สาวเมืองตากไอเดียเจิด! ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ทำตลาดเมล็ดพันธุ์ ‘ผ่านโซเชียลฯ’ มีเท่าไหร่ไม่พอขาย

สวัสดีครับ ขณะที่ผมเขียนบทความนี้เป็นช่วงที่มีการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. ข้าว เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผมเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายใดๆ แต่ผมมีความเห็นใจพี่น้องชาวไร่ชาวนา ที่อาจจะต้องพบวิบากกรรม หาก พ.ร.บ. นี้ผ่านออกมา แต่ขอบอกครับว่า ผมเองยังมีความหวังลึกๆ ว่า เรื่อง พ.ร.บ. ข้าว ฉบับนี้จะต้องได้รับการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไม่ทำให้ชาวนาที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้เองมีโทษสูงถึง จำคุก 1 ปี และปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะผมเคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลนี้เดินมาคุยฝากฝังกับข้าราชการในเรื่องทำนองเดียวกันนี้ว่า “อย่ายอมให้บริษัทมาผูกขาดเรื่องเมล็ดพันธุ์พืช ต้องช่วยกันให้ชาวบ้าน เกษตรกร ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชใช้เองอย่าไปพึ่งพาคนอื่น”

คำพูดที่ได้ฟังมาทำผมหัวใจพองโตว่า มีคนใหญ่คนโตในบ้านนี้เมืองนี้ยืนอยู่ข้างเกษตรกร แต่การกระทำที่ผมเห็นในวันนี้ต้องบอกว่ามันแปลกครับ เข้าเรื่องของเราครับ ฉบับนี้ไปดูคนปลูกหญ้า ขายพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ผ่านโซเชียลมีเดีย รับทรัพย์เป็นว่าเล่น

ปลูกหญ้าให้วัวกิน

พาท่านมาที่ 107 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไปพบกับ คุณนิตยา จันทะโพธิ์ คุณนิตยา เล่าว่า เริ่มทำแปลงหญ้าอาหารสัตว์ เมื่อปี 2535 โดยปลูกหญ้าไว้เพื่อเลี้ยงวัวในฟาร์มตัวเอง ที่เน้นสายพันธุ์วัวลูกผสมบราห์มัน ชาโรเล่ส์กว่า 100 ตัว ทั้งวัวขุนและวัวปล่อยเลี้ยงเป็นฝูง

แต่เนื่องด้วยฟาร์มของเราติดกับป่าชุมชน หน้าฝนจึงแบ่งช่วงการเลี้ยงในฟาร์มเป็นระยะเวลาสั้นๆ คือเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นจะให้วัวออกหากินข้างนอกเสริมด้วยหญ้าเนเปียร์และฟาง เหตุผลคือ เราต้องการเก็บหญ้าในฟาร์มไว้ให้กินในฤดูที่มีน้ำน้อย คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม หลังจากนั้นหญ้าจะหมด จะให้กินหญ้าเสริม เช่น หญ้าเนเปียร์และหญ้าสวิทจัมโบ้

คุณนิตยา จันทะโพธิ์

คุณนิตยา บอกว่า พ่อกับแม่ทำเมล็ดพันธุ์หญ้าขายมาตั้งแต่ก่อนปี 2538 โดยจะขายเมล็ดพันธุ์หญ้าให้เพื่อนบ้านหลังนำไปปลูก ต่อมาจึงมีพ่อค้าคนกลางมารับเมล็ดพันธุ์หญ้าไปขายต่อ จึงเป็นที่มาของการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หญ้า หลังจากนั้นคุณนิตยาจึงมาสานต่อโดยขายเมล็ดพันธุ์หญ้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำมาได้ประมาณ 2 ปีและมีเสียงตอบรับที่ดีมาก

 

แปลงหญ้า ในพื้นที่ 300 ไร่

ตอนนี้คุณนิตยามีพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ทั้งหมด 300 ไร่ พันธุ์หญ้าที่ปลูกคือ หญ้ารูซี่ พื้นที่ 250 ไร่ หญ้าสวีทจัมโบ้ พื้นที่ 40 ไร่ และหญ้าเนเปียร์ พื้นที่ 10 ไร่ สำหรับใครที่ไม่รู้จักหญ้าสวีทจัมโบ้ ผมจะขอแนะนำหญ้าอาหารสัตว์พันธุ์นี้ครับ หญ้าสวีทจัมโบ้เป็นกลุ่มหญ้าซอร์กัม (Sorghum almum) ตระกูลข้าวฟ่าง เป็นหญ้าอายุสองปี แหล่งดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เป็นหญ้ากอสูง ต้นสูงประมาณ 1.6 เมตร ลักษณะใบคล้ายต้นอ้อ อยู่ในตระกูลข้าวฟ่าง ซึ่งเมล็ดมีความงอกดีและเติบโตเร็วมาก สามารถตัดมาให้สัตว์กินได้หลังจากปลูกเพียง 30-45 วัน หลังจากตัดจะแตกยอดใหม่ได้หลายครั้ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้หญ้าอย่างเร่งด่วน

