อีก 30 ปี ช็อกโกแลตจะขาดตลาดโลก! “ไร่ชวนฝัน ลำปาง” ชวนชาวสวนยางฯ ปลูก “โกโก้” เสริมรายได้

ทุกวันนี้เกษตรกรทุกภาคต่างเริ่มช่วยเหลือตัวเองเพื่อความอยู่รอด เพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน พื้นที่ต่างๆ ที่มีช่องว่างต่างปลูกพืชแซมกันมาก ทั้งพืชไร่ พืชผัก ผลไม้ เอาไว้บริโภคในครัวเรือน ที่เหลือก็จะนำไปขายที่ตลาด หรือมีคนมาซื้อไปจากที่สวนเลยเพื่อสะดวกทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุเดียวกัน “ไร่ชวนฝัน” แห่งเมืองรถม้า นครเขลางค์ ที่มีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ มีการปลูกพืชผลไม้และต้นโกโก้นำมาทดลองปลูก และมีหลากหลายสายพันธุ์ของชนิดผลไม้ และต้นโกโก้ที่นำมาปลูกเป็นพืชแซมระหว่างต้นยางพาราที่เริ่มกรีดยางแล้ว ต้นโกโก้ก็เริ่มให้ผลผลิตบ้างแล้ว ลองมาฟังความคิดเห็นของ คุณสายัณห์ ปานพินิจ เจ้าของและผู้จัดการไร่ชวนฝัน

“ต้นโกโก้ที่นำมาปลูกแซมกับต้นยางพารา ได้ศึกษาและเห็นว่าต้นโกโก้มีคุณสมบัติและให้ประโยชน์หลายอย่าง นำเอาเมล็ดมาทำขนมช็อกโกแลต เนย เครื่องสำอาง ล้วนมีราคาและดูแลง่าย ปลูกได้ 3 ปี ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว เก็บทุก 15 วัน อายุยืน ปลูกครั้งเดียวอยู่ไปตลอดชีวิต ตามที่ศึกษาพบว่า ผลตอบแทนอาจจะได้ถึงไร่ละ 62,000 บาท ต่อปี ที่ไร่เริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว ต้นโกโก้ชอบแสงแดดรำไร ชอบความชื้นสูง ฝนตกชุก ทางภาคใต้พื้นที่เหมาะมาก” เจ้าของบอก

ในจำนวนผลต้นโกโก้ที่แก่แล้วผลจะออกสีเหลืองเข้ม เมื่อแกะออกมาในโกโก้ 1 ฝัก จะมีเมล็ดอยู่ 40 เมล็ดด้วยกัน อายุมากยิ่งให้ผลผลิตสูงเป็นเงาตามตัว

หลังจากเอาเมล็ดออกแล้ว จึงเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดที่ปากถุง นำไปหมักหรือบ่ม 2-4 วัน บางรายก็นำไปผึ่งอีก 4-5 วัน จึงนำไปตากแดด บางวิธีก็ผึ่งแล้วนำไปอบจนเมล็ดสีน้ำตาลอมชมพู เมล็ดต้องหมักก่อนถึงจะมีกลิ่นหอม ทำขนมก็จะมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน โดยช็อกโกแลตเป็นที่นิยมทั่วโลก มีตลาดรับซื้อที่ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ เรื่องตลาดและราคาไม่น่าวิตก ปลูกต้นโกโก้ครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดชีวิต

การบำรุงรักษาต้นโก้โก้

เนื่องจากต้นโกโก้เป็นพืชทนทานต่อสภาพสิ่งแวดล้อม การปลูกในส่วนของในที่ร่มรื่น มีแสงแดดบ้าง ใบไม้ก็ยังทับถมเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และเมื่อต้นโกโก้ให้ผลผลิตสูง การใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 จำนวน 1 กิโลกรัม ต่อต้น หรือถ้าเป็นสูตร 19-19-19 ก็ลดจำนวนลงได้ เพราะมีปุ๋ยใบไม้แซม ควรใส่ 2 ครั้ง ต่อปี

ต้นโกโก้เป็นพืชที่ทนทาน ปลูกง่าย ให้ผลผลิตทั้งปี และไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง เพราะยิ่งอายุมากมันจะออกดอกออกผลทั้งปี ไม่ออกตามฤดูกาลเหมือนไม้ผลอื่นๆ การทยอยออกมาตลอด ต้นสมบูรณ์ดีก็จะออกก่อน จากผลสีเขียว เวลาแก่ฝักจะมีสีเหลือง เหมาะเป็นพืชหลักหรือพืชแซมได้ ชอบแสงน้อย น้ำมาก และความชื้นสูง ถ้าหากฤดูร้อนมีการให้น้ำ มันจะออกผลผลิตสูงขึ้น เพราะตลาดโกโก้มีความต้องการสูง การให้ผลผลิตหลักมีให้ 2 ครั้ง ต่อปี จึงจำเป็นต้องให้ปุ๋ยบำรุงต้นอย่างที่กล่าวมาแล้ว มีตลาดรับซื้อแน่นอน เพราะตลาดโลกต้องการสูงมาก

เพื่อขอย้ำในเจตนารมณ์หลังการเก็บเกี่ยวฝักโกโก้มีสีเหลืองแล้ว นำมาควักเมล็ดออกจากฝักใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงไว้เพื่อให้เกิดการหมักถึง 8 วัน จนมีแก๊สเกิดขึ้น หากไม่หมักเมล็ดโกโก้จะไม่มีกลิ่น นำไปแปรรูปแล้วเสียราคา หลังหมักแล้วนำไปอบความร้อนเจาะรูให้เท่าเมล็ดโกโก้ จนเมล็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมชมพู

