ประจวบฯ เปิดตัวทุเรียน “ทองบางสะพาน” จดทะเบียนแล้ว หลังคงเอกลักษณ์นาน 25 ปี

นายธวัชชัย เทศรำลึก เจ้าของสวนมีตังค์ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด เปิดตัวทุเรียนทองบางสะพาน หลังจากนำทุเรียน “พันธุ์ทองบางสะพาน” จดทะเบียนรับรองสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร โดยนำพันธุ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทองจาก จ.นนทบุรี มาปลูกในสวนเมื่อปี 2526 แต่หลังจากปลูกได้ระยะหนึ่ง ยอดของต้นทุเรียนเดิมหัก แต่ต้นตอจากการเพาะจากเมล็ดทุเรียนได้งอกใหม่บริเวณส่วนโคน ทำให้ได้ทุเรียนพันธุ์ผสมที่มีลักษณะดี ซึ่งคาดว่าต้นเดิมจะเป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณใน จ.นนทบุรี

จากนั้นได้ปล่อยให้ต้นทุเรียนเจริญเติบโตจนกระทั่งออกดอกและติดผลในปี 2533 พบว่า เนื้อทุเรียนมีความแตกต่างจากพันธุ์หมอนทองเดิม เนื่องจากมีเนื้อละเอียด มีสีเหลืองเข้มคล้ายทองคำ กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติมันอมหวาน น้ำหนักผลโดยเฉลี่ย 2-5 กิโลกรัม

นายธวัชชัยกล่าวว่า หลังจากติดตามความคงตัวของลักษณะสายพันธุ์ทุเรียนนาน 25 ปี จึงตั้งชื่อพันธุ์ทุเรียนใหม่ พร้อมยื่นขอจดทะเบียนรายชื่อพันธุ์พืชจากกรมวิชาการเกษตรและขยายพันธุ์ทุเรียนทองบางสะพานด้วยการเสียบยอดเพิ่มอีก โดยต้นทุเรียนชุดใหม่จะเริ่มให้ผลผลิตได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนั้นได้จำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้กับผู้สนใจนำไปเพาะขยายพันธุ์ในราคากิ่งละ 400 บาท ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และขณะนี้ได้ตั้งเป้าหมายในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและขยายพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพานเป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอบางสะพาน

ด้านนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายอำเภอปราณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมของดีปราณบุรี ทุเรียนเขาจ้าว ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-9 มิถุนายน ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอปราณบุรี มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนจาก ต.เขาจ้าว ที่มีรสชาติหวาน หอม เป็นที่นิยมรับประทานของผู้บริโภคไม่ต่างจากทุเรียนป่าละอู มีจำหน่ายวันละ 400-500 กิโลกรัม ราคาพิเศษกิโลกรัมละ 170 บาท จากปกติกิโลกรัมละ 280 บาท นอกจากนี้มีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ สินค้าประมง สินค้าเกษตรแปรรูปจากสับปะรด

บทความก่อนหน้านี้ปลูกสวนป่าสร้างเงินในอนาคต ปลูก 1 ไร่  มีเงินใช้ เงินเก็บ ได้ตลอดชีวิต
บทความถัดไปบ้านโนนเขวา ขอนแก่น ปลูกพืชน้ำน้อย สู้ภัยแล้ง โกยรายได้หลักพันต่อวัน