คาเฟ่หมาคอร์กี้ น้องหมาจากอังกฤษ ทำเงิน เตี้ย ล่ำบึ้ก แต่น่ารัก

แม้บทความนี้จะเริ่มต้นพาดหัวเนื้อหาด้วยคำว่า “ทำเงิน” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เลี้ยงน้องหมาคอร์กี้ แล้วขายเพื่อให้มีรายได้ เพราะเจ้าของสถานที่หรือคาเฟ่หมาคอร์กี้ที่กำลังจะเอ่ยถึง เลี้ยงหมาด้วยใจรัก รักตั้งแต่ก่อนจะนำมาเปิดเป็นคาเฟ่เสียอีก

คุณธันย์ชนก คณาวงษ์ หรือ คุณปุ๊ เจ้าของคาเฟ่หมาคอร์กี้ ย่านถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นคนจุดประกายคาเฟ่นี้ขึ้น

คุณธันย์ชนก คณาวงษ์

คุณธันย์ชนก บอกว่า การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่เจาะจงว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน แต่ท้ายที่สุดเมื่อเริ่มโตก็เหลือเพียงสุนัขชนิดเดียวที่ยังคงเลี้ยงอยู่และมีหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ บีเกิ้ล สุนัขไทย ทุกอย่างเริ่มต้นมานานไม่น้อยกว่า 10 ปี จากความรักความชอบในสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกิจการงอกเงยตามมา

“เมื่อ 10 กว่าปีก่อน สุนัขที่เราซื้อจากฟาร์มที่มีชื่อ พอได้มาทางฟาร์มก็ชักชวนเราทำสุนัขประกวด เราก็ลองทำประกวด แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไม่ใช่ เราเลี้ยงสุนัขเพราะรัก ต้องการให้เขาอยู่กับเราแล้วมีความสุข สบาย เราไม่มีความสุขที่ต้องพาสุนัขไปประกวด เลยตัดสินใจไม่เข้าวงการประกวด ไม่ผสมเพื่อพัฒนาสายพันธุ์สุนัข แล้วหันกลับมาเลี้ยงเล่นเสมือนสมาชิกในครอบครัว สร้างความสุขให้กับเขาดีกว่า”

ครูฝึกกับคอร์กี้ทั้งหมด
เนื้อไก่ส่วนอก

3 ปีก่อน กิจการโรงแรมสุนัขจึงเกิดขึ้น ด้วยมือของคุณธันย์ชนก เพราะมองเห็นความพร้อมในการดูแลสุนัขของตนเอง จึงตัดสินใจเปิดโรงแรมสุนัขขึ้น และในโรงแรมมี grooming หรือการดูแลสุนัขในทุกๆ ด้าน มีพื้นที่มากพอให้สุนัขวิ่งเล่นออกกำลังกาย มีสระว่ายน้ำ และอื่นๆ รับฝากสุนัขทุกสายพันธุ์ มีข้อกำหนดสำหรับสุนัขที่จะเข้าพักเสมือนโรงแรมที่รับฝากสุนัขทั่วไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ให้บริการโรงแรมสุนัข ก็มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก เพราะสิ่งพิเศษของการดูแลสุนัขที่นี่คือ เจ้าของสุนัขสามารถดูความเคลื่อนไหวของสุนัขตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางแอปพลิเคชั่น

เมื่อถามถึงอนาคตของการเปิดโรงแรมสุนัข คุณธันย์ชนก บอกว่า น่าจะไปได้ดี เพราะจำนวนการเข้าพักของสุนัขยังคงมีต่อเนื่อง คาดว่าเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ในสังคมไทยดีขึ้น และการบริการของโรงแรมจัดว่าอยู่ในระดับที่ดี ดูแลสุนัขตัวต่อตัว ทำให้ลูกค้าติดใจบอกต่อ เป็นที่มาของจำนวนลูกค้าที่ยังคงมีต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

คุณธันย์ชนก ให้บริการลูกค้าด้วยตัวเอง
บรรยากาศภายในร้าน

ระหว่างนั้น น้องหมาที่มีอยู่แล้วเริ่มอายุมากขึ้น แต่ละตัวไม่น้อยกว่า 10 ปี ความสดใสร่าเริงภายในบ้านก็เบาบางลง จึงอยากได้สุนัขมาเลี้ยงเพิ่ม การหาสุนัขมาเพิ่มก็ต้องพิจารณาเรื่องของสายพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาเลี้ยงสุนัขขนาดใหญ่ พบว่าปัญหาของสุนัขขนาดใหญ่คือ เมื่อเจ็บป่วยหรืออายุมากขึ้น การดูแลจะยาก แต่เพราะยังรักสุนัขขนาดใหญ่หรือสุนัขที่มีพลังงานสูง เวลช์ คอร์กี้ (Welsh Corgi) จึงเป็นคำตอบ