หรืออีกวิธีหนึ่งของการหมักตามผู้เชี่ยวชาญของฝรั่งที่กล่าวถึงเมล็ดโกโก้หลังเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะนำเมล็ดโกโก้มาเรียงวางไว้บนเมล็ดห่อหุ้มด้วยใบตอง แล้วใช้ผ้าคลุมอีกชั้นหนึ่งที่เรียกว่าวิธีหมัก หรือบ่มไว้ 3 วัน แล้วนำมาผึ่งลมอีก 4 วัน รวม 7 วัน หลังจากผึ่งแล้วก็นำไปตากแดดอีก 7 วัน รวม 14 วันด้วยกัน

การจำหน่ายเมล็ดโกโก้มีบริษัทรับซื้อแน่นอน ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ราคาไม่แกว่งเหมือนราคายางพารา และปาล์มน้ำมัน ตลาดโลกมีความต้องการสูงเพื่อจะนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง โดยเฉพาะช็อกโกแลต โอวัลติน เครื่องสำอาง เนย ฯลฯ

เจ้าของบอกว่า ต้องไม่ลืมบำรุงต้นโกโก้ที่เป็นต้นที่ให้ประโยชน์ออกผลผลิตทั้งปี ใบใหญ่ อายุยาวนาน ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอด หลังอายุได้ 3 ปี เป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายที่สุดของบรรดาพืชผลต่างๆ ไม่มีโรคแมลงรบกวน

สถานการณ์ช็อกโกแลตจะหมดไปจากโลกอีก 30 ปี จริงหรือไม่?

คุณสายัณห์  ที่ติดตามสถานการณ์ต้นโกโก้ที่สวนไร่ชวนฝันปลูก ได้กล่าวถึงว่า

“จากเว็บไซต์ของเดลินิวส์ ลงวันที่ 2 มกราคม 2561 ได้อ้างถึงว่า ผู้เชี่ยวชาญกังวลถึงปัญหาช็อกโกแลตขาดแคลนและอาจจะหมดไปจากโลกอีก 30 ปีข้างหน้า มาจากสถานการณ์โลกร้อน เป็นสาเหตุหลักทำให้ผลผลิตจากต้นโกโก้ลดน้อยลงจากความเจริญเติบโตไม่ดี ผลผลิตตกต่ำ เพราะเหตุว่าต้นโกโก้จะเจริญเติบโตได้ดีที่อยู่ใกล้พื้นที่เส้นศูนย์สูตร หรือภาวะอากาศในอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ขณะที่ปัจจัยความต้องการตลาดสูงขึ้น เพราะต้นโกโก้ชอบความชื้นสูง มีฝนตกชุก”

ปัญหาการขาดแคลนช็อกโกแลตมีสูงขึ้น กล่าวกันว่า ปี ค.ศ. 2033 ความนิยมของผู้บริโภคจากตลาดใหม่ที่ประชากรชอบบริโภคของหวานเพิ่มมากขึ้น จากความนิยมของประเทศเกิดใหม่ที่มีประชากรเป็นพันล้านคนได้ อาทิ ประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และอินโดนีเซีย การที่จะผลิตต้นโกโก้ต่อคน ต้องใช้จำนวนต้นโกโก้ 10 ต้น ต่อจำนวน 286 คน ช็อกโกแลตบาร์ กับเนย ถึงกับพอเพียงในการผลิตโกโก้ขึ้นมา

ความคาดหมายของความกังวลของผู้เชี่ยวชาญนั้น ว่าสถานการณ์การผลิตช็อกโกแลตโลกจะหมดไปในอีก 30-40 ปี ในปีที่ผ่านมาเริ่มขาดแคลน เพราะผู้ผลิตมิได้เก็บกักตุนไว้แต่อย่างใด แต่ความนิยมของคนฝั่งตะวันตกที่บริโภคช็อกโกแลตเป็นหลัก บวกกับคนรุ่นใหม่ของประเทศพัฒนาแล้วที่หันมานิยมบริโภคช็อกโกแลตกันมาก และมีจำนวนพลเมืองมาก อย่างที่กล่าวว่า ประเทศอย่างจีน อินเดีย ประชากรพันกว่าล้านคน มาบวกกับรัสเซียและอินโดนีเซีย ไม่แปลกใจเลยว่าจำนวนประชากรกับความนิยมช็อกโกแลตเกิดขึ้นกับสังคมคนรุ่นใหม่ หันมาบริโภคของหวานกันมากขึ้น

ลองมาปลูกพืชแซมต้นโกโก้ในสวนยางพารา หรือปลูกพืชหลักเป็นโกโก้ให้กับเกษตรกรป้อนตลาดโลกของช็อกโกแลต กำลังเกิดปัญหาขาดแคลน

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกันเถอะ

 

บทความก่อนหน้านี้“ชมพู่” ไม้ผลคู่บ้าน อยากลิ้มรสต้อง “ห่อ”
บทความถัดไปสารคดีเสียงจากแผ่นดิน#5 – EP.13 : บ้านหนองโขลง สิงห์บุรี ฟื้นฟูทรัพยากร สร้างกลุ่มอาชีพ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร