มาหาไร่ มหาลัย ฟาร์มสเตย์ & เกษตรไบโอเทคนิค

ในอดีตที่ผ่านมา ปู่ย่าตายายของเราส่วนมากจะมีอาชีพทางการเกษตร ท่านเหล่านั้นทำการเกษตรด้วยความเคารพต่อธรรมชาติ ผืนดิน ป่าเขา แม่น้ำ เสมือนผู้มีพระคุณที่เกื้อหนุนแก่สรรพชีวิตทั้งหลายในโลก ท่านเหล่านั้นได้ใช้วัตถุดิบทางธรรมชาติอย่างทะนุถนอมค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่างประหยัดและใช้อย่างมีคุณค่าที่สุด

การแสดงความเคารพต่อธรรมชาติ เช่น การทำขวัญข้าว กลายเป็นเรื่องงมงายในปัจจุบัน หลังจากที่เราทำเกษตรยุคใหม่ซึ่งเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีทั้งสารเคมีกำจัดโรคพืช กำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ยั้งมือ โดยมุ่งหวังผลผลิตที่ได้เป็นสำคัญโดยไม่คำนึงถึงสารตกค้างที่อยู่ในพืชผักที่ผลิตซึ่งจะส่งผลร้ายต่อผู้บริโภคและตัวเอง

มาหาไร่ มหาลัย
คุณสานิต สิทธิชัย

คนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ หลายท่านหลังที่จะมาเกษียณในชีวิตปั้นปลายที่ไร่นาในต่างจังหวัด หรือบางท่านสามารถกลับมาใช้ชีวิตกลางไร่นาในวัยหนุ่มสาว เช่น ครอบครัวสิทธิชัย ซึ่งมี คุณวิรัตน์ สิทธิชัย และ คุณสานิต สิทธิชัย น้องชาย กับพี่ๆ น้องๆ ในครอบครัวฝันอยากเป็นครอบครัวเกษตรกรตามวิถีของบรรพบุรุษอีกครั้งที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี

คุณสานิต กล่าวถึงความเป็นมาเป็นไปว่า “ดั้งเดิมพ่อแม่ย้ายจากจังหวัดกาญจนบุรี มาที่บ้านคา ราชบุรี เมื่อ 45 ปีก่อน โดยลาออกจากการรับราชการมา ทำการเกษตรปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าวฟ่าง และเผาถ่าน แต่ก็สามารถส่งลูกๆ หลายคนเรียนจนจบปริญญาตรีและมีหน้าที่การงานหมดทุกคน ต่อมาผมมีความสนใจเรื่องเกษตรจึงเข้าเรียนปริญญาตรีด้านการเกษตรของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จนจบ จากพื้นฐานเดิมที่จบทางด้านเคมี ไม่มีความรู้ทางด้านเกษตรเลย ได้นำความรู้ที่ได้มาวางแผนพัฒนาการทำเกษตรของที่บ้าน ด้วยคิดว่าเกษตรกรทั่วไปมักทำการเกษตรตามความคุ้นเคย และอาศัยพึ่งพาธรรมชาติมากเกินไป ไม่ได้เอาความรู้ทางด้านนี้ไปช่วยพัฒนาให้การเกษตรประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น จึงยังเห็นเกษตรกรส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่”

แปลงปลูกแตงกวา
ผลผลิตที่ได้

การเกษตรแบบเดิมๆ จึงเป็นสิ่งที่ล้าสมัย การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ไห้ได้ประโยชน์สูงสุดเป็นเรื่องที่สำคัญ การพึ่งพาสารเคมีเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งเพราะในครอบครัวสิทธิชัย มีพี่ชายคนที่ดูแลไร่ได้ป่วยจากการใช้สารเคมีเกิดขนาด พบว่าในเลือดมีสารเคมีอยู่ ทั้งยาฆ่าหญ้า และยาปราบศัตรูพืชจากการปลูกกะหล่ำปี ต้นหอม มะเขือ ทำให้ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอยู่นาน สิ่งนี้เป็นประสบการณ์ตรงซึ่งทำให้ครอบครัวสิทธิชัยตระหนักถึงความสำคัญของการละเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้