วิธีปลูกคือ หยอดเป็นแถว หรือหว่านแล้วไถดินกลบ ในฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ส่วนในฤดูแล้งควรให้น้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ต่อครั้ง หลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 15-20 วัน ควรกำจัดวัชพืชพร้อมกับใส่ปุ๋ยและให้น้ำทันที

เตรียมแปลงปลูกหญ้าอาหารสัตว์

สิ่งที่ต้องใส่ใจคือ
พันธุ์หญ้า 
คุณค่าทางอาหาร

พืชอาหารสัตว์คือจุดกำเนิด คือวัตถุดิบของคุณภาพการเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นการเลือกชนิดหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เอามาปลูกจะต้องดูจากองค์ประกอบหลายอย่าง

คุณนิตยา ให้ข้อมูลว่า การเลือกพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์เพื่อนำมาปลูกจะดูจากตัวเราเอง จากสิ่งที่เรามีก็คือ เรื่องของสภาพดิน ระบบน้ำ วิธีการเก็บเกี่ยว และคุณค่าทางอาหารของหญ้าและผลผลิตของเมล็ดหญ้าต่อไร่ อย่างที่ฟาร์มของเราจะใช้น้ำฝนเป็นหลัก เป็นพื้นที่ดอนเราจึงเลือกปลูกหญ้าพันธุ์รูซี่เพราะเป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี เติบโตเร็ว แตกกอดี สัตว์ชอบกิน โตได้ดีในดินที่ดอนและในดินที่ไม่สมบูรณ์นัก

ข้อมูลของกรมปศุสัตว์บอกว่า หญ้ารูซี่ มีปริมาณโปรตีนประมาณ 8.2% เป็นพันธุ์หญ้าที่กรมปศุสัตว์แนะนำให้เกษตรกรใช้ปลูกบนพื้นที่ดอน พืชอาหารสัตว์อีกชนิดที่คุณนิตยาขายเมล็ดพันธุ์ก็คือ หญ้าพันธุ์สวิทจัมโบ้ ข้อดี  เมล็ดหญ้าพันธุ์สวิทจัมโบ้จะแตกกอดี โตไว ใบดก เป็นหญ้าคุณภาพดี มีโปรตีน 14-20% ปลูกง่าย เมล็ดมีความงอกดีและเติบโตเร็วมาก แต่มีอายุสั้น ประมาณ 1-2 ปี สามารถตัดมาให้สัตว์กินสดหลังจากที่ปลูกเพียง 30-45 วัน คุณค่าอาหารใกล้เคียงกับข้าวโพด ควรตัดต้นให้กินก่อนที่จะมีดอก เกษตรกรสามารถนำต้นและใบของหญ้าพันธุ์สวิทจัมโบ้ไปทำหญ้าแห้งและหญ้าหมัก เลี้ยงสัตว์ได้

 

การผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าเพื่อขาย

เมล็ดพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์จากฟาร์มของคุณนิตยาจะมีผลผลิตออกปีละ 1 ครั้ง ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน มีเมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่ และเมล็ดพันธุ์หญ้าสวิทจัมโบ้ หลังการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์จากแปลง และกะเทาะหรือสีเอาเมล็ดพันธุ์ออกมาแล้วจําต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ชุดนั้นๆ ด้วยกระบวนการทําความสะอาดคัดแยกสิ่งเจือปนออกแล้วผึ่งแดด ผึ่งลม ในลานตากให้แห้ง ก่อนบรรจุถุงจำหน่ายตามความต้องการของลูกค้า

คุณนิตยา บอกว่า อยากขายมากๆ แต่มีปัญหาลมฟ้าอากาศไม่สามารถกำหนดปริมาณของเมล็ดพันธุ์หญ้าได้ อย่าง หญ้ารูซี่ ติดเมล็ดปลายฝนต้นหนาว ทำให้มีปัญหาเก็บเกี่ยวหากมีฝนลงมาจะทำให้เมล็ดร่วง ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ จึงทำให้ได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่ปีละไม่เกิน 10 ตัน ส่วนหญ้าพันธุ์สวิทจัมโบ้ใช้แรงงานเยอะ มีต้นทุนสูง จึงผลิตได้น้อย เพียงปีละ 5 ตัน

คุณนิตยา ยืนยันในเรื่องคุณภาพของเมล็ดพันธุ์หญ้าว่า เมล็ดพันธุ์ไม่ค้าง ไม่เก็บนาน เพราะหากเกิน 1 ปี อัตราการงอกต่ำ ที่ฟาร์มคุณนิตยาไม่มีห้องเย็นเก็บ จึงต้องขายให้หมดภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนหลังเก็บเมล็ดพันธุ์มา เราทำเรื่องเมล็ดพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์มานาน จึงต้องรักษาชื่อเสียง รักษาลูกค้าเอาไว้ เราจะไม่เอาเมล็ดพันธุ์เก่าเก็บค้างปีมาขายเด็ดขาด

