ตลาด “ อินทผลัม ”เติบโตต่อเนื่อง รับกระแสบริโภคผลไม้เพื่อสุขภาพ

ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วโลกเล็งเห็นประโยชน์ของ “การบริโภคผลไม้เป็นยา” เพราะผลไม้เป็นอาหารที่ให้สารอาหารที่จําเป็นต่อร่างกาย คือ วิตามิน แร่ธาตุ และมีใยอาหารในปริมาณสูง ดีต่อระบบขับถ่าย ที่สำคัญผลไม้มีสารอาหารกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินอี ซิลีเนียม ทองแดง แมงกานีส และสังกะสี ซึ่งเป็นตัวช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดมะเร็งได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่ง อินทผลัม” เป็นหนึ่งในผลไม้ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้รักสุขภาพ สังเกตได้จากยอดขายอินทผลัมเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยสายพันธุ์อินทผลัมยอดนิยมที่ขายดีติดตลาด ได้แก่

“อัจวะห์” อินทผลัมสุดยอดปราถนาของชาวมุสลิมทั่วโลก

อัจวะห์ (Ajwa) นับเป็นอินทผลัมสุดยอดปรารถนาของชาวมุสลิมทั่วโลก เพราะ ท่านนบีมุฮัมมัด ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาอิสลามได้เคยกล่าวว่า “ผู้ใดที่รับประทานอินทผลัมที่มาจากอัจวะห์ 7 เม็ด ในตอนเช้าแล้ว ในวันนั้น พิษร้ายหรือเวทมนตร์จะไม่ทำอะไรเขาเลยตลอดวัน” (ซอเฮียะฮฺบุคอรี, 664)

อัจวะห์ ( Ajwa) อินทผลัม สุดยอดปราถนาของชาวมุสลิมทั่วโลก

อัจวะห์มีแหล่งกำเนิดจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ปลูกมากแถบมาดินะซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาอิสลาม ลักษณะเด่นของอินทผลัมพันธุ์นี้ก็คือ ผลมีขนาดเล็ก-ปานกลาง ผลแก่และแห้งมีสีดำ รสชาติฉ่ำหวานแตกต่างจากพันธุ์อื่น เนื้อกึ่งแห้งละเอียด เหนียวนุ่มและมีเส้นใยมาก ผู้คนทั่วโลกนิยมบริโภคอัจวะห์เพื่อบำรุงร่างกาย ทำให้ราคาอินทผลัมพันธุ์นี้ในตลาดโลกอยู่ในเกณฑ์ที่สูง  ซื้อขายในราคา กิโลกรัมละ 1,500 บาท

 “ราชา-ราชินีแห่งอินทผลัม”

ราชาแห่งอินทผลัม คือ เมดจูล (Medjool) หรือบางครั้งเรียกว่า อัมบาต (Ambatt) บางแห่งเรียกว่า พันธุ์ 7 เม็ดศอก เพราะมีผลขนาดใหญ่ที่สุด เป็นพันธุ์ที่นิยมรับประทานผลแห้ง มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศโมร็อกโค เมดจูล อยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี ที่ลูกค้าชื่นชอบมาก เพราะอินทผลัมพันธุ์นี้มีเนื้อนุ่ม เนื้อทราย ไม่เหนียวหนึบมาก รสชาติหวานฉ่ำมากๆ อินทผลัม ซื้อขาย ในราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท

พันธุ์ เมดจูล ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งอินทผลัม”

อินทผลัมสายพันธุ์ Deglet Nour  หรือที่หลายคนเรียกกันติดปาก “อินทผลัมแบบก้าน” ได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งอินทผลัม เพราะมีลักษณะเด่นคือ ผลสุกและแห้งจะมีสีทอง โปร่งแสงเหมือนสีน้ำผึ้ง รสชาติไม่หวานมาก รสมัน อร่อยแม้เก็บไว้นาน รสชาติก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

อินทผลัมแบบก้าน(deglet nour) ถูกยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งอินทผลัม”

อินทผลัมพันธุ์ มับรูป (Mabroom) มีลักษณะเด่นคือ เนื้อเหนียว หนึบ หวาน ไม่เหนอะ หนะ  ในต่างประเทศนิยมนำอินทผลัมพันธุ์นี้มาแกะเมล็ดออก แล้วนำมะม่วงหิมพานต์ ถั่วอัลมอนต์ มาสอดไส้ ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในวงกว้าง

อินทผลัม พันธุ์มับรูป

“คนไทย-คนจีน” ชื่นชอบบริโภคอินทผลัม

อินทผลัม มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น ซัลเฟอร์ เหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส และน้ำมันโวลาไดท์ ฯลฯ อินทผลัมมีเส้นใยมาก ช่วยลดอาการท้องผูกและทำให้ย่อยง่าย รวมทั้งให้พลังงานสูง ทำให้ร่างกายที่อ่อนเพลียกลับมีกำลังวังชาเท่าเดิม ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อมดลูกและสร้างน้ำนมแม่เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ อินทผลัมมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา ลดความหิว แก้กระหาย แก้โรควิงเวียนศีรษะ ช่วยลดเสมหะ ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูง ช่วยฆ่าเชื้อโรค พยาธิและสารพิษอาหาร เพราะอินทผลัมมีฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้และระบบทางเดินอาหาร ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอันเป็นสารก่อมะเร็งในช่องท้องได้