จากประสบการณ์ที่เลวร้ายนี้จึงได้หาข้อมูลต่างๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตที่เป็นข้อมูลการใช้ชีวภัณฑ์ที่ทดแทนสารเคมี โดยมีพี่ชายคนโต คุณวิรัตน์ สิทธิชัย พี่ชายคนโต ดูแลเรื่องวิชาการและองค์ความรู้ทางด้านเกษตรไบโอเทคนิค ได้นำข้อมูลความรู้มาปรับใช้ในไร่แทนสารเคมี แรงงานที่ไร่จะมีพี่ชาย พี่สะใภ้ พี่สาว และหลานอีกคนเป็นหลัก ไม่ได้จ้างแรงงานข้างนอกเลย จากพื้นที่ 100 ไร่ ที่ติดลำธารใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี สามารถนำมาใช้ในการเกษตรอย่างพอเพียง แบ่งส่วนที่เป็นที่ราบ 20 ไร่ ส่วนที่เป็นที่ลาดชัน 80 ไร่ ได้ปลูกสับปะรดสำหรับส่งโรงงาน ส่วนพื้นที่ราบที่เหลือปลูกผักที่ไม่ใช้สารเคมี

บรรยากาศสายน้ำ
เครื่องเล่นที่ไม่มีในห้าง

เริ่มต้นครั้งแรกๆ ได้ปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ งดใช้สารเคมีทั้งหมด สร้างโรงหมักปุ๋ย เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ โดยใช้อาหารจากในสวน ส่วนใหญ่จะใช้ใบปอกระสา เอามาสับผสมกับมะละกอ ต้นกล้วย กล้วย ผักขมไทย ข้าวโพด รำและปลาป่นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ เศษผักที่เหลือก็จะนำมาสับใส่ให้ด้วย

ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็จะปลูกผักเพื่อส่งตลาดศรีเมือง จังหวัดราชบุรี เช่น แตงกวา พริก มะเขือ มะเขือพวง ตะไคร้ กระชาย มะละกอ นอกจากนี้ ก็ทำบ้านพักไว้หลังหนึ่งมี 2 ห้องสำหรับแขกที่มาพัก คิดราคาคืนละ 1,200 บาท ส่วนถ้ากางเต็นท์นอนคิด 100 บาท ต่อหัว สำหรับเด็กเล็กไม่คิดเงิน

บ้านพักแบบชาวไร่
บรรยากาศยามค่ำ

จุดประสงค์ของการสร้างบ้านพักในสวนเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียดสำหรับคนเมืองซึ่งอยู่ภายในภาวะกดดันในเมืองใหญ่ ได้มีโอกาสมาเที่ยวชมธรรมชาติ เรียนรู้การทำเกษตรปลอดภัย และให้เด็กซึมซับความเป็นไปของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เพราะการสัมผัสชีวิตแบบนี้หาไม่ได้ในห้างใหญ่ๆ ที่คนกลุ่มทุนสร้างความสะดวกสบายไว้ให้มอมเมาเยาชนซึ่งมีแต่สิ่งฟุ้งเฟ้อราคาแพง

การทำสวนของไร่ที่นี่เน้นการใช้ชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ซึ่งใช้ประโยชน์ 3 อย่าง คือ ด้านอุปโภค ได้แก่ การนำน้ำหมักสมุนไพรด้วยจุลินทรีย์ผลิตสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ส่วนด้านการบริโภค เช่น การหมักสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ในไร่นี้เน้นเรื่องการใช้จุลินทรีย์ทางการเกษตรเป็นหลัก

เป็ดไข่ในลานกว้าง
เป็ดไข่ในลานกว้าง

ทำไมต้องหมักด้วยจุลินทรีย์

คุณวิรัตน์ ดูแลเรื่องวิชาการและองค์ความรู้ทางด้านเกษตรไบโอเทคนิค ให้ความรู้ว่า “การหมักด้วยจุลินทรีย์ก็เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายธาตุอาหารจากโมเลกุลใหญ่เป็นโมเลกุลเล็ก พืชสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ของพืชได้โดยตรง จุลินทรีย์จะย่อยสลายธาตุอาหารพืชไปเป็นพลังงาน การกินของจุลินทรีย์จะใช้วิธีการปล่อยเอนไซม์ออกมาช่วยย่อย หลักการก็เหมือนคนกินอาหารจากชิ้นใหญ่เคี้ยวเป็นชิ้นเล็กมีน้ำย่อยมีน้ำดีมีเอนไซม์ย่อยให้เล็กลงไปอีก จากโมเลกุลใหญ่เป็นโมเลกุลเล็กที่สุดครั้งสุดท้ายที่ลำไส้เล็กส่วนต้น จนสามารถดูดซึมเข้าผนังลำไส้เล็กไปสู่เม็ดเลือดแดงและท่อน้ำเหลืองส่งไปทั่วร่างกายได้จุลินทรีย์ที่นำมาใช้ สามารถแบ่งตัวเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ สามารถขยายเพิ่มปริมาณเชื้อได้ไม่มีวันหมดสิ้นหากให้ธาตุอาหารสม่ำเสมอ”