มีสนามกว้างให้ออกกำลังกาย
เตรียมพร้อม

ที่มาของคาเฟ่หมาคอร์กี้ คุณธันย์ชนก เล่าว่า พื้นที่บริเวณบ้านที่อยู่ใกล้โรงแรมมีเหลือ และทุกวันมีลูกค้าโรงแรมเข้าออกตลอดเวลา จึงคิดขยายการให้บริการเรื่องของเครื่องดื่มและขนมในคาเฟ่ขึ้นมา ประกอบกับเมื่อเริ่มเลี้ยงสุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ แล้วเริ่มอยากได้เพิ่ม และในที่สุดก็เพิ่มจำนวนสุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ ขึ้นมามากถึง 13 ตัว

สุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ มีถิ่นกำเนิดในแคว้นเวลช์ (Wales) ประเทศอังกฤษ เป็นสุนัขอีกสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยเฉพาะอังกฤษและญี่ปุ่น เนื่องจากสุนัขเวลช์ คอร์กี้ ฉลาด ขี้อ้อน ช่างประจบ และรักเจ้าของมาก จนได้ชื่อว่า สุนัขนายเดียว โดยแต่เดิมนั้น สุนัข เวลช์ คอร์กี้ เป็นสุนัขที่ทำงานเฝ้าฝูงโค ต่อมาได้กลายมาเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 จึงทำให้โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

นักท่องเที่ยวกับน้องคอร์กี้

สุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ เป็นพันธุ์ที่กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา มักไม่อยู่สุข เป็นมิตรได้ง่าย ทั้งยังฉลาด น่ารัก ร่าเริง มองดูแจ่มใส ขี้เล่น ไม่ขลาดกลัว มีจิตใจที่กล้าหาญ ขยันทำงาน ช่างประจบประแจง เหมาะมากที่จะเป็นสุนัขครอบครัว เพราะเป็นสุนัขที่สุภาพอ่อนโยนไม่ก้าวร้าว ไม่เห่าไร้สาระ

แต่ในขณะเดียวกัน สุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ ก็สามารถเป็นสุนัขเฝ้ายามได้เป็นอย่างดี ด้วยสัญชาตญาณดั้งเดิมที่มี ประกอบกับความปราดเปรียว แคล่วคล่อง ว่องไว จึงง่ายต่อการฝึกฝน ไม่ว่าจะเพื่อการประกวดสวยงาม หรือฝึกแสดงความสามารถต่างๆ สำหรับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ควรเลี้ยงไว้คู่กัน เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่ต้องการเพื่อนอยู่ตลอดเวลา

“ก่อนเริ่มทำคาเฟ่หมาคอร์กี้ ก็ทบทวนอย่างดีแล้วว่ามีความพร้อม และออกหาประสบการณ์คาเฟ่สุนัขหลายแห่ง ไม่มีที่ไหนเลยที่ประทับใจ เท่าที่เห็นเป็นการให้สุนัขออกมาอาศัยอยู่ในคาเฟ่ตลอดเวลา สุนัขไม่มีความสุข และเมื่อเรายึดความสุขของสุนัขเป็นหลัก แต่งานบริการลูกค้าก็ต้องควบคู่ไปด้วย จึงได้ข้อสรุปที่การพาสุนัขออกมาเล่นกับลูกค้าเป็นรอบ รอบละ 1 ชั่วโมง 3-4 รอบ ต่อวัน”

การฝึกสุนัขเป็นสิ่งจำเป็น และเราเลี้ยงสุนัขในแบบที่สุนัขเป็น คุณธันย์ชนก บอก

คุณธันย์ชนกจ้างครูฝึกสุนัขมาฝึกเวลช์ คอร์กี้ ครูฝึกจะเข้ามาฝึกสุนัขสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การฝึกอาจแตกต่างจากทั่วไปคือ ไม่ใช่วิธีบังคับหรือดุสุนัข แต่ใช้วิธีบอก เมื่อไรที่สุนัขทำตามได้ก็ให้รางวัล เพื่อให้สุนัขรู้ว่า สิ่งที่ทำดีและได้รางวัล ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องใช้เวลา แต่สุนัขจะมีความสุขและสมัครใจที่จะทำเอง

การให้บริการของคาเฟ่ มีรูปแบบดังนี้

น้องหมาคอร์กี้ 13 ตัว/ประมาณ 50 ท่าน/รอบ หยุดทุกวันจันทร์

วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 12.30-18.00 น. ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.30-18.00 น.