คุณประโยชน์ของอินทผลัมที่ดีต่อสุขภาพ เป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าอินทผลัมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไม่เฉพาะคนไทยเชื้อสายมุสลิมเท่านั้นที่นิยมบริโภคอินทผลัม คนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนก็เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่นิยมซื้ออินทผลัมไปบริโภคเพื่อบำรุงสุขภาพตลอดทั้งปี

ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงได้แก่ คนรุ่นใหม่วัยทำงาน อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป นิยมซื้ออินทผลัมและผลไม้อบแห้งอื่นๆ เช่น แอปริคอต  ลูกเกด ผลฟิกซ์ ถั่วพิทาชิโอ เพื่อเป็นของขวัญของฝากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ในช่วงครบรอบวันเกิด หรือเทศกาลสำคัญต่างๆ ตลอดทั้งปี  ดังนั้น พ่อค้าบางรายจึงนิยมจัดอินทผลัมและผลไม้อบแห้งมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญรูปแบบต่างๆ มูลค่าตั้งแต่ 2,000-5,000 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้

สินค้าแบรนด์ฟารีดา เดทส์ แอนด์ นัทส์ ผู้นำตลาดอินทผลัมรายใหญ่

ส่วนกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป นิยมซื้ออินทผลัมไปบริโภคเพื่อบำรุงสุขภาพตัวเองโดยนิยมรับประทานอินทผลัมประมาณ 5-7 ผล ในช่วงเช้า ผู้บริโภคบางรายเชื่อว่า หากร่างกายอ่อนเพลีย ต้องบริโภคอินทผลัม เพราะเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง สามารถช่วยฟื้นฟูกำลังวังชาได้เป็นอย่างดี ผู้บริโภคบางรายนำผลอินทผลัมไปใส่ในถ้วยกาแฟร้อน คนแค่ไม่กี่ครั้ง อินทผลัมจะละลายเป็นเนื้อเดียวกับกาแฟ ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยของกาแฟแล้วลูกค้ายังได้คุณประโยชน์ของอินทผลัมไปพร้อมๆ กันด้วย

อินทผลัมขายดี ในช่วงเดือน “รอมฎอน”

ลูกค้ากลุ่มมุสลิมจะนิยมซื้ออินทผลัมแบบแห้งและแบบสด ไปบริโภคในช่วง “รอมฎอน” เดือนแห่งการถือศีลอดของ “ชาวมุสลิม” โดยชาวมุสลิมนิยมรับประทาน “อินทผลัม” เป็นอาหารมื้อแรก ตามคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด พระศาสดาของศาสนาอิสลาม เพราะอินทผลัมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ไขมัน โปรตีนและวิตามินสำคัญๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะดูดซึมเข้าตับอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนเพลียให้มีกำลังวังชามากขึ้น ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนหลายแห่งจึงนิยมมอบอินทผลัมแก่ชาวไทยเชื้อสายมุสลิม ในช่วง “รอมฎอน” เป็นเดือนแห่งการถือศีลอด

ช่วง “รอมฎอน” อินทผลัมจะขายดีมาก ดังนั้น เอกชนหลายรายจึงนิยมนำเข้าอินทผลัมผลสด พันธุ์บาร์ฮี หรือ บัรฮี (Barhee, Barhi ) จากต่างประเทศเข้ามาขายในไทยเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็มในช่วงฤดูถือศีลอด ซึ่งอินทผลัมพันธุ์นี้จะมีรสชาติกรอบอร่อย หวานมัน หากยังไม่แก่เต็มที่จะมีรสฝาดปนเล็กน้อย หากรับประทานไปเรื่อยๆ จะมีรสหวานไม่มีรสฝาดเลย

อินทผลัมอีกกลุ่มที่ขายดีมากในช่วงฤดูถือศีลอดคือ อินทผลัมพันธุ์อียิปต์ (Egypt) ลูกค้าหลายรายนิยมซื้อแบบยกลัง น้ำหนัก 10 กิโลกรัม เพื่อนำไปบริจาคเพื่อการกุศลให้กับมัสยิด หรือทัณฑสถาน ซึ่งอินทผลัมพันธุ์อียิปต์มีลักษณะเด่นคือ ผลโต รสหวานมากๆ เก็บได้นาน ที่สำคัญราคาไม่แพง ขายยกลังประมาณ 900-1,000 บาท เท่านั้น

****************************

ขอเชิญชวนผู้สนใจปลูกอินทผลัม ร่วมกิจกรรมเสวนาเชิงปฏิบัติการ กับ เทคโนโลยีชาวบ้าน “เรียนให้รู้ ดูให้ทำเป็น เด่นทางด้านการตลาด” พาไปชม…การปลูกอินทผลัมคุณภาพ และแปรรูปครบวงจร เมืองกาญจนบุรี ในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562 โดยเสียค่าใช้จ่าย ท่านละ 930 บาท ผู้สนใจ สมัครจองที่นั่งก่อน แล้วโอนเงิน (ตามจำนวนที่ระบุ) เข้า ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประชาชื่น เลขที่บัญชี 193-079484-5 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) Fax (02) 580-2300 เลขที่ผู้เสียภาษี 0107536001451 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (02) 580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342, 2343 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.technologychaoban.com หรือ www.facebook.com/Technologychaoban

 

บทความก่อนหน้านี้เปิดตัวฝ้ายพันธุ์ใหม่ “ตากฟ้า 6” เส้นใยสีน้ำตาลธรรมชาติพันธุ์แรกของไทย
บทความถัดไปสกสว. ชู 13 ผลงานเด่น มุ่งสู่ “งานวิจัยเพื่ออนาคต”