น้ำหมักจุลินทรีย์

การหมักธาตุที่พืชต้องการ 16 ธาตุ โดยการนำพืชและวัสดุที่ต้องการมาหมัก ใส่ลงถังหมักในปริมาณที่มากพอ เติมจุลินทรีย์ลงไป เทน้ำให้ท่วม ปิดฝาทิ้งไว้ 15 วัน การนำไปใช้ดูจากการหมักเป็นหลัก หมักวัสดุน้อยน้ำมาก อัตราส่วนพื้นฐาน 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร หากหมักเข้มข้นมากให้เจือจาง 20 ซีซี ต่อน้ำ 50 ลิตร เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องดูช่วงวัยพืชและลักษณะใบเป็นหลักด้วย

มะละกอธรรมชาติ
ของฝากจากไร่

ธาตุอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืช

พืชต่างๆ ที่ให้ธาตุอาหารจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ไนโตรเจน มีมากในสาบเสือ เปลือกสับปะรด ฟอสฟอรัส มีมากในมูลค้างคาว มูลสัตว์ต่างๆ โพแทสเซียม มีมากในผักตบชวา โกโก้ ถั่วเหลือง คาร์บอน มีมากใน มูลค้างคาว แคลเซียม มีมากในงาดำ เปลือกไข่ ขิง แมกนีเซียม มีมากในหญ้า ซัลเฟอร์ มีมากในกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ ธาตุเหล็ก มีมากในกระถิน สังกะสี มีมากในน้ำต้มหอยนางรม งาดำ ทองแดง มีมากในน้ำต้มหอยนางรม ถั่วเหลือง แมงกานีส มีมากในน้ำต้มหอยนางรม ถั่วลิสง โมลิบดีนัม มีมากในธัญพืช โซเดียม มีมากในเกลือแกง คลอรีน มีมากในเกลือแกง โบรอน มีมากในผักบุ้ง ตำลึง กะทกรก ซิลิกา มีมากในฟางข้าว แกลบ

การดำรงอยู่ของ มาหาไร่ มหาลัย เป็นการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างสงบสุข การปลูกพืชอินทรีย์เป็นสิ่งที่สำคัญรองลงมา จุดมุ่งหมายของไร่นี้ ต้องการ 3 ประการคือ สร้างอาหารปลอดภัยให้แก่ครอบครัวและผู้บริโภค และจะมีการสร้างรายได้ทางด้านการเกษตรให้ยั่งยืน ประการสุดท้ายต้องการชักชวนพื้นที่รอบข้างหรือผู้ตระหนักในพิษภัยของสารเคมีหันมาทำเกษตรปลอดภัยเพื่อเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ถูกทำลายไป

พายเรือเล่นในคลอง

ถ้าท่านสนใจต้องการพักผ่อนในวิถีแบบชนบทสูดกลิ่นไอทางธรรมชาติให้เต็มปอด มาหาไร่ มหาลัย เป็นแหล่งเกษตรแห่งการเรียนรู้การดำรงชีวิตที่ไม่ให้ถูกทุนนิยมขบกัดลูกหลานท่าน จนพาเข้าไปสู่สังคมบริโภคนิยมที่เป็นทาสความคิดนายทุนจนลืมวิถีชีวิตตัวเอง ติดต่อ คุณสานิต สิทธิชัย โทร. (085) 355-1828

 

บทความก่อนหน้านี้“ใบหม่อน”อาหารเลี้ยงหมูต้นทุนต่ำ ช่วยแก้โรคหอบ ป้องกันหมูช็อกตายในภาวะร้อนจัด
บทความถัดไปกาแฟโรบัสต้า กาแฟต้นใหม่ ใบ-ดอก สีม่วง : นวัตกรรมเกษตรของสวนศิริรัศมี ที่เมืองลำปาง