เฮลิโคเนีย ไม้ตัดดอกเมืองร้อน สวยๆ ที่ท่าม่วง กาญจนบุรี

บนเส้นทางไม้ตัดดอกเมืองร้อนของ คุณประเสริฐ ลมพัด ที่ยาวนานกว่า 20 ปีย่อมการันตีถึงคุณภาพ ความสวยงามจากสีสันที่มีความหลากหลายโดดเด่น จากความทุ่มเทเอาใจใส่ จนได้รับความสนใจจากตลาดไม้ประดับทั้งในและต่างประเทศ

คุณประเสริฐ มีถิ่นฐานบ้านพัก เลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มยึดอาชีพปลูกตัดไม้ดอกในปี 2538 จากก่อนหน้านี้เคยผ่านการทำเกษตรกรรมมาหลายอย่างซึ่งล้วนต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงประสบปัญหาทำให้ราคาขายไม่ดี รวมถึงยังต้องเผชิญกับปัญหาการฉีดพ่นยาแล้วเกรงว่าจะส่งผลต่อสุขภาพในอนาคต

คุณประเสริฐ ลมพัด ประธานกลุ่มไม้ตัดดอกเขตร้อนกาญจนบุรี ตำบลท่าคร้อ อำเภอท่าม่วง ให้ความรู้แก่นิสิตวิชาไม้ดอก ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน
ราสป์เบอร์รี่

ดังนั้น จึงมองหาอาชีพอื่น กระทั่งไปลงตัวกับการปลูกเฮลิโคเนียตัดดอกขาย
ปัจจุบันคุณประเสริฐเป็นแกนนำกลุ่มไม้ตัดดอกเขตร้อนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นมืออาชีพไม้ตัดดอกที่มีลูกค้าสนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี มีพันธุ์ไม้ดอกดาวเด่นอย่างเฮลิโคเนียหลายสายพันธุ์ พร้อมกับยังต่อยอดด้วยการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ๆ ให้มีความสวยงาม แปลก หลากสี กับยังรวบรวมสายพันธุ์กะทือที่เป็นพืชสมุนไพรชนิดหัวไว้จำนวนมากมายจากทั่วประเทศเพื่อผลิตเป็นไม้ประดับในสวนแห่งนี้

ประดับตกแต่งเพื่อใช้เป็นช่อดอกไม้งานรับปริญญา
พิชชี่พิ้งค์

เฮลิโคเนีย ปลูก ดูแลง่าย ดอกสวย
มีหลายแบบ ตลาดยังไปได้ไกล

คุณประเสริฐ กล่าวว่า เฮลิโคเนียเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ต้องการดูแลรักษาไม่มากนัก เมื่อเทียบกับไม้ดอกชนิดอื่น ตอบสนองต่อน้ำ ปุ๋ย และแสงดีมาก มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ขยายพันธุ์ได้ค่อนข้างเร็ว นิยมในวงการตกแต่งสวน อีกทั้งดอกยังมีความหลากหลายด้านรูปทรงและสีสัน เหมาะกับการนำไปประดับตกแต่งในภาชนะ

แกนนี่สมิท
รวมกล้วยประดับ

ในส่วนของการผลิตจำหน่ายเป็นไม้ตัดดอกนั้น นิยมพันธุ์ทั้งดอกเล็กและใหญ่ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า แต่ทั้งนี้ผู้ปลูกจะต้องคำนึงถึงการขนส่ง การบริหารจัดการ และตลาดเป็นหลักก่อน สำหรับตลาดในประเทศไทยหลักคือปากคลองตลาด และบางส่วนของจังหวัดใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่วนต่างประเทศมีหลายประเทศ มีที่ดูไบ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ

คาลิเบียครีม
คาวายูชิ

การปลูกและดูแลเฮลิโคเนีย

คุณประเสริฐ เผยว่า ความจริงเป็นพืชไม้ดอกที่ไม่ต้องลงทุนเรื่องปุ๋ยยาเท่าไรนัก ปุ๋ยใส่เฉพาะตอนที่เริ่มปลูกครั้งแรก ใช้ยูเรียใส่เพื่อเร่งหน่อสัก 2 ครั้ง จากนั้นจะใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 พอต้นโตให้ดอกก็หยุดใส่ ดังนั้น จึงไม่เน้นเรื่องปุ๋ย แต่จะต้องไม่ขาดน้ำ ส่วนใบแก่และก้านจะทับถมเป็นปุ๋ยในแปลง ส่วนศัตรูคือหนูกับกระรอก ชอบมากินดอกที่มีรสหวาน จะแก้ปัญหาด้วยการดัก