หญ้าพันธุ์สวีทจัมโบ้ ที่เพิ่งงอกเปรียบเทียบกับต้นที่โตพร้อมตัด

ทำตลาดเมล็ดพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์อย่างไร

คุณนิตยา บอกว่า กลุ่มลูกค้าของเรามีทั้งเกษตรกร ร้านค้าขายพันธุ์พืชต่างๆ หน่วยงานราชการ เช่น อบต. เทศบาล ก็ใช้เมล็ดพันธุ์หญ้าของเรา แม้ว่าตอนนี้มีพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ให้เลือกมากมาย เกษตรกรมีทางเลือกทั้งหญ้าเนเปียร์ หญ้าจักรพรรดิ์ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบแล้ว หญ้ารูซี่ อาจสู้ไม่ได้ในเรื่องของปริมาณการผลิต แต่เกษตรกรที่ยังต้องการพันธุ์หญ้ารูซี่ยังมีอีกเยอะ

อย่างเช่น ลูกค้าภาคใต้ซื้อไปปลูกในสวนยาง ลูกค้าภาคกลางซื้อไปปลูกในสวนมะม่วงเพื่อใช้พื้นที่ว่างในสวนให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่นิยมหญ้าเนเปียร์ เพราะไม่มีเวลาตัด ไม่มีเวลาบดหญ้า จึงปลูกหญ้าพันธุ์รูซี่ให้วัวเดินกินเอง

หลักการทำตลาดเมล็ดพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ของคุณนิตยาจะใช้สื่อโซเชียลมีเดียกระจายข่าวไปในกลุ่มผู้ที่สนใจ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เมื่อได้ออเดอร์มาจะจัดส่งเมล็ดพันธุ์หญ้าไปให้ลูกค้าทางไปรษณีย์

การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์

“เราจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หญ้าที่บ้านและที่ฟาร์ม รวมทั้งในเฟซบุ๊กของตัวเอง ซึ่งลูกค้ามีเยอะ มีหลายกลุ่ม เมล็ดพันธุ์หญ้าของเราถูกส่งไปไกล มีคนสนใจเยอะ นอกจากขายเมล็ดพันธุ์หญ้าของฟาร์มเราเองแล้ว เรายังไปช่วยคนในชุมชน คนเฒ่าคนแก่ที่ทำเมล็ดพันธุ์หญ้าขาย แต่ไม่มีความรู้เรื่องตลาดออนไลน์ พอเราไปทำให้ชาวบ้านมีช่องทางการขายเพิ่มขึ้นก็ดีใจมาก

เราทำตลาดแบบเกษตรกรรายย่อย เพราะไม่มีต้นทุนสร้างห้องเย็นเก็บเมล็ดพันธุ์ ไม่มีทุนใช้สารเคมีเพื่อยืดอายุการเก็บเมล็ดพันธุ์ เราจึงทำตลาดโดยเราเน้นความสดใหม่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกปีปีละหลายสิบตันเพื่อให้คนซื้อมั่นใจเรื่องพันธุ์และเปอร์เซ็นต์การงอก นอกจากนั้น เรายังจำหน่ายในราคาถูกที่เราอยู่ได้ คนซื้อพอใจเพื่อแข่งกับเจ้าใหญ่ๆ ในตลาด” คุณนิตยา เล่าแนวคิดการทำตลาด

สุดท้าย คุณนิตยา ฝากบอกว่า ฝากถึงเพื่อนเกษตรกรให้หมั่นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะทุกวันนี้ความรู้และเทคโนโลยีสามารถช่วยให้เราพัฒนาฟาร์มได้ทันโลก เรื่องการตลาดก็อย่ายึดติดแต่การทำเกษตรเก่าๆ ทำในสิ่งที่ตลาดต้องการ และทำทุกอย่างที่ลดต้นทุนได้ ก็น่าจะเป็นหัวใจหลักในการทำฟาร์ม

ใครสนใจเมล็ดพันธุ์หญ้าติดต่อ คุณนิตยา จันทะโพธิ์ มาได้ที่ โทร. 087-985-1081 หรือที่ www.facebook.com/BubiPupiBubipupi

พันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ที่เก็บเกี่ยวมาแล้วจะนำมาตากให้แห้ง

 

บทความก่อนหน้านี้ภาคเหนือยังวิกฤต! กระอักฝุ่นพิษ ‘เชียงราย’ สาหัสสุด ค่าฝุ่นพุ่ง 353 มคก./ลบ.ม
บทความถัดไป“ขอนแก่น” เจอปัญหาภัยแล้ง-โรคระบาด ทำ “มะนาว” ราคาพุ่งลูกละ 5 บาท