นหม่อน เพื่อให้มีการฟื้นตัวโดยเร็ว

2. รักษาความชื้นในดิน โดยการพรวนดินให้ร่วนซุยและใช้วัสดุคลุมดิน ประเภทอินทรียวัตถุ หรือเศษเหลือของพืชจากการเกษตรต่างๆ เช่น ฟางข้าว ใบไม้แห้ง เปลือกข้าวโพด ซังข้าวโพดโดยคลุมระหว่างแถวต้นหม่อน เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวดินทำให้ดินมีความชุ่มชื้น ช่วยลดการสูญเสียน้ำและเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน

3. การบริหารจัดการน้ำ ควรกำหนดช่วงเวลาการใช้น้ำวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้ง ควรมีการให้น้ำต้นหม่อน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยวิธีเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลงหรือการใช้ระบบน้ำหยดในแปลง โดยใช้มินิสปริงเกลอร์ ซึ่งเป็นวิธีการให้น้ำแบบประหยัดทั้งแรงงานคนและประหยัดน้ำ และการทำแนวกันไฟรอบแปลงหม่อนเพื่อป้องกันไฟป่า และสกัดกั้นการลุกลามของไฟด้วยการถางวัชพืชเป็นแนวโดยจะต้องถางวัชพืชให้ชิดติดดินและให้โล่งเตียน

นอกจากนี้ กรมหม่อนไหมยังได้ศึกษาวิจัยและพบว่า การใช้ปุ๋ยหมักเติมอากาศ จะช่วยให้น้ำไหลลงสู่ดินชั้นล่าง ไม่ชะล้างผิวหน้าดินออกไป ส่งผลทำให้น้ำสะสมอยู่ใต้ชั้นดินมีความชื้นตลอดเวลา มีความร่วนซุยมากขึ้น และยังพบว่าการใส่ปุ๋ยในแปลงหม่อนร่วมกับการใช้เชื้อจุลินทรีย์ไมคอไรซา ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวรากทำให้สามารถดูดน้ำและธาตุอาหารได้เพิ่มขึ้น ทำให้พืชทนแล้งและช่วยเพิ่มผลผลิตหม่อนได้อีกด้วย ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมหม่อนไหม เบอร์โทรศัพท์ 0-2558-7924-26 หรือที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียติฯ ทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ

บทความก่อนหน้านี้ครูต๋อย เชียงราย สร้างอาชีพเสริม โดยเลี้ยง “ด้วงงวง” จำหน่าย
บทความถัดไปมช. นำเสนอ สู่ก้าวใหม่พืชสวนไทย