ในแง่การเพิ่มมูลค่าได้ฉีกแนวความสวยงามออกไปด้วยการผสมข้ามพันธุ์เพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่ที่มีสีสวยแปลกตาน่าสนใจมากขึ้น ต้องการให้มีความหลากหลาย สร้างมูลค่าทางการตลาด โดยวิธีผสมจะใช้มือกับไม้เขี่ยหูแทนการใช้พู่กันอย่างรายอื่นๆ ทำกัน

คุณประเสริฐให้รายละเอียดการผสมเกสรของเฮลิโคเนีย
เซ็กซี่พิงค์

“ตลาดต่างประเทศอย่างฮ่องกง ส่วนตลาดในบ้านเราก็เป็นที่ปากคลองตลาดเป็นหลัก ส่งขายวันละ 400-500 ดอก ต่อวัน ตอนตัดดอกเฮลิโคเนียต้องเผื่อความยาวไว้ประมาณ 1.50 เมตร ทั้งยังต้องเผื่อด้านบนของดอกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกเสียหาย”

แจ็คควีนนิอาย
ไจแอนชี

กะทือ ประดับก็ได้ กินก็อร่อย

กะทือ จัดเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกประดับต้นและดอก เนื่องจากดอกมีลักษณะแปลกตา และมีสีสันสวยงาม เหมาะนำมาปักแจกันประดับหรือกำเป็นช่อ นอกจากนั้น ยังนิยมนำแก่นลำต้นหรือยอดอ่อนรวมถึงหัวอ่อนมากิน กะทือจัดเป็นไม้ป่าตามธรรมชาติอยู่ในกลุ่มตระกูลขิงและข่า เป็นพืชตระกูลหัวใต้ดิน มักนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร แต่สำหรับคุณประเสริฐกลับใช้ประโยชน์จากดอกกะทือมาเป็นไม้ประดับ

คุณประเสริฐ ลมพัด ประธานกลุ่มไม้ตัดดอกเขตร้อนกาญจนบุรี ตำบลท่าคร้อ อำเภอท่าม่วง ให้ความรู้แก่นิสิตวิชาไม้ดอก ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน

ในช่วงแรกคุณประเสริฐยังไม่มั่นใจว่าดอกกะทือจะนำมาใช้เป็นไม้ประดับสวยงามได้ จึงทดลองตัดแต่ละพันธุ์มาแช่ไว้ในน้ำทิ้งไว้ก็พบว่าสามารถมีอายุคงความสด สวย ได้ประมาณ 7-10 วัน จึงมองว่ามีความเหมาะสมสำหรับมาใช้เป็นไม้ประดับ จากนั้นจึงตระเวนสืบเสาะหาพันธุ์กะทือจากทั่วทุกภาค แล้วนำมารวบรวมสะสมเพาะ-ขยายต่อไปจนทุกวันนี้มีสายพันธุ์กว่า 20 ชนิด

ไพรชมพูจะมีสีเหลืองก่อนแล้วกลายเป็นชมพูเมื่อแก่

นอกจากนั้น ยังออกไปสำรวจยังตลาดต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อมองหาพันธุ์ไม้ดอกประดับแปลกๆ หากถูกใจ แล้วมองว่าเป็นไม้แปลกหายากก็จะซื้อมาทดลองปลูกขยายพันธุ์แล้วประเมินถึงความเหมาะสมว่าควรผลิตเป็นไม้ตัดดอกขายหรือไม่

“กะทือจะเริ่มแตกหน่อช่วงเดือนมิถุนายนหรือช่วงเข้าหน้าฝน หากฝนดี น้ำดี ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงตัดขาย โดยในกอเดียวจะมีจำนวน 20-30 ดอก แล้วจะทยอยออกดอกไปเรื่อยๆ กระทั่งประมาณ 3 เดือนดอกจะหมดในรุ่นนั้น จากนั้นต้นที่ออกดอกแล้วจะแห้งเหี่ยวเฉาแล้วตายย่อยสลายไปในดินเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ยังมีหัวอยู่ใต้ดินเพื่อรอน้ำฝนในปีต่อไปแล้วจึงเจริญเติบโตใหม่”