เปิดให้บริการเป็นรอบ ให้สุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ ออกมาเล่นด้วย รอบละ 1 ชั่วโมง ดังนี้

รอบที่ 1 : 10.30 น. (มีเฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์) รอบที่ 2 : 12.30 น. รอบที่ 3 : 14.30 น. และ รอบที่ 4 : 16.30 น.

ไม่รับจองคิวล่วงหน้า แต่ใช้วิธีเปิดขายบัตรด้านหน้าคาเฟ่ ก่อนเวลาเปิดรอบ 30 นาที ราคาค่าใช้จ่ายรอบละ 250 บาท ต่อท่าน จะได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว และค่าใช้จ่าย 350 บาท ต่อท่าน จะได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว และขนมหรือไอศกรีมอีก 1 รายการฟรีเช่นกัน

คุณธันย์ชนก บอกว่า ตลอด 1 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถเล่นกับน้องคอร์กี้ได้ทุกตัว เพียงเรียกชื่อตามป้ายห้อยคอสุนัข และหากต้องการให้อาหารเป็นรางวัลกับสุนัข จะมีเนื้อไก่ส่วนอกบริการ และมีพนักงานคอยดูแลให้ความช่วยเหลือตลอด 1 ชั่วโมงที่อยู่ภายในคาเฟ่

สำหรับการดูแลสุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ คุณธันย์ชนก บอกว่า ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสุนัขแท้จริงแล้วก็เหมือนกันทุกสายพันธุ์ ต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากเจ้าของและพี่เลี้ยงที่ดูแล ให้เวลาสุนัขได้มีอิสระในการวิ่งเล่นออกกำลังกาย อาหารดี พักผ่อนเต็มที่ เช่นเดียวกับคน สุนัขก็มีความสุขแล้ว

ในแต่ละวันเริ่มจากเช้า น้องหมาคอร์กี้ทุกตัวจะถูกพาไปขับถ่าย ระหว่างนั้นที่พักจะได้รับการทำความสะอาด และเริ่มให้อาหารเช้าเมื่อน้องหมาคอร์กี้ขับถ่ายเสร็จ ก่อนจะปล่อยให้วิ่งเล่นตามชอบ และสุนัขทุกตัวจะได้พักผ่อนระหว่างเวลาที่ไม่ต้องเข้าไปเล่นกับลูกค้าในคาเฟ่อยู่แล้ว

“อาหารเช้าเป็นอาหารเม็ด และให้เพียง 50% ของความต้องการตามน้ำหนักตัว ระหว่างวันน้องหมาคอร์กี้จะกินเนื้อไก่ส่วนอกจากลูกค้าเมื่อเล่นกับลูกค้าภายในคาเฟ่ ซึ่งเนื้อไก่ส่วนอกมีปริมาณ 18-20 กรัม ต่อถ้วย และจำกัด 25 ถ้วย ต่อวัน ซึ่งแน่นอนว่าสุนัขแต่ละตัวจะได้รับเนื้อไก่ส่วนอกไม่เท่ากัน แต่ในช่วงเย็น เราจะมีอาหารเสริมให้กินอีกรอบ ได้แก่ นม ฟักทอง แครอต บล็อกโคลี่ เป็นต้น”

ตลอด 4 เดือนของการเปิดให้บริการคาเฟ่หมาคอร์กี้ มีผู้สนใจในสุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี้ มาที่คาเฟ่แห่งนี้ เต็มทุกรอบทุกวัน คำถามคือ จะเปิดให้บริการรอบเพิ่มหรือไม่ คุณธันย์ชนก บอกว่า ไม่แน่นอน เพราะต้องการให้น้องคอร์กี้ได้พักผ่อนและมีความสุขมากกว่า เพราะถึงแม้คาเฟ่หมาคอร์กี้จะทำเงินได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังยึดหลักการเลี้ยงสุนัขให้เหมือนสมาชิกในครอบครัว ไม่ใช่สุนัขคาเฟ่

ท่านใดอยากลองใช้บริการคาเฟ่ที่มีน้องหมาคอร์กี้ 13 ตัว มานั่งเล่นหยอกล้อด้วยความน่ารัก สามารถเดินทางไปจองรอบได้ที่หน้าคาเฟ่ เลขที่ 338/1 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สอบถามเส้นทางกันได้ที่ (062) 865-6156 ได้ตามเวลาเปิดทำการ หรือชมความน่ารักของน้องคอร์กี้ได้ที่ เฟซบุ๊ก คาเฟ่หมาคอร์กี้

บทความก่อนหน้านี้มทร. ศรีวิชัย สร้างนวัตกรรม “เครื่องปอกเปลือกไข่นกกระทา” ต้นทุนต่ำ เพิ่มผลผลิตสูง
บทความถัดไปมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ร่วมกับ ซีพีเอฟ ส่งเสริมสิทธิให้แรงงานเป็นปีที่ 2