กะทือเตรียมส่ง

การปลูกกะทือไม่มีความยุ่งยาก

เพราะโดยธรรมชาติแล้วพืชชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ และการงอกของเมล็ด แต่การแพร่ขยายพันธุ์จะใช้การแตกหน่อใหม่เป็นหลัก จึงนิยมขุดแยกเหง้าหรือหน่อออกจากเหง้าแม่ แล้วนำปลูกลงแปลง ซึ่งจะแตกต้นใหม่ และขยายจนเป็นกอใหญ่ โดยหน่อที่ขุดแยก ควรเป็นหน่อแก่ และให้มีลำต้นติดมาด้วย ควรตัดให้ลำต้นสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร ก่อนนำลงปลูก ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละประมาณกำมือที่โคนกอ การใส่ครั้งแรกเพื่อบำรุงต้น ส่วนครั้งที่สองใส่ตอนมีดอกเล็กเพื่อบำรุง

เจ้าของสวนไม้ตัดดอกรายนี้ให้รายละเอียดการปลูกกะทือพันธุ์ต่างๆ ว่า ตอนนี้กะทือที่ปลูกไว้จะเน้นเป็นสีเพื่อเอาใจตลาด ดังนั้น จึงแบ่งเป็นกลุ่มสีได้อย่างเขียว น้ำตาล และไพรชมพู

“ไพรชมพู จะมีสีเหลืองในช่วงดอกอ่อน พอดอกเริ่มแก่ดอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพู มีก้านสั้นเหมาะกับการนำไปจัดตกแต่งในภาชนะขนาดเล็กวางบนโต๊ะรับแขก หรือขิงแมงดาที่นำพันธุ์มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีลักษณะทรงต้นใบก้านคล้ายใกล้เคียงกับต้นขิงมาก ตลอดจนกะทือดำที่นำมาจากป่าในเมืองกาญจนบุรี”

ขิงแมงดา

ปลูกกะทือเป็นไม้ตัดดอกแตกต่างกับ                                                        วิธีปลูกเพื่อนำเหง้ามาใช้ทางสมุนไพร

คุณประเสริฐ ชี้ว่า การปลูกกะทือเพื่อใช้ดอกประดับก็จะปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ แตกกอออกไปเรื่อยๆ ยิ่งมีจำนวนกอมากเท่าไร ก็จะได้จำนวนดอกมาก โดยแต่ละกอจะให้ดอกมากถึงกว่า 10 ดอก ขณะที่การปลูกเพื่อนำหัวหรือเหง้ามาใช้ก็จะต้องขุดแยกหัวออกมาแล้วเป็นการแยกกอจึงทำให้ไม่ค่อยได้ดอก อย่างไรก็ตาม ราคาขายแบบดอกจะสูงกว่าแบบหัว ถึงแม้หัวจะมีประโยชน์ด้านสมุนไพรก็ตาม ทั้งนี้ กะทือขายดอกละ 10-25 บาท ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และสี

ดอกที่รอส่ง
เทนเดย์

คุณประเสริฐใช้ความได้เปรียบจากการมีตลาดและฐานลูกค้าไม้ตัดดอกที่มีอยู่หลายแห่งมาต่อยอดด้วยการหาพันธุ์ไม้ประดับแปลก สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นดอกกล้วยชนิดต่างๆ ที่ยังพอหาได้ หรือแม้กระทั่งดอกดาหลา อย่างไรก็ตาม คงต้องพิจารณาความคงทนของดอกเพื่อตัดสินใจ เพราะหากไม้ดอกชนิดใดมีอายุสั้นก็ส่งผลต่อระบบการขายและการตลาด

“ดอกดาหลาก็ประสบปัญหาเก็บรักษาหลังตัดผลผลิตได้เพียง 4 วัน จึงทำให้ไม่สะดวกต่อการขนส่ง ทำให้ไม่นิยมในวงกว้างสักเท่าไร แต่มีขายอยู่บ้าง เนื่องจากติดขัดเรื่องความทนทาน แม้จะพยายามแก้ไขด้วยการแช่ด่างทับทิมไว้ล่วงหน้าแต่ก็ไม่ประสบผล นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกล้วยประดับ”

 

เทมเพรส
บิ๊กบัด ดาวเด่นที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

สอบถามรายละเอียดสั่งซื้อไม้ตัดดอกชนิดต่างๆ หรือต้องการชมสวนไม้ตัดดอกสวยๆ หลายชนิด ติดต่อได้ที่ คุณประเสริฐ ลมพัด โทรศัพท์ (081) 763-1224

บทความก่อนหน้านี้จัดยิ่งใหญ่!! งานมหกรรมสืบสาน รักษา ต่อยอด กษัตริย์เกษตร & Agri Museum Expo 2019
บทความถัดไปกรมหมอดินเตือนชาวบ้าน/เกษตรกร ระวังดินชะล้างพังทลายจากพายุมูน